Review iOS 7 Beta 4: เมื่อแอปเปิลฟังเสียงผู้ใช้ เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ iOS อีกในอนาคต

กลับมาพบกันอีกครั้ง กับ Review iOS 7 ครับ หลังจากที่แอปเปิลปล่อยเวอร์ชันทดสอบ (Beta Version) ออกมาให้ได้ลองใช้เป็นครั้งที่ 4 กันแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เรามาดูกันดีกว่าว่า ในรอบนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

 

สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านบทความรีวิว Beta ก่อนหน้า กดเข้าไปอ่านได้ตามนี้เลยครับ

 

(คลิกที่ภาพในบทความนี้ เพื่อดูภาพขนาดเต็มได้ทุกภาพนะครับ)

 

 หลายอย่างดูลงตัวขึ้น เข้าใจง่ายขึ้นกว่าเดิม

สิ่งแรกที่เห็นหลังจากอัปเดต iOS 7 Beta 4 คือหน้าจอโฮมที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย จากเดิมใน Beta 1-3 ที่มีเพียงคำว่า “เลื่อนเพื่อปลดล็อก” (Slide to Unlock) อยู่ด้านล่างหน้าจอ ก็มีการใส่ลูกศรชี้ไปทางขวาเพิ่มเข้ามาเพื่อสื่อทิศทางการเลื่อนที่ชัดเจน และขยับตำแหน่งตัวอักษรเล็กน้อยด้วย

หลายคนอาจจะไม่เชื่อ แต่การไม่ใส่ลูกศรเอาไว้ ทำให้มีผู้ใช้บางคนเข้าใจผิด เลื่อนปลดล็อกหน้าจอ iPhone จากล่างขึ้นบนก็มี! แต่พอมีลูกศรเพิ่มเข้ามา ก็มีคนบ่นว่า “มันเกะกะสายตา” อีกเช่นกัน ตรงนี้เราคงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงใน Beta ถัดจากนี้อีกแน่ ๆ ครับ

ส่วนตัวปี๋มองว่าดีไซน์โดยรวมของหน้าจอล็อกนั้นลงตัวขึ้นครับ แต่ไม่ทราบว่า คนอื่นคิดยังไงกันบ้างครับ? :)

 

นอกเหนือจากหน้าจอล็อก ในหน้าจอโฮมก็มีการปรับปรุงโทนสีของไอคอนใหม่ โดยไล่สีไอคอนให้นวล ๆ สบายตามากขึ้น และเพิ่มความเข้มของพื้นหลังเข้ามา พร้อมกับขยายขนาดตัวอักษรเล็กน้อย เพื่อให้มองเห็นตัวอักษรได้ดีกว่าเดิมครับ

 

ในส่วนของโฟลเดอร์ จากเดิมใน iOS 7 Beta 3 ที่เป็นโฟลเดอร์แบบโปร่งใส เห็นพื้นหลังชัดเจน ก็ถูกปรับให้เป็นแบบโปร่งแสง และเบลอพื้นหลัง เพื่อเน้นไอคอนภายในให้เด่นชัดขึ้นครับ ลองสังเกตตรงหัวของเจ้า Minion ตัวเหลือง ๆ ในภาพ กับตรงพื้นหลังจุดอื่น โฟลเดอร์ในตอน Beta 3 จะเป็นสีเดียวกันทั้งหน้าจอ แต่พอใน Beta 4 ก็ถูกเล่นสีให้กลืนกับสิ่งที่อยู่ด้านหลัง

เวลาเราเลื่อนหน้าจอโฮม สีของโฟลเดอร์ก็จะเปลี่ยนไปตามตำแหน่งที่มันอยู่ด้วยครับ เช่น พอเราเลื่อนโฟลเดอร์ออกจากหัวเจ้า Minion สีโฟลเดอร์ก็จะปรับจากสีเหลือง ๆ เป็นสีโทนฟ้าอมเขียว เป็นต้น

 

ภาพด้านบนอาจจะมองไม่ชัดนัก เราเลยอัปโหลดภาพขนาดเต็มให้ด้านล่าง ลองคลิกเข้าไปดู หรือเซฟไปเปรียบเทียบดูได้ครับ

iOS 7 Beta 3

 

iOS 7 Beta 4

 

อีกจุดหนึ่งที่มีการปรับหน้าตาอย่างชัดเจนเลย คือ “Spotlight” หรือช่องค้นหา iPhone ของเรา หน้าจอนี้ถูกย้ายจากหน้าซ้ายสุดของหน้าจอโฮม มาเป็นการดึงหน้าจอโฮมจากบนลงล่างแทนครับ (ลองกลับไปอ่านใน Review iOS 7 Beta 1 ดูได้)

 

อีกจุดหนึ่งที่มีการปรับปรุงหน้าตา คือหน้าจอแป้นโทรศัพท์ จากเดิมที่เป็นแถบใหญ่ ๆ ก็มีหน้าตาเหมือนปุ่มมากขึ้น ต่อให้คนไม่เคยใช้ iPhone มาจิ้มเล่นดู ก็ต้องเข้าใจได้ทันทีว่านี่คือปุ่มสำหรับโทรออกครับ

 

ในหน้าจอสายโทรเข้า-โทรออก ก็ถูกปรับปรุงเรื่องปุ่มเช่นเดียวกัน โดยใน Beta 4 แถบใหญ่ ๆ ก็ถูกปรับเป็นปุ่มทั้งหมด และปรับตัวอักษรให้หนาขึ้น ชัดเจนขึ้น แต่หากเราล็อกหน้าจอเอาไว้แล้วมีสายเข้า ระบบก็ยังคงแสดงแถบให้เลื่อนเพื่อรับสาย (Slide to Answer) อยู่เหมือนใน Beta 1-3 ตามเดิมครับ

ส่วนภาพในรายชื่อผู้ติดต่อ ก็ยังคงเพี้ยน ๆ และต้องตั้งค่ากันใหม่อยู่ทุก Beta เลยครับ คาดว่าในเวอร์ชันเต็ม จุดนี้น่าจะถูกแก้ไขให้เข้าที่กว่านี้แล้วครับ

 

นอกจากตัวอักษรในหน้าจอโทรศัพท์แล้ว ตัวอักษรในระบบที่ใช้ฟอนต์แบบใหม่ ก็ถูกปรับให้มีความชัดเจนมากขึ้น อ่านง่ายขึ้นกว่าเดิมครับ

 

และตามที่เราเคยโพสต์ไป iOS 7 Beta 4 นั้นปรับฟอนต์ของแอปต่าง ๆ จากนักพัฒนาภายนอก (Third Party App) กลับไปใช้ฟอนต์เดิม เพื่อความกลมกลืนของตัวอักษรภายในแอป แต่อย่างในหน้าจออัปเดต (ภาพขวา) ก็มีการใช้ฟอนต์เก่าและฟอนต์ใหม่ปนกันไป ไม่แน่ใจว่าตรงนี้เป็นจุดผิดพลาด (Bug) หรือเปล่านะครับ เพราะมันช่างดูขัดกันเสียเหลือเกิน

 

จุดถัดไปที่ถูกปรับปรุงคือแอปกล้องถ่ายภาพ จากเดิมใน Beta 1-3 ที่ปุ่ม HDR อยู่ใกล้กับชัตเตอร์กล้อง จนเผลอกดไปโดนได้ง่าย ใน Beta 4 ก็ได้ย้ายตำแหน่งของปุ่ม HDR ขึ้นไปไว้ด้านบนหน้าจอแล้ว พร้อมปรับสีกรอบโฟกัสภาพเป็นสีเหลืองเหมือนในกล้อง DSLR

อีกอย่างหนึ่งที่เราเห็นจากภาพด้านบน คือเมื่อเราแตะหน้าจอค้างไว้ จะมีข้อความบอกว่าเราได้ล็อกแสงและโฟกัสของภาพ (AE/AF) กลับมาแล้ว หลังจากที่เคยมีใน iOS 6 และถูกถอดออกไปใน iOS 7 Beta 1-3 ครับ

 

หน้าจอเล่นเพลงและ Control Center ก็เป็นอีกจุดที่ถูกปรับปรุงครับ โดยคำสั่ง Repeat/Shuffle (วนซ้ำและสับเปลี่ยน) ในแอปเล่นเพลง ก็ถูกเน้นเป็นปุ่มลึกลงไป ไม่สร้างความสับสนว่าเรากดปุ่มนี้แล้วรึยัง และมีการปรับโทนสีของแถบเลื่อนในแอปเพลง และแสง-เงาของปุ่มบน Control Center ใหม่เล็กน้อยด้วย (ไอคอน AirDrop กับ AirPlay เปลี่ยนไปเล็กน้อยด้วย สังเกตเห็นไหม?)

แต่อยากจะบอกว่า พอใช้จริงแล้ว Control Center ของ Beta 3 กดง่ายกว่านิดนึงนะครับ ใน Beta 4 เวลาเปลี่ยนเพลง มือจะเผลอไปโดนปุ่มปรับเสียงอยู่บ่อยมากเลย อันนี้ก็ต้องรอการแก้ไขกันต่อไป

 

การเล่นแสงเงาใน AssistiveTouch, แถบเลือกข้อความ และแถบเลื่อนกล่องป้อนข้อความ (แถบที่มีปุ่ม < / > บนคีย์บอร์ดในภาพขวา) บน iOS 7 Beta 4 ก็ถูกปรับให้เข้ากับดีไซน์โดยรวมของระบบในจุดอื่นแล้วครับ ดูสวยขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย

 

จุดเล็ก ๆ อีกจุดที่ถูกปรับปรุงไปใน iOS 7 Beta 3 และ Beta 4 คือแถบสถานะบนหน้าจอโฮม และฮอตสปอตส่วนบุคคล (Personal Hotspot) จากเดิมที่แถบ Personal Hotspot นี้เคยเป็นสีน้ำเงินเข้ม ก็ถูกไล่สีให้อ่อนลง เข้ากับจุดอื่น ๆ ของระบบ และเมื่ออยู่ในหน้าจอล็อก ก็จะแสดงเป็นไอคอนขนาดใหญ่ด้านบน แทนที่จะเป็นแถบหนา ๆ มาบังภาพพื้นหลังไปอีกแถบ

สังเกตให้ดี ๆ เราจะเห็นว่าแถบสถานะบนหน้าจอล็อก มีขนาดใหญ่กว่าจุดอื่น ๆ ของระบบด้วย เพื่อที่จะได้มองเห็นได้ชัดเจนครับ

 

คุณสมบัติใหม่ “Trust this Computer?”

นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติใหม่ที่หลายคนน่าจะชอบ อย่างหน้าจอถามเพื่อยืนยันการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ ดังภาพด้านบนครับ หน้าจอนี้ถูกเพิ่มเข้ามาตั้งแต่ iOS 7 Beta 3 แล้ว แต่เพิ่งได้รับการแปลไทยใน Beta 4 นี้เอง

หากเรากด “เชื่อถือ” (Trust) คอมพิวเตอร์เครื่องใดไว้ คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นก็จะมีสิทธิในการเข้าถึงไฟล์และแอปต่าง ๆ บนอุปกรณ์ของเราได้เต็มที่ และหากนำไปเสียบเครื่องอื่น ก็จะมีหน้าจอนี้ขึ้นมาให้ยืนยันก่อนเสมอ ทำให้ป้องกันการนำอุปกรณ์ไปเสียบคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น แล้วถูก iTunes แอบ Sync เพลง, Sync แอป จนข้อมูลเราหายได้ :)

 

 

 iOS 7 บน iPad ก็ลงตัวขึ้นเช่นกัน

ใน iOS 7 Beta 4 บน iPad นั้นถือว่าลงตัวกว่าเดิมมาก เพราะการทำงานในหลายจุดลื่นขึ้นมาก และเริ่มเสถียรกว่า Beta 2-3 แบบเห็นได้ชัด

และในภาพด้านบนเราจะเห็นการแปลภาษาไทยในเมนู “Accessibility” ใหม่ จากเดิมที่ใช้ว่าเมนู “ผู้พิการ” ก็ถูกเปลี่ยนเป็น “การช่วยการเข้าถึง” แทนครับ เพราะเมนูนี้ คนไม่พิการก็ชอบใช้กันเหลือเกิน ทั้งปรับขนาดตัวอักษรให้อ่านง่ายขึ้น, ปรับเน้นความหนาตัวอักษร หรือแม้แต่เปิดเจ้าตุ่มสิว AssistiveTouch มาลอย ๆ อยู่บนจอก็ทำจากเมนูนี้ทั้งสิ้นครับ

 หน้าจอปฏิทินของ iPad ใน Beta 4 นั้นมีการใช้พื้นที่ได้คุ้มค่าขึ้น และเหมาะสมกับจอขนาดใหญ่มากขึ้นด้วยครับ น่าใช้ขึ้นเยอะเลย ของเดิมนี่เหมือนมักง่าย เอาจอ iPhone มาแปะ ๆ ไว้เท่านั้นเอง (ฮา…)

 

 

แอปต่าง ๆ อย่าง Safari และนาฬิกาบน iPad ก็ลงตัวขึ้นเยอะครับ ทั้งปุ่มคีย์บอร์ดและแถบต่าง ๆ ก็มีดีไซน์ที่เข้ากับภาพรวมของระบบ

อยากให้ดูแอปนาฬิกาจับเวลาถอยหลังบน iPad ครับ พอกดจับเวลา แถบแดง ๆ รอบวงกลมก็จะค่อย ๆ หมุนไปเรื่อย ๆ จนครบรอบด้วย ดูดีแบบเรียบง่ายได้เหมือนกัน

 

แต่ถึงกระนั้น คำว่า Beta หรือเวอร์ชันทดสอบ ยังหมายถึง “สิ่งที่ทำไม่เสร็จสมบูรณ์” ครับ หากเรานำมาใช้ ก็ต้องทำใจยอมรับด้วยว่า เราจะเจออะไรแปลก ๆ เอ๋อ ๆ เพี้ยน ๆ ได้ตลอดเวลา อย่างภาพด้านบนที่ตัวอักษรในปุ่มนั้นเล็กเสียเหลือเกิน หรือแม้กระทั่งบางที แค่เปิดเครื่องขึ้นมา เครื่องก็ค้างแล้วดับเองบ่อย ๆ อยู่เหมือนกัน

ดังนั้นแล้ว คนที่อยากลอง แต่ยังไม่มีความรู้ที่จะรับมือกับปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ได้ดีพอ เราก็ยังไม่แนะนำให้อัปเดต iOS 7 Beta 4 นะครับ หากมีปัญหาใด ๆ ที่ร้ายแรง เกิดขึ้น เช่น ภาพหายทั้งเครื่อง หรือเครื่องค้างเปิดไม่ติด ฯลฯ แล้วแก้ไขไม่เป็น คงไม่มีใครช่วยได้นะครับ ^ ^)”

 

 

สรุป: เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ iOS มากกว่านี้อีกในอนาคต

ระบบที่เสถียรขึ้น และแบตเตอรีที่อึดขึ้น

จากที่ได้ลองเล่น iOS 7 Beta 4 ในครั้งนี้ ต้องบอกเลยว่าแอปเปิลทำ iOS ได้ลงตัวมากขึ้น ดีไซน์ของระบบเข้ากับตัวเครื่องมากขึ้น เสถียรขึ้น ประหยัดไฟมากขึ้น ขนาด iPhone 5 ที่ว่าแบตหมดเร็ว ยังสามารถเปิด 3G ทิ้งไว้ได้ทั้งวัน และใช้ต่อเนื่องได้เกือบ 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว เป็นผลมาจากการจัดการพลังงานของระบบ ในขณะที่เราไม่ได้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สังเกตกันไหมครับ ก่อนหน้านี้ใน iOS 6 เวลาเราไม่ใช้งาน iPhone แต่เปิด 3G เอาไว้ แบตเตอรีก็ไหลฮวบ ๆ ราวกับเป็นท่อระบายน้ำ แต่ใน iOS 7 นั้น เมื่อเราไม่ใช้งาน แบตเตอรีลดลงช้ากว่าเดิมมาก ๆ นั่นทำให้แอปเปิลสามารถทำโทรศัพท์ที่มีความบาง และน้ำหนักเบา ออกมาให้เราใช้กันได้ โดยไม่ต้องอัดความจุแบตเตอรีเหมือนกับผู้ผลิตเจ้าอื่นครับ

 

ดีไซน์ที่ลงตัวมากขึ้น และฟังเสียงผู้ใช้มากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของ iOS 7 Beta 4 ถือเป็นทิศทางที่ดีสำหรับแอปเปิลในยุค Tim Cook และทีมงานอื่น ที่เริ่มฟังเสียงของผู้ใช้มากขึ้น และปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ ให้เข้ากับกระแสและการเปลี่ยนแปลงของวงการสมาร์ทโฟนครับ ถึงแม้ว่าจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าแอปเปิลลอกดีไซน์ของ Windows Phone และ Android มา แต่แอปเปิลก็นำสิ่งเหล่านั้นมาทำให้มีความเป็นแอปเปิล และเป็น iOS ในทุกจุดครับ

ซึ่งภาพต่าง ๆ ที่เราเห็นด้านบน อาจจะไม่สามารถบอกเล่าความลื่นไหล, ความสวยงาม, และความลงตัวของระบบออกมาได้หมด แต่หากใครได้ลองเล่น iOS 7 แล้ว ก็ย่อมรู้สึกได้ว่า สิ่งที่ได้สัมผัส มันไม่เหมือนกับระบบปฏิบัติการอื่น ๆ อย่างแน่นอน

 

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป เตรียมอัปเดต iOS 7 เวอร์ชันเต็มได้ ราวปลายเดือนกันยายนนี้ โดยสามารถอัปเดตได้ทั้ง iPhone 4/4S/5, iPod touch รุ่นที่ 5, iPad 2/3/4 และ iPad mini ครับ

 

ครั้งนี้ ก็ขอลากันไปด้วยรูป Wallpaper เจ้า Minion แบบในภาพ ใครอยากได้ กดเข้าไปโหลดภาพใหญ่ ได้จากด้านล่างนี้เลยครับ โหลดแล้วอย่าลืมกด Like กดแชร์บทความไปให้เพื่อน ๆ อ่านกันด้วยนะครับ หากมีคำถามหรือข้อสงสัย สามารถสอบถามและติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke ครับ ขอบคุณครับ :)


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke