[ลือ] iPhone 5S จะใช้ชิป Apple A7 Dual-core 1.7GHz ใช้งานจริงแรงกว่า iPhone 5 อย่างน้อยสองเท่า

ตามที่คาดกันไว้ แอปเปิลจะพัฒนาชิปประมวลผลใหม่ให้ iPhone 5S จากเดิมที่ใช้ชิปประมวลผล Apple A6 ใน iPhone 5 กลายเป็นชิปประมวลผล Apple A7 สำหรับ iPhone 5S

Clayton Morris นักข่าวจาก FOX News เผยถึงชิป Apple A7 ว่า ชิปสามารถทำงานที่ความเร็วสัญญาณนาฬิกา (Clock Speed) สูงกว่าเดิมถึง 31% แต่จะยังคงจำนวนแกนของหน่วยประมวลผลเป็น Dual-core อยู่เช่นเดิม

หากมองย้อนกลับไป ชิป Apple A5 ใน iPad mini มีความเร็ว 1GHz ในขณะที่ชิป A6 ของ iPhone 5 มีความเร็ว 1.3GHz มากกว่า Apple A5 อยู่ 30% แต่เมื่อใช้งานจริง กลับทำงานได้เร็วขึ้นราว 2 เท่า ดังนั้นเราจึงอนุมานต่อไปได้ว่า ชิป Apple A7 ใน iPhone 5S จะมีความเร็วสัญญาณนาฬิกา 1.7GHz และใช้งานจริงได้เร็วกว่า iPhone 5 เป็นเท่าตัว ยิ่งถ้าแอปเปิลนำเทคโนโลยี Flash Storage ความเร็วสูงดังที่ใช้ใน MacBook Air มาใช้ร่วมกันด้วย ก็ยิ่งทำให้ความแรงของ iPhone 5S ทิ้งห่าง iPhone 5 ออกไปมากกว่านี้ได้อีก

 

Apple A7 อาจใช้สถาปัตยกรรมแบบ 64-bit ด้วย

อย่างไรก็ตามทาง 9to5mac ได้ระบุเพิ่มเติมมาว่า แอปเปิลมีเครื่องต้นแบบ (Prototype) สำหรับทดสอบชิป Apple A7 ที่รองรับสถาปัตยกรรม 64-bit ซึ่งจะช่วยเร่งการประมวลผลกราฟฟิกของ iOS 7 เช่น เอฟเฟกต์โปร่งแสง และการใช้งานด้านกราฟฟิกอื่นๆ (การดูหนัง, การเล่นเกม ฯลฯ) แต่ยังไม่มีการระบุออกมาอย่างแน่ชัดว่าแอปเปิลจะใช้ชิปประมวลผล 64-bit กับ iPhone 5S จริงๆ

นักวิเคราะห์จาก KGI Securities สถาบันการเงินหลักของแอปเปิล คาดการณ์ว่าการเปลี่ยนไปใช้ชิปประมวลผลแบบ 64-bit มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ถ้าหากไม่ได้ใช้งานกับชิปประมวลผล A7 ในปีนี้ ก็อาจจะนำไปใช้กับชิปประมวลผล Apple A8 บน iPhone รุ่นใหม่ ในปี 2014 แทน

 

อาจมีชิปประมวลผลพิเศษ และเซนเซอร์ตรวจจับลายนิ้วมือ

Clayton Morris ยังระบุเพิ่มเติมว่า iPhone 5S จะมาพร้อมชิปประมวลผลพิเศษ สำหรับช่วยตรวจจับการเคลื่อนไหว (Motion Tracking) เพื่อใช้ร่วมกับกล้องถ่ายวิดีโอในโหมด “Super Slow Motion” ที่ความเร็ว 120 เฟรมต่อวินาทีได้

รวมถึงระบบสแกนลายนิ้วมือบนปุ่มโฮม ที่จะเพิ่มเข้ามาพร้อมกับคุณสมบัติปลดล็อกเครื่อง คาดว่าเป็นการทดสอบการทำงานของระบบในขั้นต้น บน iPhone 5S ก่อนที่แอปเปิลจะขยายขอบเขตของการสแกนลายนิ้วมือไปสู่การยืนยันตัวตนสำหรับทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคตครับ


ที่มา: 9to5Mac


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke