สรุปประเด็นและข่าวลือสเปค iPhone 5S, iPhone 5C และ MacBook Pro รุ่นใหม่ ก่อนเปิดตัวคืนนี้

นับถอยหลังอีกไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก่อนที่แอปเปิลจะเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในคืนนี้ เรามาสรุปข่าวลือและประเด็นต่าง ๆ ทั้งหมดกันว่า มีอะไรสามารถเกิดขึ้นได้บ้างในคืนนี้ 

ครั้งนี้แอปเปิลเลือกที่จะจัดงานเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในสำนักงานใหญ่ของตนเอง โดยเชิญสื่อมาร่วมงานในเวลา 10:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (หรือ 24:00 น. คืนนี้ ตามเวลาประเทศไทย)

คาดว่าแอปเปิลจะกล่าวถึงยอดขายและผลงานในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา หลังงาน WWDC เมื่อกลางปี ก่อนโยงเข้าสู่เรื่องของ OS X Mavericks, MacBook Pro, iPod, iPhone รุ่นใหม่ และ iOS 7 ตามลำดับ

 

OS X Mavericks

ปกติแล้ว ในงานเปิดตัวสินค้า ที่มีอุปกรณ์ iOS เป็นพระเอกของงาน แอปเปิลมักจะเริ่มเรียกน้ำย่อยด้วยเรื่องของ Mac ก่อนเสมอ คาดว่าในคืนวันที่ 10 กันยายนนี้ แอปเปิลจะประกาศกำหนดการวางจำหน่าย OS X Mavericks และอาจปล่อยอัปเดตให้กับผู้ใช้ Mac บางรุ่นฟรี เหมือนที่เคยปฏิบัติมาทุกครั้ง 

หากย้อนกลับไปดูเมื่อคราวที่ออก OS X Mountain Lion แอปเปิลเลือกที่จะจำหน่าย OS X ในราคาเพียง 19.99 ดอลลาร์สหรัฐ​ (หรือราว 600 บาท) ลดลงจากเดิมเมื่อครั้งที่ออก OS X Lion ที่ตั้งราคาไว้ 29.99 ดอลลาร์ฯ (ราว 900 บาท) ดังนั้น ราคาขายของ OS X Mavericks จึงไม่น่าจะสูงไปกว่า 19.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ​ และมีแนวโน้มที่จะถูกลงอีกด้วย (เผลอ ๆ แอปเปิลอาจจะบอกว่า 9.99 ดอลลาร์ฯ หรือคนใช้ Mountaion Lion อัปเดตฟรีก็เป็นได้ ใครจะไปรู้?)

ที่สำคัญ สำหรับเครื่อง Mac รุ่นใหม่ ที่เพิ่งวางจำหน่าย  และผู้ซื้อคอมพิวเตอร์ Mac ก่อนวันประกาศราคาขาย 2 สัปดาห์ แอปเปิลมักจะให้อัปเดต OS X รุ่นล่าสุดได้ฟรี ๆ ดังนั้น ผู้ใช้ MacBook Air รุ่นปี 2013 และผู้ที่ซื้อ Mac ในช่วงนี้ อาจจะได้ลุ้นอัปเดต OS X Mavericks ฟรีด้วยเช่นกัน

 

ดูสรุปความสามารถหลัก ๆ ของ OS X Mavericks ระบบปฏิบัติการ Mac OS X รุ่นที่ 10 ได้ที่ข่าวและบทความต่อไปนี้…

 

 

MacBook Pro & MacBook Pro with Retina Display

นอกเหนือไปจากการประกาศวันเวลา และราคาของ OS X Mavericks แล้ว สิ่งที่น่าจะได้เห็นกันแน่ ๆ ภายในงาน คือ MacBook Pro รุ่นใหม่ที่ไม่เปิดตัวสักทีตั้งแต่เดือนมิถุนายน แถมยังถูกเลื่อนแล้ว และเลื่อนอีก ครั้งนี้จึงไม่น่าพลาดกันแล้วล่ะครับ หลังจากที่ยอดขาย MacBook Pro ดิ่งเหวมาสักพักใหญ่แล้ว…

จากข่าวลือก่อนหน้า เราสามารถคาดการณ์สเปคของ MacBook Pro ตัวใหม่ได้ดังนี้

  • ปรับสเปคไปใช้ชิป “Haswell” จาก Intel ทำให้ลดการใช้พลังงานลงมาก แบตเตอรีจะใช้งานได้นานขึ้น
  • ใช้ชิปกราฟฟิกใหม่ (Intel HD 5000 หรือ 5200) ที่แรงขึ้น 2 – 2.5 เท่า และใช้ Flash Storage ที่เร็วกว่าเดิม 2 เท่า เหมือนใน MacBook Air รุ่นปัจจุบัน 
  • คาดว่ารุ่น 13 นิ้ว จะใช้ได้นาน 11-12 ชั่วโมง ใกล้เคียงกับ MacBook Air 13 นิ้ว
    ในขณะที่รุ่น 15 นิ้ว อาจได้ 15-18 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
  • MacBook Pro with Retina Display รุ่น 13 นิ้ว อาจถูกเกลาเครื่อง ลดความหนาลงเล็กน้อย ให้บางเท่ารุ่น 15 นิ้ว เพื่อลดน้ำหนักและทำให้การกระจายน้ำหนักของเครื่องดีขึ้นกว่าเดิม
  • อาจมาพร้อมกล้อง FaceTime HD 1080p ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • ใช้มาตรฐาน Wi-Fi 802.11ac รุ่นใหม่ล่าสุดเหมือนใน MacBook Air
  • MacBook Pro รุ่นเก่า ที่มี DVD Drive ในตัว อาจได้รับการปรับสเปคครั้งนี้ เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนยกเลิกการจำหน่ายในปีหน้า

และไม่น่าแปลกใจ หาก MacBook Pro ใหม่ จะถูกติดตั้ง OS X Mavericks มาเพื่อรีดศักยภาพของเครื่องให้แรงกว่าเดิมตั้งแต่ต้นแล้วครับ

 

 

iPod

ปกติแล้ว iPod จะถูกอัปเดตปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเดือนกันยายนอยู่แล้ว แต่ปีนี้ข่าว iPod ค่อนข้างเงียบผิดปกติ ราวกับว่าแอปเปิลจะไม่อัปเดตอะไรให้มันมากนัก ทว่าข้อมูลที่เราได้รับจากแหล่งข่าวในไทย กอปรกับการเดินสำรวจตลาด เราพบว่า iPod nano และ iPod touch เริ่มขาดตลาดในร้านค้าหลายแห่งแล้ว

ถึงแม้ว่าแทบจะไม่มีข่าวหลุดออกมาเลย แต่เว็บไซต์อย่าง AppleInsider ได้โพสต์ภาพหลุดของชิ้นส่วน iPod touch ที่แตกต่างจากรุ่นปัจจุบันเล็กน้อย พร้อมทั้งคาดหวังกับ iPod touch รุ่นที่ 6 ที่ปรับสเปคให้ทันสมัยขึ้น โดยดึงสเปคจาก iPhone รุ่นปีก่อนหน้า เช่น ใช้ชิป Apple A6 หรืออาจมีกล้อง 8 ล้านพิกเซล ฯลฯ 

หรือไม่ แอปเปิลอาจประกาศเพิ่มความจุของ iPod หรือลดราคาสินค้าทั้งหมดลงไปเล็กน้อย เหมือนครั้งปี 2011 ที่แทบไม่ได้เปิดตัว iPod รุ่นใหม่เลยก็เป็นได้ครับ

แต่ถ้ามี iPod classic ที่ไม่ได้อัปเดตมากว่า 4 ปี ออกมาเซอร์ไพรส์ในงานนี้ ชนิดที่เครื่องบาง ๆ, จอใหญ่ขึ้น, สีโทนเดียวกับ iPhone, ใช้ Flash Storage และพอร์ต Lightning ก็คงตะลึงและอ้าปากค้างไปตาม ๆ กันได้

 

 

iPhone 5C

สิ่งที่เรียกได้ว่า เป็นพระเอกของงานเปิดตัว คืนวันที่ 10 กันยายนนี้ คงจะหนีไม่พ้น iPhone 5C หรือ iPhone รุ่นประหยัด ที่ลือกันมานานพอสมควรเป็นแน่แท้

จากบทวิเคราะห์ต่าง ๆ ก่อนหน้า เราคาดว่าแอปเปิลจะวางตำแหน่ง iPhone 5C ให้เป็น “Gateway Product” หรือผลิตภัณฑ์สำหรับเปิดทางให้ผู้ใช้หน้าใหม่ เข้าสู่ระบบนิเวศน์ (Ecosystem) ของแอปเปิลต่อไปในอนาคต โดยแอปเปิลจะวาง iPhone 5C เป็นสินค้าพรีเมียม ในตลาดสมาร์ทโฟนราคาระดับหมื่นบาทต้น ถึงหมื่นบาทกลาง และให้ประสบการณ์การใช้งาน iPhone ได้ไม่แพ้กับ iPhone รุ่นเรือธง ดังที่เคยทำกับ iPad mini ในปีก่อน

 

สรุปสเปคของ iPhone 5C จากข่าวลือต่าง ๆ

(ตัวเลขในวงเล็บ คือรหัสข่าวของเว็บครับ iPhone รุ่นนี้ข่าวหลุดเยอะจริง ๆ)

  • หน้าจอ Retina Display ขนาด 4 นิ้ว
    ความละเอียด 640 x 1136 พิกเซลเท่า iPhone 5 (อ้างอิง #8188)
  • คาดว่าใช้ชิป Apple A6 เช่นเดียวกับใน iPhone 5
    แต่ปรับแต่งให้มีประสิทธิภาพ และการใช้พลังงานดีขึ้นกว่า iPhone 5 ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ดังที่แอปเปิลทำ iPod touch รุ่นที่ 5 ให้แรงกว่า iPhone 4S ที่ใช้ชิปตัวเดียวกันนั่นเอง (อ้างอิง #2494#8609)
  • ใช้เซนเซอร์กล้องถ่ายภาพ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเหมือน iPod touch รุ่นที่ 5 และ iPhone 5 (อ้างอิง #8609)
    • กล้องหน้าอาจจะมีความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล เท่า iPod touch รุ่นที่ 5 และ iPhone 5 เช่นกัน
  • ภาพแผงวงจรที่หลุดมา แสดงให้เห็นว่าไส้ในคือแผงวงจรของ iPhone 5 เอามาปรับแต่งนิดหน่อย (อ้างอิง #10330)

  • ถึงไส้ในจะคล้าย iPhone 5 แต่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ ใช้วัสดุเครื่องเป็นพลาสติก
    (อ้างอิงจาก #2494, #4254#7396#7423#7694#7883#8188#8296#8545#8604#8853#8920#9129)
    • ดีไซน์คล้าย iPod touch ลายเส้นต่าง ๆ ของเครื่อง และลักษณะปุ่มปรับเสียงเป็นปุ่มแบน ๆ
    • พื้นฐานการผลิตอยู่บนโครงเหล็กของ iPhone 5 แต่ประกอบเข้ากับกรอบพลาสติกแบบ Unibody
    • คาดว่าแอปเปิลปรับปรุง และประยุกต์เทคนิคการทำพลาสติก Unibody ของ MacBook ในปี 2010 ที่ไม่ร้าวง่าย สีไม่ลอกง่าย และไม่เหลืองเมื่อใช้ไปนาน ๆ มาใช้กับ iPhone 5C ด้วย
    • เนื้อพลาสติกหนา เคลือบเงา (Glossy) คล้ายใน iPhone 3G/3GS
      แต่เคลือบโลโก้แอปเปิลเป็นสีดำด้านตามสมัยนิยม
    • ภาพหลุดกล่องบรรจุภัณฑ์ เป็นกล่องพลาสติก ลักษณะเดียวกับ iPod touch
      เผยให้เห็นสีกล่องเป็นสีเดียวกับสีของตัวเครื่อง
    • ภาพที่หลุดออกมาประจำ มี 5 สี ขาว, เขียว, เหลือง, แดง และฟ้า
      แต่บางครั้งมีสีดำด้วย แต่ข่าวลือบางข่าวก็แย้งว่า แอปเปิลอาจไม่ผลิตสีดำมาจำหน่าย
  • แอปเปิลน่าจะใช้ชื่อ iPhone 5C อย่างเป็นทางการแล้ว (อ้างอิง #9026)
    ตัว C อาจย่อมาจาก “5 Colors” หรือชื่อไทยเก๋ ๆ ว่า ไอโฟนห้าสี ก็เป็นได้
  • เนื้อพลาสติกจะหนาและทนทานการขีดข่วนมากเป็นพิเศษ
    ระดับที่ดินสอ HB และ 8H และของแหลมคมหลายชนิด ขูดไม่เป็นรอย (อ้างอิง #9657)
  • ตัวเครื่องหนาขึ้นจาก iPhone 5 เล็กน้อย ไม่น่าเกิน 8.4mm (อ้างอิง #7134)
    และจากที่ทีมงาน MacStroke.com ลองจับเคสของ iPhone 5C 
    ก็พบว่าหากนำ iPhone 5C มาใส่เคสแล้ว ก็ไม่ได้หนาไปกว่า iPhone 5 มากนัก

 

สรุปข่าวลือ ราคาและวัน-เวลาจำหน่าย

สื่อต่างประเทศคาดการณ์ราคาของ iPhone 5C ว่าจะเริ่มต้นราว 349-399 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากนำมาบวกภาษีและป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงดูบทวิเคราะห์ก่อนหน้า และข่าวลือต่าง ๆ ประกอบ จะเกิดช่วงราคา iPhone 5C ในประเทศไทย ที่มีความเป็นไปได้พอสมควร ดังนี้

  • 16GB — 12,900 – 13,900 บาท
  • 32GB — 15,900 – 16,900 บาท
  • 64GB — 18,900 – 19,900 บาท

คาดว่า iPhone 5C จะวางจำหน่ายที่สหรัฐฯ และอีกหลายประเทศได้ภายใน 1-2 สัปดาห์หลังเปิดตัว ไทยมีลุ้นวางขายเร็วกว่าที่คิดมาก อาจเข้าไทยราวปลายเดือนกันยายน – ตุลาคม ตามข่าวและบทวิเคราะห์ก่อนหน้านี้

สามารถอ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้องกับ iPhone 5C ได้ ตามลิงค์ด้านล่างนี้ครับ

 

 

iPhone 5S

เมื่อสื่อต่าง ๆ ให้ความสนใจ iPhone 5C กันมาก อาจทำให้ iPhone รุ่นเรือธงของปีนี้ กลายเป็นพระรองในงานไปเลยก็เป็นได้ แต่ถึงกระนั้น คาดว่า iPhone 5S จะยังคงความโดดเด่น ดึงดูดผู้ใช้ iPhone เดิม ให้เปลี่ยนไปใช้ได้ โดยแทบไม่เหลียวมอง iPhone 5C และจะเป็นสินค้าทำกำไรให้แก่แอปเปิลอยู่เหมือนเคย

สรุปสเปคของ iPhone 5S จากข่าวลือต่าง ๆ 

  • หน้าจอ Retina Display ขนาด 4 นิ้ว ความละเอียด 640 x 1136 พิกเซลเท่าเดิม ในตัวเครื่องดีไซน์เดิม หรืออาจมีการปรับปรุงเล็กน้อยเช่นเดียวกับครั้งที่ออก iPhone 4S (อ้างอิง #4418#7694, #10279)
    • ไม่น่าจะเห็น iPhone จอใหญ่ในปีนี้แน่นอน เพราะนั่นหมายถึงความคมชัดที่ลดลง หรือความลำบากของนักพัฒนา ดังที่ Tim Cook เคยกล่าวไว้
    • iPhone 5S อาจใช้หน้าจอชนิดใหม่ที่บางลงและประหยัดพลังงานมากขึ้น รวมถึงปรับปรุงการแสดงผลให้สีสันสวยงามขึ้นกว่าหน้าจอของ iPhone 5 และ iPhone 5C
  • แรงสะใจด้วยชิป Apple A7 ที่มีหน่วยประมวลผลและชิปกราฟฟิกใหม่ (อ้างอิง #2494#7694)
    • คาดว่า iPhone 5S จะมีสเปคที่แรงกว่า iPhone 5 หรือแม้แต่ iPad 4 เสียอีก
    • ข่าวลือก่อนหน้า คาดการณ์ได้ว่า iPhone 5S จะใช้ชิป Dual-core 1.7GHz (เทียบกับ 1.3GHz ของ iPhone 5)
    • ชิปกราฟฟิกใหม่จะทำให้ iPhone 5S เล่นเกมที่กราฟฟิกหนัก ๆ ได้ดีและลื่นกว่าเดิมมาก (อาจเป็นชิปกราฟฟิก Quad-core จากเดิมที่เป็น Triple-core ใน iPhone 5)
    • นอกจากชิปประมวลผลและกราฟฟิกใหม่ การใช้ Flash Storage ความเร็วสูง เช่นเดียวกับใน MacBook Air ก็ทำให้ iPhone 5S แรงขึ้นกว่า iPhone 5 ได้ถึง 4 เท่าตัว โดยประหยัดพลังงานกว่าเดิม
  • มีความจุ 32GB, 64GB และ 128GB ให้เลือก สาเหตุจากหน่วยความจำมีต้นทุนถูกลง (อ้างอิง #2626#7694) และคู่แข่งอย่างซัมซุงก็กระโดดไปทำมือถือรุ่นเรือธงเป็น 32GB แล้ว (จากบทวิเคราะห์ก่อนหน้า)

  • กล้องถ่ายภาพหลัก 12-13 ล้านพิกเซล หรืออาจถ่ายออกมาได้ 8 ล้านพิกเซลเท่าเดิม แต่คุณภาพดีขึ้นมาก  (อ้างอิง #4154#7694, #8609)
    • รูรับแสงกว้างขึ้น (กว้างกว่า f/2.4 ของ iPhone 5)
    • รูรับแสงที่กว้างขึ้น ทำให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือถ่ายกลางคืนทำได้ดีขึ้น
    • ถ่ายหน้าชัด-หลังเบลอได้ดีขึ้น
    • ปรับปรุงโหมด HDR ให้ทำงานรวดเร็วกว่าเดิม
    • ปรับปรุงคุณภาพภาพถ่าย เช่น ลด Noise, ปรับปรุงการวัดแสง ฯลฯ
    • สามารถถ่ายภาพ-วิดีโอแบบ Slow Motion ที่ 120 เฟรมต่อวินาทีได้ (อ้างอิง MacRumors)
  • เพิ่มไฟแฟลช LED คู่ สำหรับถ่ายภาพเป็น 2 ดวง 2 สี (ขาว-เหลือง) (อ้างอิง #5595#7064, #7271#9090)
    • แฟลชที่เพิ่มมาช่วยเสริมในการส่องนำทางเพื่อหาโฟกัสของภาพ ช่วยให้ถ่ายภาพกลางคืนได้ดีขึ้น
    • การมีแฟลช 2 ดวง ทำให้ระยะการสาดแฟลชเพิ่มขึ้น ภาพที่ได้จะสว่างและเป็นธรรมชาติมากขึ้น 
  • กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล (อ้างอิง #4578)
    • กล้องหน้ารองรับการถ่ายวิดีโอและ FaceTime แบบ Full HD 1080p
    • ใช้เลนส์รับภาพแบบกว้าง (Wide Lens) เก็บมุมมองสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้น
    • ถ่ายพร้อมกันได้ 2 กล้อง ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง 
  • ชิปอุปกรณ์รับสัญญาณ Wi-Fi ใหม่ คาดว่ารองรับมาตรฐาน Wi-Fi 802.11ac ตามสมัยนิยม (อ้างอิง #5372)
  • ชิปรับสัญญาณโทรศัพท์ใหม่ รองรับ 4G LTE ความเร็วสูงสุดที่ 150Mbps (อ้างอิง #7694)
    • เช่นเดียวกับตอน iPhone 4S ที่ใช้ชิปเพียงรุ่นเดียว รองรับความถี่ต่าง ๆ ได้ทั่วโลก ไม่ต้องซอยรุ่นย่อยแบบ iPhone 4 และ iPhone 5 อีก

  • ใส่เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนปุ่มโฮม ใช้ปลดล็อคเครื่อง, ยืนยันการซื้อแอป หรือกันขโมยได้ เมื่อใช้ร่วมกับ Find My iPhone ยิ่งป้องกันได้แน่นหนาขึ้น (อ้างอิง #5372#7694, #8057, #8394, #10303#10382)
    • ปุ่มโฮมอาจไม่มีการสกรีนลวดลายลงไป และอาจมีไฟ LED บอกสถานะด้านใต้ด้วย
  • ความจุแบตเตอรีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 10% จากความจุเดิม (อ้างอิง #7064#7287)
    • แต่การใช้งานจริง อาจใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิมมาก เนื่องจากการจัดการพลังงานของชิป Apple A7 ทำได้ดีขึ้นตามแนวโน้มของหน่วยประมวลผลในปีนี้ และ iOS 7 ก็ประหยัดพลังงานมากขึ้นด้วย
  • อาจมีสีสันให้เลือกมากกว่าเดิม (อ้างอิง #5372, #5907, #7883)
    • สีดำและเทาเข้ม (Black-Slate)
    • สีขาวและเงิน (White-Silver)
    • สีใหม่ อาจจะเป็น ขาวและทอง, ทองและน้ำตาล, เทาอ่อนและดำ หรือไม่ก็ชมพูและขาว? ตามที่มีภาพหลุดออกมา (ซึ่งไม่รู้ว่าจะผลิตหมดทุกสีที่หลุดมารึเปล่า? หรือเป็นแค่เครื่องทดสอบเท่านั้น)
  • วางจำหน่ายหลัง iPhone 5C เนื่องจากความซับซ้อนในการผลิตที่มากกว่า (อ้างอิง #8134, #9179)

 

สรุปข่าวลือ ราคาและวัน-เวลาจำหน่าย

เช่นเดียวกับ iPhone 5C จากบทวิเคราะห์ก่อนหน้า และจากการสรุปข่าวลือด้านบน มีแนวโน้มว่าช่วงราคาของ iPhone 5S ในประเทศไทย จะออกมาใกล้เคียงกับ iPhone 5 เดิม ดังนี้

  • 32GB — 22,900 – 23,900 บาท
  • 64GB — 25,900 – 27,900 บาท
  • 128GB — 28,900 – 31,900 บาท

มีความเป็นไปได้สูงมากที่ iPhone 5S จะไม่มีรุ่น 16GB อีกต่อไป และแอปเปิลอาจยกเลิกการผลิตและวางจำหน่าย iPhone 5 ทันทีหลังเปิดตัว iPhone 5S

สำหรับการวางจำหน่ายของ iPhone 5S อาจมีความล่าช้ากว่า iPhone 5C เล็กน้อย โดยจะเข้าไทยภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน (อย่างเร็วคือ 18 หรือ 25 ตุลาคม) ตามบทวิเคราะห์ก่อนหน้านี้

สามารถอ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้องกับ iPhone 5S ได้ ตามลิงค์ด้านล่างนี้ครับ

 

 

คืนนี้ติดตามงานได้ที่ไหน?

MacStroke.com จะรายงานสดงานเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่นี้ทาง Twitter @MacStroke และที่หน้าเว็บ “รายงานสดงานเปิดตัว iPhone 5S / iPhone 5C คืนนี้ 22:00 น. เป็นต้นไป (งานเริ่มเที่ยงคืน)

http://www.MacStroke.com/2013/live

สำหรับลิงค์ถ่ายทอดสด รอติดตามดูก่อนงานเริ่มครับ ว่าแอปเปิลจะถ่ายทอดสดให้ทุกคนรับชมรึเปล่า ราว 1-2 ทุ่มของวันนี้น่าจะได้เห็นลิงค์กันครับ

นอกจากเว็บไซต์ และ Twitter @MacStroke แล้ว สามารถแชร์บทความและข่าวสารต่าง ๆ ส่งต่อไปให้เพื่อนติดตามกันได้ที่ Facebook.com/MacStroke ด้วยครับ แล้วคืนนี้ มาลุ้นด้วยกันนะครับ :)


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke