iPhone 5S อาจสแกนลายนิ้วมือได้บนหน้าจอ สำหรับปลดล็อคเครื่อง-ป้องกันการซื้อแอปโดยไม่ได้รับอนุญาต, ไม่มีวี่แววของ NFC

สิทธิบัตรฉบับล่าสุดที่แอปเปิลได้รับการอนุมัติในวันนี้ คือสิทธิบัตรที่ว่าด้วยการฝังระบบตรวจจับลายนิ้วมือไว้ในส่วนของหน้าจอ แทนที่จะเป็นการฝังไว้ในปุ่มโฮมเหมือนดังที่ข่าวลือก่อนหน้าเคยลือกันไว้

(Craig Federighi แซวแอนดรอยด์ว่าต้องเอาเครื่องมาชนกัน เพื่อควานหา NFC ตอนส่งไฟล์)

ระบบสแกนลายนิ้วมือ และ NFC เป็นสองคุณสมบัติของ iPhone ที่ถูกลืออย่างหนาหูมาโดยตลอดตั้งแต่ครั้งที่ iPhone 5 ยังไม่วางจำหน่ายด้วยซ้ำไป ถึงแม้ว่าข่าวลือของการนำ NFC มาใส่ใน iPhone จะดูไม่เข้ากับแนวทางของแอปเปิลเท่าไรนัก เพราะแอปเปิลเองมีทั้ง AirDrop, Bluetooth 4.0 และ Passbook เป็นคำตอบของบริการที่ทดแทนการใช้ NFC อยู่แล้ว ยิ่งเมื่อครั้งเปิดตัว iOS 7 บนเวทีงาน WWDC นั้น Craig Federighi หัวหน้าทีม iOS ยังแซวแอนดรอยด์ว่าทำไมต้องเอาเครื่องมาถู ๆ ขยับ ๆ หา NFC กันอยู่เลย ทำให้โอกาสที่เทคโนโลยีใหม่อย่าง NFC จะแจ้งเกิดในตลาดนั้นมีน้อยเหลือเกิน

 

แต่สำหรับการนำเทคโนโลยีที่มีการใช้งานแพร่หลาย อย่างระบบสแกนลายนิ้วมือมาใส่ไว้ใน iPhone ดูจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้มากกว่าด้วยซ้ำ และหากแอปเปิลผสานความสามารถของ iOS ให้ผู้ใช้ปลดล็อกเครื่องโดยการสแกนลายนิ้วมือ หรือใช้การสแกนลายนิ้วมือ ตรวจสอบการซื้อเพลง, แอป ฯลฯ บน iTunes Store แทนการใส่ Apple ID สิ่งนี้อาจกลายเป็นจุดขายสำคัญที่สร้างความแตกต่างให้ iPhone รุ่นถัดไปได้ กอปรกับแอปเปิลเข้าซื้อบริษัท Authentec ที่ชำนาญด้านระบบสแกนลายนิ้วมือตั้งแต่ปลายปีก่อน ยิ่งทำให้ข่าวลือนี้มีมูลความจริงสูงกว่าการนำ NFC มาใส่ใน iPhone เสียอีก

 

ก่อนหน้านี้ มีบริษัทอย่าง Validity ลองฝังเซนเซอร์ตรวจจับลายนิ้วมือลงใน Samsung Galaxy SIII แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้นั้นออกมาค่อนข้างดี แต่ยังไม่สามารถนำไปผลิตจริงได้ ลองชมวิดีโอประกอบด้านล่างนี้ครับ

 

แนวทางการฝังระบบสแกนลายนิ้วมือลงหน้าจอนั้นสอดคล้องกับปรัชญาของแอปเปิลที่ว่า “เทคโนโลยีต้องควบคู่ไปกับศิลปะ” บริษัทอย่างแอปเปิลเองคงไม่ยอมให้ชิ้นส่วนเซนเซอร์ตรวจจับลายนิ้วมือ ต้องมาทำลายความสวยงามของการออกแบบ iPhone เป็นแน่ และการฝังมันซ่อนไว้ในหน้าจอย่อมเป็นทางออกที่ดีครับ ส่วนจะเป็นจริงหรือไม่อย่างไรนั้น มีเพียงแอปเปิลที่ให้คำตอบเราได้ กันยายนนี้รู้กัน…


ที่มา: 9to5Mac


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke