แอปเปิลให้ผู้ใช้ทุกคนลองใช้ iWork บน iCloud สร้างเอกสารสวยๆได้แล้ว ทั้งบน Windows และ Mac

ก่อนหน้านี้แอปเปิลได้เปิดให้ผู้ใช้งานที่เป็นนักพัฒนา และกลุ่มผู้ใช้งานที่ถูกเลือก ให้สามารถใช้งาน iWork for iCloud มาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ ณ วันนี้ ก่อนงานเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ (ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 10 กันยายนนี้) แอปเปิลได้เปิดให้ผู้ใช้งานทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนาหรือผู้ใช้งานปกติสามารถเข้าใช้งาน iWork for iCloud ได้แล้วครับ

iWork เป็นบริการในลักษณะของเว็บแอปพลิเคชั่นจากแอปเปิล โดยจะทำงานบนเว็บเบราว์เซอร์สมัยใหม่ ทั้ง Safari จากแอปเปิล, Chrome จากกูเกิล และ Internet Explorer จากไมโครซอฟท์ โดยให้ความรู้สึกเสมือนกำลังเปิดโปรแกรมหรือแอปพลิเคชั่นบนคอมพิวเตอร์อยู่จริง ๆ

 ภาพ: การสร้างงานนำเสนอบนแอป Keynote ในชุดโปรแกรม iWork for iCloud

ภายในชุดโปรแกรม iWork for iCloud ประกอบไปด้วย แอปพลิเคชั่น Pages, Keynote และ Numbers เปรียบเทียบกับชุดโปรแกรม Microsoft Office ของไมโครซอฟท์ได้ดังนี้

  • Pages – ทำงานร่วมกับเอกสาร Microsoft Word ได้
  • Keynote – ทำงานร่วมกับเอกสาร Microsoft PowerPoint ได้
  • Numbers – ทำงานร่วมกับเอกสาร Microsoft Excel ได้

เนื่องจากชุดโปรแกรม iWork for iCloud เป็นการใช้งานเว็บแอป จึงจำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไว้ด้วย ถึงจะใช้งานได้ครับ แต่ข้อดีของเว็บแอปก็คือ เราไม่ต้องกลัวไฟล์สูญหาย และมีการบันทึก-จัดเก็บข้อมูลแบบอัตโนมัติให้ตลอดเวลาครับ (ไม่ต้องคอยกดเซฟงานนั่นเอง ทำพลาดก็กด Undo เพื่อยกเลิกได้)

ปัจจุบันนี้ iWork for iCloud ยังเป็นรุ่นทดสอบอยู่ครับ แต่การใช้งานนับว่าสามารถใช้ได้จริงแล้วล่ะครับ ทุกวันนี้ผมใช้งาน iWork ในการนำเสนองานอยู่ ใช้งานง่ายมาก

 

หน้า iCloud เวอร์ชั่นปกติ ที่มาพร้อม iWork รุ่นทดสอบ

 

หน้า iCloud รุ่นทดสอบมาพร้อม iWork รุ่นทดสอบเช่นกัน

นอกจากการใช้งานผ่านเว็บแอป ผ่านทาง http://www.icloud.com ทั้งบน Windows และ Mac แล้ว ผู้ใช้งาน Mac สามารถซื้อโปรแกรมในชุด iWork ในรูปแบบแอปพลิเคชั่นคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบได้จาก Mac App Store ในราคา 19.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 600 บาท) ต่อแอปพลิเคชั่น และแอปเวอร์ชั่น iOS ที่เป็น Universal App รองรับหน้าจอของ iPhone และ iPad ในราคา 9.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 300 บาท) ต่อแอปพลิเคชั่นครับ


ที่มา: iDownloadBlog


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke