แอปเปิลจะไม่ตัด Siri ออกจาก iPhone 5C เพราะแอปเปิลขาย “ประสบการณ์การใช้งาน iPhone” ไม่ได้ขายแค่มือถือ

เมื่อคืนที่ผ่านมา MacRumors รายงานว่าแอปเปิลจะตัด Siri ออกจาก iPhone 5C เพื่อให้เกิดความแตกต่างจาก iPhone 5S และจะไม่ไปแย่งตลาดกัน โดยเป็นการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์อย่าง Gene Munster

หากลองพิจารณาดูดี ๆ จะพบว่า Siri นั้นเป็นคุณสมบัติเด่นของ iPhone โดยตลอดมา ตั้งแต่ที่เปิดตัวครั้งแรกใน iPhone 4S จนกระทั่งมาอยู่ในอุปกรณ์หลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น iPhone 5, iPad with Retina Display, iPod touch หรือแม้แต่ iPad mini

 

ถ้าใช้ตรรกะที่ว่า iPad mini คือ iPad รุ่นเล็ก ยังมี Siri ในตัวได้

แล้วทำไม iPhone 5C ที่เป็น iPhone รุ่นเล็กเหมือนกัน ถึงจะมี Siri ไม่ได้ล่ะ?

กอปรกับแหล่งข่าวที่วิเคราะห์เรื่องนี้เคยคาดการณ์ไว้ว่าแอปเปิลจะเปิดตัว iPad mini with Retina Display ในเดือนมีนาคม 2013, เปิดตัว iPhone 5S ในเดือนมิถุนายน 2013 และเดาเรื่อง Apple TV มาทุกไตรมาสตั้งแต่ปี 2011 ยิ่งทำให้ความน่าเชื่อถือของข่าวนี้ลดลงไปมาก

จึงสรุปได้ว่า มีโอกาสน้อยเหลือเกิน ที่แอปเปิลจะตัดคุณสมบัติพื้นฐาน ที่ให้ประสบการณ์การใช้งานในแบบ iPhone อย่าง Siri ออกไป ในวันที่โทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์ราคาไม่กี่พันบาท มีคุณสมบัติวิเคราะห์การสั่งงานด้วยเสียงแบบนี้ให้ใช้เหมือนกัน แต่ถ้าบอกว่าแอปเปิลจะใส่เซนเซอร์ตรวจจับลายนิ้วมือให้เฉพาะ iPhone 5S เพื่อสร้างความแตกต่างจาก iPhone 5C ค่อยฟังดูสมเหตุสมผลหน่อย

 

อย่างไรก็ตาม คาดว่าแอปเปิลจะวางจำหน่าย iPhone 5C ในราคาเริ่มต้นราว 11,000-12,000 บาท แต่ขึ้นชื่อว่าแอปเปิล บริษัทนี้คงไม่ได้วางตำแหน่ง iPhone 5C ไว้เป็นมือถือราคาประหยัดแน่นอน

ลองย้อนกลับไปดูกรณี iPad mini เมื่อปีที่แล้ว หากจะบอกว่า iPad mini เป็น iPad ราคาถูก ก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะ iPad mini มีสเปคที่ด้อยกว่า และราคาที่สูงกว่าแท็บเล็ตแอนดรอยด์ขนาดใกล้เคียงกันในตลาดแทบทั้งหมด

แล้วแอปเปิลวาง iPad mini ให้เป็นอะไร? สโลแกนทางการตลาดอันนี้บอกเราไว้หมดแล้ว

 

“Every inch an iPad”
(ทุกกระเบียดนิ้วคือ iPad)

 

แอปเปิลมอง iPad mini ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ทำสิ่งต่าง ๆ ได้เหมือน iPad รุ่นใหญ่เครื่องหนึ่ง ในขนาดที่เล็กลงกว่าเดิม และราคาที่เป็นมิตรมากขึ้น

หากซื้อ iPad mini ไปใช้ ผู้ใช้ต้องได้ประสบการณ์การใช้งานเหมือน iPad เครื่องใหญ่ทุกประการ และได้เข้าถึงระบบนิเวศ (Ecosystem) ของแอปเปิลอย่าง iTunes Store, App Store, iBookstore นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไม iPad mini ถึงประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยที่ไม่ต้องลดระดับราคาลงไปสู้กับแท็บเล็ตขนาดเล็กเลย

 

iPhone 5C ก็เช่นกัน

ครั้งนี้แอปเปิลไม่ได้มองแค่ว่า จะขาย iPhone ราคาประหยัดเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด หรือเจาะตลาดจีน, อินเดีย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฯลฯ แต่แอปเปิลต้องการนำ “ประสบการณ์การใช้งานแบบ iPhone และ Ecosystem ของตนเอง” ไปถึงผู้ใช้ให้มากกว่านี้ แล้วส่วนแบ่งการตลาดจะเพิ่มขึ้นเป็นผลพลอยได้เอง

 

ประสบการณ์การใช้งานแบบ iPhone คืออะไร?

หากให้นิยามประโยคนี้ คงตอบได้ว่า iPhone มีแอปคุณภาพดีให้เล่นมากมาย, เข้าถึงคลังเพลงและสื่อดิจิตอลบน iTunes Store ได้สะดวก, การทำงานของเครื่องและ iOS ที่ลืื่นไหลเป็นธรรมชาติ, ถ่ายรูปสะดวกโดยไม่ต้องปรับแต่ง, เล่นเกมกราฟฟิกสวย ๆ ไม่กระตุก เหมือนที่เห็นในโฆษณา

แต่ iPhone 4 และ iPhone 4S ที่วางตำแหน่งเป็น iPhone ราคาถูกในวันนี้ กลับไม่สามารถมอบ “ประสบการณ์การใช้งานแบบ iPhone” อย่างเต็มรูปแบบ ให้แก่ผู้ใช้แล้ว เราเริ่มจะเห็น iPhone 4S เล่นเกมกระตุกเล็กน้อย เครื่องเริ่มทำงานไม่ลื่นเหมือนตอนซื้อมาใหม่ ๆ ยิ่งกับ iPhone 4 นี่ไม่ต้องพูดถึง เกมก็กระตุก กล้องก็เริ่มไม่ชัด แถมอัปเดต iOS 7 ยังไม่ได้เอฟเฟกต์ตระการตา หรือคุณสมบัติใหม่ ๆ เทียบเทียม iPhone 5 อีก

ทุกวันนี้มีคนอยากได้ iPhone อยู่ทั่วทุกมุมโลก รวมถึงในทุกภูมิภาคของประเทศไทยเช่นกัน แต่ส่วนหนึ่งยังคงมองว่า iPhone รุ่นใหม่นั้นแพงไป และหากจะซื้อรุ่นที่ถูกกว่า มันก็กลายเป็น “iPhone รุ่นเก่า” ที่ไม่ให้ประสบการณ์การใช้งานแบบ iPhone ที่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์เลย

 

นั่นเป็นที่มาว่า ทำไมแอปเปิลถึงตัดสินใจทำ iPhone 5C ในปีนี้

iPhone 5C จะเป็น “iPhone รุ่นใหม่” ที่ให้ประสบการณ์การใช้งานแบบ iPhone เต็มรูปแบบ — มีแอปดี ๆ ให้เล่น, มี Ecosystem และคลังสื่อดิจิตอลขนาดใหญ่, ถ่ายรูปสวย, เครื่องเร็ว เล่นเกมไม่กระตุก มีคุณสมบัติใหม่ ๆ ครบครัน ทั้งถ่ายภาพ Panorama, ใส่ฟิลเตอร์ภาพ หรือแม้แต่ใช้งาน Siri ในราคาที่คนจำนวนมาก จับต้องได้

หากตีความจากคำพูดของ Tim Cook ในช่วงปีที่ผ่านมาหลาย ๆ ครั้ง แอปเปิลมองว่าเมื่อผู้คนเข้ามาอยู่ในระบบนิเวศของตน และได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีจาก iPhone เขาจะไปซื้อสินค้าตัวอื่นอย่าง iPad และ Mac หรือเก็บเงินไว้ซื้อ iPhone รุ่นท็อปที่หรูกว่า ในอนาคตเอง

จึงไม่แปลกใจที่จะเห็นข่าวลือว่า iPhone 5C จะมีสเปคเทียบชั้น หรือเผลอ ๆ บางจุดจะดีกว่า iPhone 5 เพราะความใหม่ของเทคโนโลยีเสียด้วยซ้ำไป เพราะแอปเปิลคงไม่ปล่อยให้ iPhone รุ่นใหม่ มีความเร็วเท่า iPhone รุ่นเมื่อ 2 ปีก่อนเป็นแน่ แต่ที่แน่ ๆ แอปเปิลต้องการให้ iPhone 5C เป็นเครื่องมือเบิกทาง มอบประสบการณ์แบบแอปเปิลให้กับผู้ใช้ใหม่ ๆ ให้ก้าวต่อไปยังสินค้าที่ระดับสูงกว่า และทำกำไรให้กับแอปเปิลมากกว่าในอนาคตนั่นเอง

 

เราคงต้องรอจนกว่าแอปเปิลจะเปิดตัว iPhone 5C ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ แล้วทุกอย่าง จะกระจ่างเองครับ…

แสดงความคิดเห็นกันได้ที่กล่องคอมเมนท์ด้านล่าง, Facebook.com/MacStroke หรือ Twitter @MacStroke ครับ น้อมรับฟังทุกความคิดเห็น :)


ที่มา: 9to5Mac, MacRumors


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke