นักพัฒนาแอป iPhone ต้องทำเงินวันละ 1.4 ล้านบาทเพื่อขึ้นชาร์ต, รายได้เฉลี่ยยังสูงกว่า Android 2 เท่า

รายงานล่าสุดเผย นักพัฒนาแอปบน iPhone ต้องทำรายได้เฉลี่ยกว่า 47,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.4 ล้านบาทต่อวัน เพื่อขึ้นไปติด 1 ใน 10 ของชาร์ต “Top Grossing”

กราฟแสดงรายได้เฉลี่ยต่อวันของแอปทำเงิน 50 อันดับแรกบน App Store และ Google Play Store
(ข้อมูลเดือนพฤษภาคม 2556 หน่วยเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ)

 

ข้อมูลเพิ่มเติมจากรายงาน เฉพาะแอปของ iPhone

  • แอป iPhone ที่ทำเงินได้สูงเป็นอันดับที่ 50 ของ App Store ทำเงินได้เฉลี่ย 12,000 ดอลลาร์ฯ หรือราว 360,000 บาทต่อวัน
  • แอปเสียเงินที่มียอดดาวน์โหลดสูงเป็นอันดับ 10 ของ App Store มียอดดาวน์โหลดเฉลี่ยแค่วันละ 4,000 ครั้งเท่านั้น
  • แต่แอปฟรีที่มียอดดาวน์โหลดสูงเป็นอันดับ 10 ของ App Store มียอดดาวน์โหลดเฉลี่ยสูงถึงวันละ 72,000 ครั้ง และในอันดับที่ 50 ของแอปฟรี มียอดดาวน์โหลดสูงกว่า 23,000 ครั้งต่อวัน

ในขณะที่แอปเสียเงินของ iPad ทำรายได้พอ ๆ กันกับบน iPhone แต่สำหรับแอปฟรีของ iPad แค่มียอดดาวน์โหลดต่อวันเพียง 8,200 ครั้ง (น้อยกว่า iPhone เกือบ 3 เท่า) ก็สามารถได้ขึ้นชาร์ต 50 อันดับแรกได้แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ยอดดาวน์โหลดแอปจะสูงเป็นพิเศษ ทำให้นักพัฒนาไต่ขึ้นไปติดชาร์ตบน App Store ได้ยากขึ้น แต่ในวันพฤหัสบดีนั้นมีการดาวน์โหลดเฉลี่ยน้อยที่สุดในรอบสัปดาห์ ทำให้นักพัฒนาใช้โอกาสนี้นำแอปมาไต่อันดับสูง ๆ ได้ง่าย

 

แต่ทว่า เมื่อหันมามองดูแอปทำเงินอันดับที่ 50 ของ Google Play Store กลับทำรายได้ราว 6,600 ดอลลาร์ฯ หรือ 200,000 บาทต่อวัน น้อยกว่าของ iPhone เกือบ 2 เท่าตัว แต่ตัวเลขนี้ก็ยังสูงขึ้นกว่าในรายงานเมื่อปีก่อนมาก แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของ Google ที่นำ Android เข้ายึดส่วนแบ่งการตลาดโทรศัพท์มือถือได้สำเร็จนั่นเอง

กราฟและรายละเอียดเพิ่มเติม ดูได้จากที่มาครับ


ที่มา: AppleInsider


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke