Review: ทดลองใช้ iOS 7 beta 1 – มันมีอะไรมากกว่าที่แอปเปิลบอกเยอะมาก

ผ่านไปเรียบร้อย กับการเปิดตัวสินค้าและนวัตกรรมใหม่ ๆ ของแอปเปิล ในงาน Worldwide Developers Conference 2013 ครัับ

(อ่านสรุปงานของแอปเปิลได้ที่ บทความสรุปงาน WWDC ใน 5 นาที)

วันนี้ เราจะนำ “นวัตกรรม” ชิ้นเอกของงาน อย่าง iOS 7 มาเล่าให้ฟังครับว่า ของจริง มีอะไรมากกว่าที่แอปเปิลบอกไว้บ้าง

 

เดี๋ยวก่อน.. ทำอย่างไรถึงจะได้ใช้ iOS 7 บ้าง?

ต้องบอกว่า ตอนนี้ iOS 7 เป็นเพียงเวอร์ชั่นทดสอบ (Beta) เบื้องต้น สำหรับนักพัฒนาเท่านั้น ตัวระบบยังไม่สมบูรณ์ครับ ในครั้งนี้ที่ทดสอบ พบปัญหาต่าง ๆ เยอะในระดับที่นำไปใช้จริงยังไม่ได้เลย

ขนาดบน iPhone 5 ยังพบปัญหาแอปค้างและทำเครื่องรวนจนดับ แล้วติดขึ้นมาใหม่กว่า 20-30 ครั้งในวันเดียว, แบตเตอรีไหลมาก ใช้ได้ไม่เกิน 6 ชั่วโมง หรือแม้แต่คุณสมบัติบางอย่างก็ยังใช้ไม่ได้เลย (เช่น ฟังเพลงจากเพลย์ลิสต์!, อัดเสียง! หรือดูพยากรณ์อากาศหลายสถานที่ ฯลฯ) เรียกได้ว่า เอาไว้ทดสอบเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องจริง ๆ ครับ ถ้ายังไม่เข้าใจคำว่า “Beta” แล้วล่ะก็ อย่าอัพเดตจะดีที่สุด

 

ดังนั้นแล้ว ขอสงวนการตอบคำถามเกี่ยวกับการอัพเดตทุกประการ และขอละวิธีการติดตั้งไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

 

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป จะสามารถอัพเดต iOS 7 ตัวเต็ม ที่แก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ ของระบบไปหมดแล้ว ได้ราวเดือนกันยายน-ตุลาคมครับ อดใจรอกันไปก่อนนะ

ไปดูรีวิวกันเลยครับ… กดที่ภาพเพื่อดูรูปใหญ่ได้ทุกรูปนะครับ

 

 

หน้าจอล็อคและหน้าจอโฮมแบบใหม่

เนื่องจากเครื่องที่ใช้รีวิวในครั้งนี้ไม่ได้ล้างข้อมูลใหม่หมดครับ ดังนั้น หลังจากเปิดเครื่องขึ้นมาปุ๊บ ครั้งแรกสุดก็จะพบกับหน้าจอล็อคแบบใหม่ที่สะอาดตาขึ้นทันที แถบสีดำ ๆ รก ๆ ถูกเอาออกไปหมด ให้เราโชว์ภาพพื้นหลังได้เต็มที่ ปุ่มใส่รหัสผ่านก็เปลี่ยนรูปแบบไปเช่นกัน ใช้ตัวอักษรบาง ๆ ดูสะอาดตาขึ้นมาทีเดียว

ส่วนแถบ “Slide to Unlock” ก็หายไปเรียบร้อย ตอนนี้เราสามารถ “สไลด์ทั้งหน้า” จากซ้ายไปขวา เพื่อปลดล็อคได้ครับ

 

เมื่อมีข้อความเด้งเตือนขึ้นมา เราสามารถเลื่อนข้อความนั้นเพื่อเปิดดูหรือตอบกลับได้เลย เหมือนใน iOS 6

 

ถ้าลากปุ่มกล้องที่มุมขวาล่างของหน้าจอขึ้นไป จะลัดเข้าแอปกล้องให้เหมือนเดิมครับ

สังเกตกันไหมครับ ถึงแม้ว่าหน้าตาของระบบจะเปลี่ยนไปหมด แต่เราแทบไม่ต้องเปลี่ยนวิธีการใช้งานอะไรเลยใน iOS 7 เยี่ยมไหมล่ะ

 

เมื่อเข้ามาถึงหน้าจอโฮม จะเห็นไอคอนชุดใหม่ ที่มีลักษณะกลมกลืนกันมากขึ้นทั้งระบบ ดูโปร่งตาขึ้นด้วย

ที่สำคัญคือ หน้าจอค้นหา (Spotlight) ก็หายไปแล้ว จากเดิมทีหน้าจอนี้จะเป็นหน้าโล่ง ๆ อยู่หน้าซ้ายสุดใน iOS 6 ก็ถูกปรับให้ใช้วิธี “ดึงหน้าโฮม หน้าไหนก็ได้ลงมา” แล้วแถบค้นหาก็จะโผล่มาให้เลยครับ สะดวกมาก

 

ที่น่าดีใจก็คือ โฟลเดอร์ใน iOS 7 สามารถ “ใส่แอปได้(แทบ)ไม่จำกัดแล้ว”!!!
โฟลเดอร์แบบใหม่จะแสดงแอปได้สูงสุดหน้าละ 9 แอป และไม่ได้บังคับให้เราใส่แอปเต็มหน้าด้วย

คิดเหมือนกันมั้ย? ทั้งช่องค้นหา ทั้งโฟลเดอร์ มันควรจะเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อปีก่อนแล้ว..

 

 

ระบบวอลเปเปอร์ใหม่.. สวยแบบมีชาติตระกูล

แนวคิดเรื่องการออกแบบของ iOS 7 นั้น อยู่บนพื้นฐานของคำว่า “Less is More” คือเหมือนมีน้อย ๆ แต่ใช้ได้จริงทั้งหมด ต่างกับแนวคิดเดิมใน iOS รุ่นก่อนว่าต้องสมจริงไว้ก่อน

ดังนั้นแล้ว ปุ่มต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็น รวมถึงการไล่สีเกินควร หรือรายละเอียดไอคอนสวย ๆ ที่มาจากชีวิตจริง ก็ถูกตัดทอนลงหมด เหลือแต่สิ่งที่ผู้ใช้ต้องใช้จริง ๆ เท่านั้น แล้วจากนั้น ก็ย้าย “Eye Candy” หรืออาหารตาของผู้ใช้ ไปไว้กับ “เทคนิคชั้นภาพโปร่งแสง” (Translucent Layer) และเอฟเฟกต์ตระการตานั่นเองครับ

สิ่งหนึ่งที่สะท้อนความหรูแบบไม่เหมือนใคร ของ iOS 7 ก็คือ “ภาพพื้นหลัง” หรือวอลเปเปอร์นั่นเอง

พื้นหลังที่มาพร้อมกับ iOS 7 จะมี 3 ชนิดด้วยกัน อย่างแรกคือ พื้นหลังแบบภาพนิ่ง เหมือนที่เราใช้กันใน iOS 6

อย่างที่สอง คือ พื้นหลังแบบไม่คงที่ เป็นภาพแบบมีลูกเล่นในตัว ขยับได้ โดยแอปเปิลเลือกภาพหยดน้ำ มาใช้เป็นภาพมาตรฐานใน iOS 7

 

พื้นหลังหยดน้ำแบบขยับได้ ลอยไปลอยมาในหน้าจอของ iOS 7

ดูทีแรก… นึกว่า Samsung มาเองซะอีก

แต่ทีเด็ดของแอปเปิลไม่ได้อยู่ที่พื้นหลังขยับได้แบบที่ว่ามาครับ เพราะหมัดเด็ดของเขาคือ

“ภาพพาโนราม่าแบบสมจริง”

ใน iOS 7 เราจะเห็นอัลบั้ม “ภาพพาโนรามา” เพิ่มขึ้นมาใหม่

อัลบั้มนี้ ระบบจะสร้างให้เอง เมื่อมีการถ่าย หรือบันทึกภาพพาโนรามามาไว้ในเครื่องครับ และเราสามารถนำภาพเหล่านี้มาตั้งเป็นภาพพื้นหลังยาว ๆ ภาพเดียวได้

หลายคนอาจนึกถึง Android ที่ตั้งภาพพื้นหลังยาว ๆ ภาพเดียว แล้วพอปัดหน้าจอไปมา ภาพก็เลื่อนตาม

.

.

.

ผิดครับ

ระดับแอปเปิล ต้องไม่ทำอะไรธรรมดาแบบนั้น เพราะภาพมันจะเลื่อนต่อเมื่อ “เราหมุนตัวเราเอง”!!!

พอเราถือโทรศัพท์ไปทางซ้าย ภาพก็จะขยับไปทางซ้าย… พอเราถือไปทางขวา ภาพก็จะขยับไปทางขวา…

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ดูวิดีโอประกอบดีกว่าครับ

สวยปะล่ะ.. บอกแล้ว ระดับแอปเปิลนี่ต้องไม่ธรรมดา

 

 

 

ใช้ง่ายขึ้น แถมคุณสมบัติใหม่ ๆ เพียบ..

นอกจากจะสวยหรูแล้ว iOS 7 ยังใช้ง่ายขึ้นด้วยครับ ไม่ใช่อะไร ลองดูการตั้งค่าแบบใหม่ได้เลย แน่นอนว่าสะอาดตาขึ้น แถมเมนูที่ใช้บ่อย ๆ ก็อยู่ในจุดที่ควรจะอยู่แล้วครับ

“เซลลูลาร์” หรือเมนูเปิด-ปิด 3G ถูกจับย้ายขึ้นมาอยู่หน้าแรกสุด ทำให้เราเปิด-ปิดเน็ตได้เร็วขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

หลายคนสงสัยว่า “ทำไมมันไม่ทำให้กดจากตรงไหนก็ได้…” ก็คนส่วนใหญ่ทั้งโลกเขาไม่มาพะวงเปิด-ปิด 3G แบบคนไทยบางกลุ่มครับ ถ้าอยากได้ปุ่มเปิด-ปิดแบบเร็ว ๆ ก็หนีไปใช้ Android ซะเลยครับ ฮา…

 

ทีนี้ก็เปิด-ปิด 3G ได้ โดยแตะแค่ 3 ครั้งละครับ สะดวกขึ้นมาอีกนิดนึง

 

นอกจากนั้น iOS 7 ยังบันทึกข้อมูลการใช้เน็ตของแอปต่าง ๆ ไว้ให้เราดูด้วย

เราจะได้รู้ว่าแอปไหนกินเน็ตเยอะ จะได้ใช้ระวัง ๆ ไม่ให้โดนลดความเร็ว

 

ที่น่าดีใจที่สุดคือ แอปพื้นฐานของเครื่อง และแอปที่ออกแบบตามแอปเปิลบอก

สามารถปัดนิ้วจากขอบจอด้านซ้าย เพื่อย้อนกลับไปหน้าก่อนหน้าได้แล้ว!!!

ไม่ต้องเอื้อมนิ้วไปกดปุ่มย้อนกลับให้เหน็บกินกันเปล่า ๆ อีกแล้ว..

ใครว่า iPhone จอเล็กแล้วกดมือเดียวง่าย กว่าจะเอื้อมไปกดปุ่มย้อนกลับได้นี่ นิ้วแทบฉีก..

 

Notification Center ก็แสดงรายละเอียดมากขึ้นเหมือนที่แอปเปิลเปิดตัวไป

เราสามารถจัดเรียงสิ่งต่าง ๆ ได้เองแล้ว และเลือกปิดหน้าจอแสดงหุ้นได้แล้วด้วย…คือมีตังค์ซื้อไอโฟน แต่ไม่มีตังค์ซื้อหุ้น เสียใจ T T

 

Do Not Disturb ยังคล้าย ๆ ของเดิมใน iOS 6 ครับ

แต่มันฉลาดขึ้นตรงที่ค่าตั้งต้นของมันคือ “จะไม่เตือนอะไรเลยเฉพาะเวลาเราไม่ได้เล่น” (ล็อกจอไว้อยู่) นั่นเอง

ใครอยากปรับกลับไปใช้แบบเดิม ที่ปิดการแจ้งเตือนตลอดเวลา ก็เข้ามาปรับได้ตรงนี้

อ่านมาตั้งนาน สังเกตไหมครับว่าฟอนต์ของระบบเปลี่ยนไป

นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว ฟอนต์ภาษาไทยใน iOS 7 ก็เปลี่ยนจากฟอนต์ “ธนบุรี” มาใช้ฟอนต์ “สุขุมวิท” ที่บางลง และดูสดใหม่ตามชื่อเหมือนกัน

เพราะความบางของมัน ทำให้หลายคนบอกว่า “มันอ่านยาก” ตรงนี้แอปเปิลคิดมาดีแล้ว โดยให้หน้าจอปรับขนาดฟอนต์ในแอปต่าง ๆ ทั้งระบบมาให้ ใครชอบตัวใหญ่ตัวเล็ก ก็ปรับกันได้เลย

 

Multitasking ของ iOS 7 ฉลาดขึ้นมาก เพราะระบบจะโหลดทุกอย่างให้อัตโนมัติเมื่อมี Wi-Fi

เราสามารถตั้งปิดแอปที่ไม่ค่อยได้ใช้จากตรงนี้ได้ เพื่อไม่ให้เปลืองแบตเตอรี

อีกสิ่งหนึ่งที่ iOS 7 ทำได้ดีขึ้นก็คือ “Multitasking” หรือการทำงานพร้อมกันหลาย ๆ แอป

เดิมทีใน iOS 6 เมื่อปิดแอปใดก็ตามลงไป แอปนั้นจะบันทึกข้อมูล แล้วเข้าสู่โหมดแช่แข็งตัวเอง ไม่ทำงานค้างในระบบ เว้นแต่จะทำในสิ่งที่แอปเปิลอนุญาตให้ทำ (เช่น เล่นเพลงต่อ, ส่งการแจ้งเตือน, อัพโหลดไฟล์ ฯลฯ) และจะกลับมาทำงานอีกทีก็ต่อเมื่อผู้ใช้เรียกใช้เท่านั้น

แต่ใน iOS 7 ระบบจะอนุญาตให้ “ทุกแอป” แอบทำงานเบื้องหลังได้อย่างชาญฉลาด แถมยังต้องประหยัดแบตเตอรีด้วย

ระบบตารางเวลาอัจฉริยะ

ระบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Multitasking ใน iOS 7 โดยระบบจะรู้ว่า “เราใช้แอปไหนบ่อย” ก็จะให้สิทธิแอปนั้นในการแอบทำงานเบื้องหลังมากขึ้น หรือ “ในแต่ละวัน เรามักจะใช้แอปนี้เมื่อไหร่” ก็จะให้แอปนั้นแอบโหลดข้อมูลก่อนเราจะใช้งาน

ยกตัวอย่างเช่น เราใช้ Facebook บ่อย ระบบก็ให้ Facebook โหลดโพสต์ใหม่ ๆ มาเก็บให้เรื่อย ๆ หรือตอนเช้าก่อนไปทำงาน เรามักดูข่าวในแอปข่าว ก็ให้แอปข่าวแอบโหลดข้อมูลก่อนเราไปทำงาน พอเปิดมาจะได้ใช้ได้เลย

นอกจากนั้น iOS 7 ยังแอบทำงานเบื้องหลังดังนี้

  • แอบโหลดข้อมูลในแอปมาไว้ ถ้าสัญญาณเน็ตดี เน็ตแรง
  • ระบบจะไม่แยกการแอบทำงานของแต่ละแอปออกจากกัน แต่จะดูเรื่องสัญญาณเน็ตและแบตเตอรีเป็นหลัก ถ้าเน็ตเร็ว แบตเหลือ ถึงจะค่อยแอบโหลดข้อมูลให้
  • ยิ่งถ้าเราต่อ Wi-Fi อยู่ แล้วแบตเหลือเยอะ ระบบก็จะแอบโหลดสิ่งต่าง ๆ เตรียมไว้ให้ใช้
  • ที่ควรทำได้ตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งทำได้ก็คือ “เมื่อมีการแจ้งเตือนใหม่เข้ามา ระบบจะให้แอปนั้นโหลดข้อมูลมาเก็บไว้ได้ทันที โดยไม่ต้องรอเราเปิดแอป”

ตัวอย่างเช่น เวลาเราคุย LINE กับเพื่อน แล้วออกจาก LINE ไปเล่นเกมอื่นอยู่ ใน iOS 6 ถ้ามีข้อความใหม่เข้ามา เราต้องกดเข้าไปใน LINE แล้วรอมันโหลดข้อความใหม่อีกรอบ (แถมชอบโหลดช้าด้วย)

แต่ใน iOS 7 ถ้ามีการแจ้งเตือนว่าเพื่อนส่งข้อความมาใน LINE พอเรากดเข้าไปปุ๊บ เราจะได้อ่านข้อความนั้นทันที เพราะระบบสั่งให้ LINE โหลดข้อความมาเก็บไว้ให้ก่อนแล้วนั่นเอง!!!

อย่าเพิ่งตื่นเต้น กลับไปดูการตั้งค่าอื่นกันต่อครับ มีอีกเยอะ…

ใน iOS 7 เราตั้งปิด Siri ไม่ให้ขึ้นมาตอนอยู่ในหน้าจอล็อกได้แล้ว!

แต่ในเวอร์ชันทดสอบ ลองปิดแล้วมันก็ไม่ปิด สงสัยยังทำไม่เสร็จครับ

 

หน้าจอตั้งเวลาแบบใหม่ สวยและสะอาดมาก ๆ

 

เวลาลบข้อมูลต่าง ๆ ใน iOS 7 นอกจากแตะแก้ไขแล้วกดลบ

ยังจะใช้การปัดจากขวาไปซ้าย ให้ปุ่มลบขึ้นมาก็ได้

 

ตัวเลือกใหม่ ๆ สำหรับคนตาไม่ดีทั้งนั้นเลยครับ

ทั้งปรับข้อความให้ใหญ่พิเศษ, ทำตัวอักษรให้หนาขึ้น, เน้นพื้นหลังให้ทึบขึ้น จะได้อ่านข้อความง่าย ๆ หรือแม้แต่ลดการเคลื่อนไหวของภาพพืื้นหลังให้น้อยลง จะได้ไม่ปวดตาครับ ถึงแม้ว่าจะมีเอฟเฟกต์วูบวาบทั้งระบบ แต่ปรับแต่งได้แบบนี้ ผู้สูงอายุน่าจะถูกใจ

 

อันนี้ไม่แน่ใจว่าใน iOS 6 มีแล้วรึเปล่า?
ตั้งเปิด-ปิดการตัดเสียงรบกวนของไมโครโฟนได้ครับ ค่าเริ่มต้นจะเปิดไว้ให้อยู่แล้ว

 

AssistiveTouch ยังมีเหมือนเดิมเลย เอามาจับภาพหน้าจอสะดวกดี

แต่บน iPhone 5 นี่ไม่ต้องใช้เพื่อถนอมปุ่มแล้วครับ ปุ่มไม่พังง่ายแบบรุ่นเก่าแล้ว

 

เวลากดปุ่มโฮมสองครั้ง ขึ้นมาสลับแอป ก็จะเป็นหน้าจอสวย ๆ แบบนี้แล้ว

ถ้าจะปิดแอป ก็แค่โยนมันออกไปด้านบน เป็นอันเรียบร้อย

(แอบสังเกตมั้ยว่า รายชื่อเพื่อนใน Favorite ตอนโทรออก แสดงรูปภาพด้วย)

 

หน้าจอสลับแอปทำงานแนวนอนได้แล้วเช่นกันนะครับ สวยเลย

และในทุกหน้าจอ ถ้าเราลากนิ้วจากขอบล่างจอขึ้นมา จะพบกับ “Control Center”

Control Center เองก็ทำงานได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอนเหมือนกัน โดยมีการตั้งค่าต่าง ๆ ที่ใช้บ่อยให้จิ้มจากที่ไหนก็ได้ ทั้งเปิด-ปิด Airplane Mode, Wi-Fi, Bluetooth, Do Not Disturb และล็อคหน้าจอไม่ให้หมุน

แถบปรับความสว่างหน้าจอ, ปรับเสียง, เล่นเพลงก็มาครบ แถมยังมีปุ่มลัด 4 ปุ่ม ให้เปิดไฟฉาย (โดยไม่ต้องลงแอป) และไปที่นาฬิกาจับเวลา, เครื่องคิดเลข และกล้องถ่ายภาพได้ทันที สะดวกขึ้นมากเลยทีเดียว

นึกว่าตอนแรกจะเหมือน Android ที่ทำปุ่มพวกนี้่ไว้ด้านบน แต่แยกหน้าที่จาก Notification Center แบบนี้ ก็ใช้งานได้ดีเหมือนกัน ไม่สับสนดีด้วย.. ชอบมาก ๆ

 

 

แอปเปิลทำโทรศัพท์ ให้เป็นเหมือนที่หลายคนอยากให้ทำเสียที..

หน้าจอโทรศัพท์แบบใหม่ใน iOS 7 ก็มีหน้าตาไปทางเดียวกันกับแอปอื่น ๆ ครับ สะอาดตา โล่ง ๆ

พอกดแป้นโทรศัพท์ แป้นมันจะกลายหายไป กลายเป็นสีพื้นหลังแทน อย่างในภาพกดเลข 0 อยู่ครับ

 

หน้าจอโทรศัพท์คล้าย ๆ ของเดิม แต่สะอาดตาขึ้น ใช้งานเหมือนเดิมทุกประการ ไม่ต้องเรียนรู้อะไรใหม่

 

รายชื่อผู้ติดต่อก็ดูสวยงามขึ้นมาก ๆ รายละเอียดทุกอย่างลงตัวกว่าเดิม

 

แต่สิ่งที่อยากนำเสนอ คือสิ่งนี้ครับ “iPhone บล็อคเบอร์ได้แล้ว”!!!

 

แค่จิ้ม “ระงับสายผู้โทรนี้” ในรายชื่อคนที่เราอยากจะบล็อค แล้วกดยืนยัน

มันจะบล็อคทั้งสายโทรเข้า, SMS, MMS และ FaceTime ของเบอร์นั้นให้หมดเลยครับ!

ในที่สุด ฝันของใครหลายคนแถวนี้ก็เป็นจริงเสียที…

 

อ่านกันมายืดยาว พักกันหน่อยไหมครับ คนเขียนก็หมดแรงเขียนแล้ว…

 

มันมีอะไรมากกว่าที่แอปเปิลบอกไว้เยอะมากจริง ๆ

 

เดี๋ยวไว้พรุ่งนี้เช้า มาติดตามกันต่อที่นี่ ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่อยากจะเล่าครับ ทั้งการพิมพ์ข้อความ, ฟังเพลง, เล่นเน็ต และถ่ายรูปบน iOS 7 ที่เปลี่ยนโฉมไปเยอะทีเดียว

วันนี้ขอตัวก่อนครับ น้อง ๆ คนไหนมีเรียนก็อย่าแอบอ่านในห้องเรียน พี่ ๆ คนไหนทำงานก็อย่าอู้งาน (หรือไม่ทันแล้ว ฮา…) แล้วพบกันพรุ่งนี้กับภาคต่อของรีวิว iOS 7 beta 1 ครับ สวัสดีครับ : )

 

อัพเดต: ภาคจบมาแล้วครับ อ่านต่อได้ด้านล่างนี้เลย:

 

ปล. อย่าลืม “กดแชร์บทความนี้บน Facebook ของ MacStroke” ไปให้เพื่อน ๆ อ่านต่อด้วยนะครับ


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke

Comments

  1. […] จากบทความก่อนหน้า “Review iOS 7 ภาคแรก – มันมีอะไรมากกว่าที่แ…“ […]

  2. […] จากนั้นก็วิ่งมาเรื่อย จนไม่นาน เพจเรื่องวิ่งเรื่องกล้วย ก็เปิดตัว ไปกดไลค์เป็นรอ้ยๆ […]