สรุปงาน Apple March Media Event เปิดตัว New MacBook พร้อมบทสรุปของ Apple Watch

march-event-1

ก็จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับงาน Apple March Media Event ที่ค่ำคืนนี้ Apple ได้นำพาเอาสมาชิกใหม่ของบ้าน Apple อย่าง Apple Watch มาแนะนำตัวกันอีกครั้งหลังจากที่ก่อนหน้า Apple ได้นำมาโชว์แบบขำๆ ในงาน September Media Event กันไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งวันนี้ Apple Watch ที่เรารอคอยจะมีอะไรบ้างนั้น ลองไปอ่านสรุปกัน ด้านล่างนี้เลยครับ

 

งานครั้งนี้มีอะไรบ้าง ตามไปอ่านกันได้เลย

 

HBO Now บริการสตรีมมิ่งช่องรายการจาก HBO
พิเศษเฉพาะ Apple Device เท่านั้น

march-event-2

เมื่อวันก่อนเรามีข่าวว่า Apple เตรียมจับมือกับ HBO เพื่อเปิดตัวบริการสตรีมรายการจาก HBO ลงบน Apple TV ในวันนี้ Richard Plepler CEO ของ HBO ก็ได้ออกมาเปิดตัว HBO Now อย่างเป็นทางการแล้ว โดยผู้ชมจะได้รับชมรายการต่างๆ จากทาง HBO ครบถ้วน อีกทั้งยังสามารถใช้งานบน Apple TV, iPhone และ iPad ได้อย่างครบถ้วนอีกด้วย ทั้งหมดนี้ HBO เสนอให้เป็นพิเศษในราคา 15 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือนและจะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เมษายนนี้เป็นต้นไป

 

march-event-3

เซอร์ไพรส์ส่งท้าย คือ Apple ประกาศลดราคา Apple TV ลงเหลือ 69 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณสี่พันกว่าบาท รอยืนยันราคาไทยอีกรอบหนึ่ง) เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย

 

 

ResearchKit ของเล่นใหม่สำหรับนักพัฒนาสายแพทย์

march-event-4

ของชิ้นถัดมาเป็น ResearchKit โดยจะเป็นส่วนต่อประสานตัวใหม่สำหรับใช้ในการทำแอปพลิเคชันประเภท Medical Research ซึ่งจะเปลี่ยนให้ iPhone กลายเป็นอุปกรณ์สำหรับทำสำรวจในเรื่องนี้ได้อย่างง่ายดาย

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น Apple ได้จับมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในการทำแอปพลิเคชันต้นแบบที่ใช้ ResearchKit ออกมาเป็นจำนวนมาก เพื่อให้นักพัฒนาได้เห็นแนวทางว่าจะใช้ ResearchKit ทำอะไรได้บ้าง

march-event-5

march-event-6

march-event-7

แน่นอนว่า Apple จะไม่เก็บข้อมูลของ Medical Research เอาไว้เอง แถมผู้ใช้ยังสามารถเลือกได้ว่าจะแชร์ข้อมูลอะไรออกไปได้บ้างเพื่อความเป็นส่วนตัวอีกด้วยครับ

 

 

The New “MacBook” การกลับมาอีกครั้งของโน้ตบุ๊คในตำนานของ Apple

march-event-8

ในที่สุดก็มาเสียที สำหรับ “MacBook” ใหม่ ที่ไม่นับเป็นสมาชิกของ MacBook Air โดย Apple บอกว่า นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกคอมพิวเตอร์พกพาเลยทีเดียว

จุดแรก คือเรื่องความบางและน้ำหนัก MacBook ตัวนี้มาพร้อมกับน้ำหนักสุดเบาเพียง 920 กรัม (2 ปอนด์) มีความบาง 13.1 มิลลิเมตร (บางกว่า MacBook Air เสียอีก) ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากการเหลาชิ้นส่วนใหม่ทั้งหมดดังต่อไปนี้

march-event-9

march-event-10

 

คีย์บอร์ดใหม่

จุดที่สองเป็นเรื่องของคีย์บอร์ดที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยเปลี่ยนกลไกของตัวคีย์บอร์ดจากเดิมที่เป็น Scissor mechanism มาเป็น Butterfly mechanism ซึ่งมีความคงทนกว่าแบบเดิมถึง 4 เท่า และยังบางกว่าเดิมอีกหลายเท่า ซึ่งนั่นทำให้คีย์บอร์ดของ MacBook ใหม่นี้ มีความบางจนบางเรียบไปกับเครื่องเลยทีเดียว

march-event-11

 

หน้าจอใหม่

จุดที่สามเป็นเรื่องของจอ ถึงแม้ว่า MacBook รุ่นใหม่ตัวนี้ จะใช้จอเป็น Retina Display แต่ก็ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดตั้งแต่หัวจรดท้าย ผลคือมันบางกว่าเดิมมาก!

march-event-12

 

TrackPad ใหม่ ใช้เทคโนโลยี Force Touch แบบเดียวกับใน Apple Watch

จุดที่ 4 เป็นเรื่องของ TrackPad ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ซึ่ง Apple เรียกมันว่า “Force Touch TrackPad” โดยหลักๆ คือเจ้านี่ใช้เทคโนโลยีเหมือนกับ Apple Watch เลย คือมี Taptic Engine สำหรับใช้ควบคุมการทำงาน มี Force Touch Sensor สำหรับดักจับการทำงานทั้งหมดสี่จุด และผู้ใช้สามารถปรับความหยาบของ TrackPad ได้ตามใจชอบ ที่สำคัญตัว TrackPad ตัวนี้เป็นกระจกทั้งชิ้นครับ

march-event-13

march-event-14

 

หน่วยประมวลผลใหม่ เย็น ไม่ต้องใช้พัดลมระบายความร้อน

จุดที่ 5 เป็นเรื่องของตัวบอร์ด หน่วยประมวลผล และแบตเตอรี่ สิ่งที่น่าตกใจคือตัวบอร์ดมีขนาดเล็กกว่า MacBook Air รุ่นปัจจุบันถึง 67% ซึ่งนั่นเป็นผลพลอยได้จากแนวทางการออกแบบโดยไม่ใช้พัดลมที่ Intel นำมาใช้กับ CPU ตระกูล Intel Core M เป็นรุ่นแรก (ดังนั้น The new MacBook จึงกลายเป็น First Fanless MacBook ไปโดยปริยาย) ดังนั้นจึงเท่ากับว่า นอกจากตัวบอร์ดหลักที่เป็นแผงวงจรแล้ว ที่เหลือในเครื่องนั้นเป็นพื้นที่ของแบตเตอรี่ล้วนๆ

march-event-15

march-event-17

march-event-16

 

สำหรับหน่วยประมวลผลของเครื่องเป็น Intel Core M อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งมาพร้อมกับการประหยัดพลังงานชั้นยอดด้วยการใช้พลังงานเพียง 5 วัตต์ (เทียบเท่าแท็บเล็ต) ผลคือ The new MacBook สามารถอยู่ได้ทั้งวันต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเลยทีเดียว

march-event-18

 

พอร์ตใหม่!

จุดสำคัญที่สุดในหัวข้อนี้ คือการเปลี่ยนระบบการเชื่อมต่อทั้งหมด ตั้งแต่สายชาร์จ ยันสายเชื่อมต่อข้อมูล MacBook รุ่นใหม่นี้จะใช้สายเพียงสายเดียว คือ USB-C ที่มีขนาดหัวเท่ากับหัว Lightning สามารถเชื่อมต่อกับสาย USB ทั่วไปได้ทั้งหมด และยังรองรับการเชื่อมต่อกับพอร์ต Thunderbolt ได้อีกด้วย

march-event-19

 

สีสันใหม่! เทา, เงิน, ทอง!

จุดสุดท้ายเป็นเรื่องของการออกแบบ New MacBook ตัวนี้มาพร้อมกับสีให้เลือกถึงสามสีคือ Space Gray, Silver และ Gold โทนเดียวกับที่ใช้ใน iPhone ครับ

march-event-22

march-event-23

march-event-24

สำหรับราคา Apple ตั้งราคาตั้งต้นไว้ที่ 1299 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือ 43,900 บาทในประเทศไทย) สำหรับสเปคพื้นฐาน และสามารถปรับเพิ่มได้ในบางจุดครับ โดยจะเริ่มส่งสินค้าตั้งแต่ 10 เมษายนนี้เป็นต้นไป

march-event-20

march-event-21

แน่นอนว่าเมื่อมีของใหม่ ต้องมีอัปเดตรุ่นเก่าด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ

  • MacBook Air – เปลี่ยนหน่วยความจำแฟลชใหม่ทั้งหมด และอัปเกรดหน่วยประมวลผลเป็น Intel Broadwell
  • MacBook Pro – เปลี่ยน TrackPad เป็น Force Touch TrackPad แบบเดียวกับ The new MacBook, เปลี่ยนหน่วยความจำแฟลชใหม่ทั้งหมด และอัปเกรดหน่วยประมวลผลเป็น Broadwell

ทั้งหมดนี้ เริ่มขายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ

 

อ่านสรุปสเป็คและราคาของ MacBook ทั้ง 3 รุ่นเพิ่มเติมได้ที่ 
http://www.macstroke.com/98628/early-2015-macbook-specification-and-configuration

 

 

บทสรุปของ Apple Watch!

apple-watch-1

ก่อนเริ่มสำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า Apple Watch คืออะไรและมาจากไหน ตามไปอ่านข่าวเก่ากันก่อนได้ที่นี่

 

สรุปงาน Apple September Media Event
เปิดตัว iPhone 6, iPhone 6 Plus และ Apple Watch

 

ความสามารถคร่าวๆ ของ Apple Watch

  • รองรับการใช้งาน Siri ในการค้นหาข้อมูล

march-event-33

  • อ่าน Notification จากแอปพลิเคแชันต่างๆ รวมถึง WeChat

march-event-30

  • รองรับการจ่ายเงินผ่าน Apple Pay เพียงแค่ยกนาฬิกาขึ้นมาทาบบทตัวอ่านเท่านั้น

march-event-34

  • มีเซ็นเซอร์ที่เกี่ยวข้องกับฟิตเนสเป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถใช้ติดตามกิจกรรมการออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอ

march-event-32

  • รับสายโทรเข้าจาก iPhone ได้ (เสียงยังคงออกที่ iPhone) หรือถ้าไม่ว่าง ก็สามารถใช้ Apple Watch ส่งข้อความตอบกลับไปได้

march-event-31

  • อ่าน Passbook จาก iPhone ได้ ทำให้ไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญๆ เช่นข้อมูลเที่ยวบิน

march-event-37

  • ติดตั้งแอปพลิเคชันเสริมตรงจาก iPhone ได้ (ต้องใช้ iOS 8.2 ขึ้นไป) และสามารถใช้งานบางความสามารถบน Apple Watch ได้ เช่นเรียกรถ Uber, เล่น Instagram, ใช้ Apple Watch เป็น Keycard สำหรับเข้าพักในโรงแรมเครือ SPG, ค้นหาเพลงจาก Spotify, แถมยังสั่งเปิดโรงรถได้ด้วยนะเออ..

march-event-35

march-event-36

และยังมีความสามารถอื่น ๆ อีกมากมาย ตามไปอ่านได้ที่ลิงค์นี้ สรุปสเป็คและราคา Apple Watch

 

 

แบตเตอรี่ละ?

แบตเตอรี่ของ Apple Watch อยู่ได้ทั้งวันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยใช้สายชาร์จเป็นแบบ MagSafe บนเทคโนโลยีแม่เหล็กดูด เพื่อความง่ายดาย หรือหากพูดให้ชัดเจน ก็คือใช้งานต่อเนื่องทั่วไปได้กว่า 18 ชั่วโมง โดยแอปเปิลเคลมว่า สามารถใช้ฟังเพลงครึ่งชั่วโมง, ดูเวลาบ่อยๆ ได้ทั้งวัน, รับการแจ้งเตือนต่างๆ จาก iPhone เกือบร้อยครั้ง แบตก็ยังอยู่ได้ยาว 18 ชั่วโมงจนกว่าเครื่องจะตัดเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน ที่จะแสดงเพียงแค่เวลาอย่างเดียว 

march-event-25

march-event-26

 

กันน้ำ?

Apple Watch มีความสามารถในการกันน้ำแบบ Water Resistant (กันสาดกระเซ็น) ในระดับ IPx7 คือทำตกหรืออยู่น้ำในระดับ 1 เมตรได้นาน 30 นาที แต่… ใส่ว่ายน้ำ/อาบน้ำ ไม่ได้นะครับ เดี๋ยวจะพังเอาเพราะน้ำเข้า (ปัญหานี้เป็นปัญหาทั่วไปของสมาร์ทวอทซ์หลายๆ ยี่ห้ออีกด้วย)

 

 

Collection และ ราคาขายปลีก

ในส่วนของ Collection และราคาของ Apple Watch จะแบ่งออกเป็น 3 Collection ดังนี้ 

 

Apple Watch Sport

march-event-27

สำหรับ Apple Watch Sport จะทำขึ้นด้วยกรอบอลูมิเนียมอัลลอยอย่างดี ที่ผ่านกระบวนการดัดแปลงอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้เป็นกรอบที่ดีที่สุดสำหรับ Apple Watch Sport

ในส่วนของราคาจะอยู่ที่ 349 ดอลลาร์สหรัฐฯ (38 มม.) และ 399 ดอลลาร์สหรัฐฯ (42 มม.) มาพร้อมสาย Sport Band ทั้งหมด

 

Apple Watch

march-event-28

สำหรับตัว Apple Watch รุ่นธรรมดา จะทำขึ้นจากสแตนเลสสตีลเกรดดี หล่อโดยใช้ความเย็นที่เหมาะสมที่สุด และขัดเกลาให้ได้ความมันเงาตามที่ต้องการ

ในส่วนของราคาจะอยู่ที่ 549-1049 ดอลลาร์สหรัฐฯ (38 มม.) และ 599-1049 ดอลลาร์สหรัฐฯ (42 มม.) ขึ้นอยู่กับสายที่เลือก

 

Apple Watch Edition

march-event-29

ตัว Apple Watch Edition นั้นเป็นรุ่นสูงสุดของ Apple Watch ตัวเรือนทำขึ้นจากทองคำแท้ 18 กะรัต และใช้ความปรานีตขั้นสุดยอดในการประกอบ เพื่อให้ Apple Watch Edition เป็นที่สุดของนาฬิกาดิจิทัลที่หลายคนหมายปอง

สำหรับราคา Apple ไม่ได้ประกาศราคาอย่างเป็นทางการ นั่นหมายความว่าคนที่อยากได้ Apple Watch Edition จริงๆ เงินต้องถึงกันแบบซื้อนาฬิการาคากว่าหลายแสนบาทได้สบายๆ และแน่นอนว่า Apple ไม่ส่ง Apple Watch Edition ออกขายตามตัวแทนจำหน่ายรายอื่นๆ นอกจากร้าน Apple Store ครับ

 

แล้วจะรู้ได้ไงว่าขนาดไหนเหมาะกับใคร?

นาฬิกาขนาดไหนเหมาะกับใคร? คำถามนี้ Apple มีคำตอบให้ในเอกสาร Wrist Guide ตามนี้ครับ

  • รุ่น 38 มม. จะเหมาะสำหรับคนที่มีรอบวงข้อมือที่ 5.1 นิ้ว – 7.8 นิ้ว หรือก็คือเหมาะสำหรับผู้หญิงมากกว่า
  • รุ่น 42 มม. จะเหมาะสำหรับคนที่มีรอบวงข้อมือที่ 5.5 นิ้ว – 8.2 นิ้ว หรือก็คือเหมาะสำหรับผู้ชายมากกว่า

 

ขายเมื่อไหร่ และที่ไหนก่อนบ้าง?

Apple Watch จะเริ่มเปิดให้จองและให้ลองเล่นกันครั้งแรกในวันที่ 10 เมษายนนี้ และจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 เมษายนนี้ใน 9 ประเทศแรก คือ ออสเตรเลีย แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮ่องกง ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ซึ่งประเทศไทยน่าจะเข้ามาขายในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมครับ

march-event-38

 

ท้ายที่สุด Tim Cook ปิดงานด้วยการกล่าวว่า “ถึงแม้ว่า Keynote จะจบลงเท่านี้ แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จาก Apple” ซึ่งรับประกันได้เลยว่า ปี 2015 สำหรับ Apple กลายเป็นปีที่น่าตื่นเต้นกันอีกแล้วล่ะครับ ^^”

สำหรับใครที่อยากดู Keynote ย้อนหลัง ก็สามารถดูได้ที่นี่ครับ

– Apple March Media Event –

แล้วเจอกันใหม่ งวดหน้าครับ ( ^^)/

หากมีข้อสงสัยหรือคำแนะนำใด ๆ สามารถพูดคุยกับทีมงานได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke ครับ

 

อ่านเพิ่มเติม


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke

Comments

  1. […] หลังจบงาน March Media Event สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ก็คือการอัปเดตร้าน Apple Online Store แน่นอนครับว่ามีการประกาศในเรื่องการตัดราคา เปิดตัวของใหม่ และอัปเกรดสินค้าใหม่ๆ หลายชิ้น ซึ่งทีมงานได้รวมมาให้แล้วว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปใน Online Store ประเทศไทยตั้งแต่วันนี้ มีอะไรกันบ้างครับ […]