สรุปงาน WWDC 2013 ใน 5 นาที: เปิดตัว OS X “Mavericks”, Mac Pro, MacBook Air, iWork for iCloud และ iOS 7

หลังจากที่งาน WWDC 2013 จบลงไปเมื่อคืน ทาง Apple ก็ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจเยอะมากครับ เราลองมาดูสรุปเป็นข้อ ๆ แบบรวดเร็ว อ่านจบได้ภายใน 5 นาทีกันว่า “เมื่อคืน มีอะไรใหม่บ้าง?”

สถิติต่าง ๆ ในงาน WWDC 2013

  • บัตรเข้างาน WWDC ใบละเกือบ 48,000 บาท 7,000 ใบ ขายหมดใน 71 วินาที! (1:11 นาที)
  • ราคานี้ให้นักพัฒนาไปอบรมทำแอปเจ๋ง ๆ กับทีมงานแอปเปิล 5 วัน รวมค่าอาหารแล้ว
  • Apple รับเละ 336 ล้านบาทกับงานนี้งานเดียว
  • คนเข้างาน 2 ใน 3 เพิ่งเคยมาครั้งแรก

 

  • Apple Store มี 407 สาขา สาขาล่าสุดที่เบอร์ลิน เยอรมนี ก็ได้รับการตอบรับดีมาก
  • App Store เปิดมาแล้ว 5 ปี ยอดดาวน์โหลดเพิ่งผ่าน 5 หมื่นล้านครั้งไป
  • มีแอป 900,000 แอป เป็นแอปของ iPad เกือบ 400,000
  • มีผู้ใช้ผูกบัญชีกับบัตรเครดิต 575 ล้านใบ
  • จ่ายเงินให้นักพัฒนาไปแล้ว 3 แสนล้านบาท
  • ขาย iPhone, iPad, iPod touch, Apple TV รวมกันไปแล้ว 600 ล้านเครื่อง
  • iPhone ได้รางวัลโทรศัพท์ที่ผู้ใช้มีความพึงพอใจยอดเยี่ยม ชนะเลิศ 9 ครั้งติด
  • คนใช้ iOS 6 (เวอร์ชั่นล่าสุด) มีมากถึง 93% เทียบกับ Android เวอร์ชั่นล่าสุดที่มีแค่ 33%
  • คนใช้ iPhone, iPad ซื้อเครื่องมาใช้งานจริง มีอัตราเข้าเว็บสูงกว่า Android 1.5 เท่า

 

Mac OS X “Mavericks” หน้าตาเดิม ๆ แต่ทำงานดีขึ้นทุกด้าน

  • เป็นเวอร์ชั่นที่ 10 ของ Mac OS X
  • ไม่ใช้ชื่อสัตว์ตระกูลแมวอีกแล้ว เปลี่ยนมาเรียกชื่อตามสถานที่ดัง ๆ แทน
  • Mavericks เป็นเมืองในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

 

  • Finder มีแท็บแล้ว เปิดดูไฟล์หลายที่ในหน้าเดียวได้
  • เพิ่มระบบติดแท็กให้ไฟล์ต่าง ๆ ใช้งานได้ทั้งใน Finder และแอปอื่น ๆ
  • แอปแบบเต็มหน้าจอ (Full Screen) ไม่ง่อยแล้ว เปิดหลายจอพร้อมกันได้
  • เปิด-ปิด หรือลากเมนูและ Dock ข้ามหน้าจอได้อย่างอิสระ แสดงเมนูหลายจอได้แล้ว
  • เอาจอทีวีมาเป็นจอคอมได้ โดยส่งสัญญาณผ่าน Apple TV
  • ย้ายหน้าต่างใน Mission Control ได้อย่างอิสระ ข้ามหน้าจอไปมาได้ดีขึ้น

 

  • “Time Coalescing” เก็บงานยิบย่อย (หลักมิลลิวินาที) ไว้ประมวลผลพร้อมกัน ผลคือ CPU มีเวลาพักมากขึ้น 72% แถมกินไฟน้อยลง ตอบสนองดีขึ้น 1.4 เท่า
  • “App Nap” เมื่อหน้าต่างของแอปถูกแอปอื่นบังมิด ระบบจะตัดการทำงานแอปที่เรามองไม่เห็นให้เอง เพื่อประหยัดพลังงาน
  • “Plug-in Pause” หยุดการทำงานของปลั๊กอินใน Safari ให้ผู้ใช้กดดูเอง (เช่น ไม่ให้แสดงวิดีโอแฟลช) ลดการทำงาน CPU ลง
  • “Compressed Memory” จัดการแรมได้ดีขึ้น 1.5 เท่า เมื่อไม่ใช้งานแอปใดนาน ๆ ระบบจะคืนแรมกลับมาให้แอปอื่นใช้ได้

 

  • “iCloud Keychain” ระบบจดจำรหัสผ่าน บันทึกรหัสผ่านเรา เข้ารหัสอย่างปลอดภัยไว้ใน iCloud
  • เมื่อจะกรอกข้อมูลรหัสผ่านในเว็บ หรือกรอกข้อมูลบัตรเครดิต iCloud Keychain จะเดาสิ่งที่เราต้องการกรอกให้เลย
  • Safari ดีไซน์ใหม่ มีแท็บหน้าโปรดใหม่ ทำงานได้เร็วกว่า กินแรมน้อยกว่า Chrome และ Firefox
  • Safari มีหน้าต่างแสดงการดาวน์โหลดไฟล์ (เสียที)
  • “Shared Links” ดูลิงค์ที่ Following ของเราทวิตจาก Twitter ได้ใน Safari ทันที

 

  • Notification Center ใหม่ ตอบข้อความ, ตอบหรือลบอีเมล, หรือรับสาย FaceTime ได้เลยจากการแจ้งเตือน
  • แอปใน iOS และในเว็บ แจ้งเตือนมายัง Mac ได้แล้ว
  • แจ้งเตือนสิ่งต่าง ๆ ในจากหน้าจอล็อคของ OS X เลย
  • ระบบจะอัพเดตแอปที่โหลดจาก App Store ให้อัตโนมัติ ไม่ต้องกดอัพเดตเอง
  • ปฏิทินใหม่ ดีไซน์เรียบ ๆ เข้ากับแอปอื่น ๆ ใน OS X
  • ฝังระบบแผนที่เข้ากับปฏิทิน เดาสถานที่ให้ได้ ตั้งเวลาเดินทาง หรือแจ้งเตือนเมื่อเดินทางไปถึงที่ต่าง ๆ ได้
  • Sync ปฏิทินและการแจ้งเตือนเข้ากับ iOS ให้อัตโนมัติ
  • มี “Apple Maps” บน Mac แล้ว ค้นหาสถานที่และส่งไปนำทางบน iOS ได้เลย
  • iBooks บน Mac อ่านหนังสือได้หลายเล่มพร้อมกัน ขีดเขียนและจิ้มสิ่งต่าง ๆ ในหนังสือได้เหมือนบน iPad
  • ปล่อยเวอร์ชั่นทดสอบให้นักพัฒนาวันนี้ ผู้ใช้ทั่วไปรอกันยายน – ตุลาคม

 

 

 

MacBook Air ใหม่ แบตใช้ได้ 12 ชั่วโมง

  • ดีไซน์เดิม แต่มีไมโครโฟนสองตัวตัดเสียงรบกวน จะได้ใช้ Dictation, FaceTime หรือ Skype ฯลฯ ได้ดีขึ้น
  • ใช้ Intel Haswell ประหยัดพลังงานขึ้น แต่กราฟฟิกดีขึ้น 2 เท่า
  • แบตเตอรีอึดขึ้นมาก รุ่น 11″ เล่นเน็ตได้ 9 ชั่วโมง รุ่น 13″ ได้ 12 ชั่วโมง
  • แบตเตอรีรุ่น 11″ ดูหนังได้ 8 ชั่วโมง รุ่น 13″ ได้ 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
  • Flash Storage อ่าน-เขียนข้อมูลเร็วขึ้น 45%
  • เพราะอ่านข้อมูลเร็วขึ้น ทำให้เปิดฝาเครื่องขึ้นมา ใช้ได้เลยใน 1 วินาที (ของเดิม 3 วินาที)
  • ถ้าไม่ใช้งานนานเกิน 3 ชั่วโมง ระบบจะตัดการทำงานลงทั้งหมด สแตนด์บายได้ 30 วัน
  • รองรับ Wi-Fi 802.11ac จับสัญญาณดีขึ้น 3 เท่า
  • รุ่น 11″ เริ่มต้นที่ 128GB เลย สงสัย 64GB ใช้กันไม่พอแล้ว
  • ราคาเริ่มต้น 31,900 บาท โดยรวมถือว่าถูกลง
  • ดูราคาและสั่งซื้อได้เลยทันที ที่ Apple Online Store ประเทศไทย จัดส่งภายใน 10 วัน (ปลายเดือนได้ของ)

 

 

 

Mac Pro ดีไซน์ใหม่ทั้งหมด

  • Phil Schiler แขวะ “ใครว่า Apple ไม่มีนวัตกรรมใหม่”​ (นี่แหละ นวัตกรรม)
  • ดีไซน์ใหม่หมดจด ทรงกระบอกเหมือนกระติกน้ำ
  • ตัวเครื่องจริงทำจากอลูมิเนียมขัดเงาเหมือนด้านหลัง iPod classic (ดูภาพจาก Engadget)
  • ขนาดเล็กมาก เส้นผานศูนย์กลาง 17 ซ.ม. สูง 25 ซ.ม. เล็กลง 8 เท่า!
  • ใช้ CPU Intel Xeon 12 คอร์ รองรับการ์ดจอ 2 ตัวมาตั้งแต่ต้น

 

  • ต่อจอภาพความละเอียด 4K (4,096 x 2,304 พิกเซล) ได้ทีเดียว 3 จอพร้อมกัน! (โหดสุดๆ)
  • ใช้ Flash Storage ทั้งหมด ไม่มี Hard Drive
  • ใช้ ThunderBolt 2 ส่งข้อมูลเร็วกว่า USB 2.0 กว่า 40 เท่า เร็วกว่า USB 3.0 4 เท่า
  • มี ThunderBolt 2 x6 ช่อง, USB 3.0 x4 ช่อง, Gigabit Ethernet (LAN) x2 ช่อง, HDMI x1 ช่อง
  • รองรับเทคโนโลยีไร้สายล่าสุดอย่าง Wi-Fi 802.11ac และ Bluetooth 4.0
  • ถอดฝาเครื่องออกมาเพิ่มแรมและอื่น ๆ ได้เอง!
  • มีระบบระบายความร้อนที่เทพมาก ชิ้นส่วนทุกอย่างจะปล่อยความร้อนผ่านแผ่นอลูมิเนียมแผ่นเดียวด้านใน
  • พอชิ้นส่วนไหนทำงานหนัก แผ่นอลูมิเนียมจะกระจายความร้อนออกไปที่จุดอื่นที่เย็นกว่าให้เอง!
  • ใช้พัดลมตัวใหญ่ตัวเดียวในการระบายความร้อน พัดความร้อนออกไปด้านบนเครื่อง
  • ออกแบบพัดลมให้เงียบมาก (เหมือนใน MacBook Pro with Retina Display เงียบจริง)
  • Design by Apple in California, Assembled in USA (ประกอบในสหรัฐฯ หมดเลย)
  • ยังไม่วางจำหน่าย ขายจริงปลายปี เอามาให้ดูเล่นก่อน
  • ดูจบแล้วก็ยังทึ่งว่ามันยัดคอมพิวเตอร์ที่แรงขนาดนั้นลงไปในวัตถุทรงกระติกน้ำได้ยังไง?

 

 

 

iWork for iCloud ทำงานเอกสารที่ไหนก็ได้ที่มีเน็ต

  • “สร้างเอกสารได้บน Browser ทันที ทั้งบน Mac และคอมพิวเตอร์อื่น”
  • ความเจ๋งคือใช้เว็บ iCloud.com เปิดไฟล์ Word, Excel และ PowerPoint จากที่ไหนก็ได้! ขอแค่มีอินเทอร์เน็ต
  • แก้ไขเอกสาร, ลากรูปจากในคอมมาใส่, ทำเอฟเฟกต์ให้สไลด์ ฯลฯ ได้เหมือนแอปบนคอมทุกประการ
  • ใส่เอฟเฟกต์ 3 มิติบน Keynote for iCloud ได้เหมือนในคอม เปิดดูได้ทุกเครื่องไม่มีกระตุก
  • เปิดไฟล์ Microsoft Office แทบไม่เพี้ยน เพราะทุกอย่างประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ของแอปเปิล
  • เซฟไฟล์ออกมาเป็น Microsoft Office, iWork หรือ PDF ได้เหมือนแอปในคอม
  • ใช้ได้ทั้งบน Safari ใน Mac, Chrome หรือ Internet Explorer (เวอร์ชั่น 9 ขึ้นไป) บน Windows
  • เปิดให้นักพัฒนาทดสอบวันนี้ ผู้ใช้ทั่วไปได้ “ทดสอบ” กันยายน – ตุลาคมนี้

 

 

 

iOS 7 ดีไซน์ใหม่ ลูกเล่นใหม่เพียบ

  • “All-new Design” โดน Jonathan Ive ออกแบบใหม่หมดจดทุกอย่างจริง ๆ
  • ออกแบบใหม่แม้กระทั่งขอบไอคอน หรือจัดระยะห่างตัวอักษรและแป้นพิมพ์ใหม่
  • ส่วนติดต่อผู้ใช้เป็นชั้น ๆ ซ้อนกัน มีความโปร่งแสงในตัวให้แยกชั้นต่าง ๆ ออกจากกันได้ง่าย
  • เมื่อเอียงเครื่อง จะเห็นปุ่ม, เมนู หรือไอคอน ลอยออกจากหน้าจอเป็นสามมิติ!
  • ขีดแสดงสัญญาณโทรศัพท์โดนเปลี่ยนเป็นจุดกลม ๆ ให้สังเกตง่ายขึ้น
  • ปุ่มที่ไม่จำเป็นถูกตัดออกหมด ดีไซน์เลยเกลี้ยง ๆ มีเฉพาะสิ่งที่จำเป็น

ดูดีไซน์ใหม่ของ iOS 7 และลองจิ้ม ๆ เล่นได้ที่ เว็บ Apple.com

 

  • Notification Center ใหม่ เปิดดูได้แม้ในหน้าจอล็อค
  • Notification Center แสดงเหตุการณ์ของวันนี้แยกออกมาให้ดูเฉพาะเลยว่ามีอะไรบ้าง รวมถึงเตือนสิ่งที่เราพลาดไปในรอบ 24 ชั่วโมงด้วย
  • “Control Center” ลากนิ้วจากด้านล่างจอ เปิดแถบควบคุมสิ่งต่าง ๆ ที่ใช้บ่อย เช่น เปิด-ปิด Wi-Fi/Bluetooth/Do Not Disturb/Airplane Mode, ปรับเสียง, ปรับเสียง, เปลี่ยนเพลง
  • Control Center ใช้ได้ในหน้าจอล็อคเหมือนกัน
  • กดเปิดไฟฉายได้จาก Control Center เลย ไม่ต้องลงแอป
  • เปิดนาฬิกาจับเวลา, เครื่องคิดเลข และกล้องถ่ายภาพได้จาก Control Center เช่นกัน

 

  • แอปสภาพอากาศมีเอฟเฟกต์ฝนตก ฟ้าร้อง หิมะตก และแสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น-ตกได้
  • โฟลเดอร์ใส่แอปได้ไม่จำกัด สร้างหน้าใหม่ซ้อนในโฟลเดอร์ได้แล้ว!
  • แอปอีเมลแสดงรูปภาพเต็ม ๆ จอ จากขอบถึงขอบได้แล้ว
  • ดูการจดบันทึก หรือไฮไลต์ในไฟล์ PDF ได้แล้ว
  • ปัดหน้าจอเพื่อย้อนกลับได้โดยไม่ต้องเอื้อมไปกดปุ่ม Back อีกแล้ว!

 

  • เมื่อกดปุ่มโฮม 2 ที จะมีหน้าจอจัดการแอปแบบใหม่ แสดงหน้าตาแอปเต็ม ๆ ได้แล้ว และปัดแอปออกจากจอเพื่อปิดแอปได้เลย
  • ระบบ “Multitasking” ใหม่ ให้แอปทุกแอปทำงานเบื้องหลังได้หมด
  • ระบบจะจัดการการใช้พลังงานของแอปต่าง ๆ ให้เอง และรู้แม้กระทั่งว่า ปกติในแต่ละวันเราใช้แอปตอนไหน ก็จะแอบโหลดข้อมูลมาให้ล่วงหน้า (เช่น ชอบเช็ค Facebook ตอนเช้า มันก็จะแอบโหลด Timeline มาเก็บไว้ก่อนเวลาเราเปิดเล็กน้อย เปิดมาจะได้อ่านได้เลย!)
  • ระบบยังรู้อีกว่าตอนนี้เน็ตเราดีหรือไม่ดี ถ้าเน็ตเร็ว หรือต่อ Wi-Fi อยู่ มันจะโหลดทุกอย่างมาเก็บให้ แต่ถ้าเน็ตห่วย จะไม่โหลดให้อัตโนมัติ

 

  • กล้องถ่ายภาพใหม่ เลื่อนเลือกรูปแบบกล้องและใส่ฟิลเตอร์ได้แบบ Camera360
  • ถ่ายภาพแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส (ขนาดเดียวกับใน Instagram) ได้
  • แอปดูรูปภาพแบบใหม่ จัดหมวดหมูให้เองตามวันที่และสถานที่ที่เราไป
  • ดูภาพในมุมมองรายเดือนหรือรายปีได้แล้ว

 

  • “AirDrop” ส่งไฟล์ภาพ, วิดีโอ หรือรายชื่อผู้ติดต่อให้อุปกรณ์อื่นได้ แค่จิ้ม ๆ แล้วเลือกส่ง
  • AirDrop ไม่ต้องต่อเน็ตหรืออะไรทั้งสิ้น ระบบทำให้หมดอัตโนมัติ
  • AirDrop ทำงานผ่าน Wi-Fi และ Bluetooth รุ่นใหม่ เลยใช้ได้แค่ iPhone 5, iPad 4, iPad mini และ iPod touch 5 รุ่นเก่าอดหมด

 

  • Safari ใหม่ สะอาดตาขึ้น ซ่อนแถบ URL ให้เองเวลาเล่นเน็ต
  • เล่นเน็ตเต็มหน้าจอในแนวตั้งได้ มีหน้าจอรายการโปรดแบบใหม่ และแท็บแบบสามมิติ
  • Safari เปิดเว็บได้ไม่จำกัดแล้ว (เดิมได้แค่ 8 เว็บ)
  • มี iCloud Keychain จดจำรหัสผ่าน บันทึกรหัสผ่านเรา เข้ารหัสอย่างปลอดภัยไว้ใน iCloud
  • เมื่อจะกรอกข้อมูลรหัสผ่านในเว็บ หรือกรอกข้อมูลบัตรเครดิต iCloud Keychain จะเดาสิ่งที่เราต้องการกรอกให้เลย

 

  • “iOS in the Car” เมื่อเอาอุปกรณ์ iOS ไปเสียบรถยนต์ หน้าจอของรถยนต์จะทำงานด้วย iOS!!!
  • ใช้จอรถยนต์เป็น GPS นำทาง, ฟังเพลง, รับสาย ฯลฯ ได้ทันที หรือจะสั่ง Siri ให้อ่านข้อความให้ก็ได้
  • Siri ฉลาดขึ้น สั่งเปิด-ปิด Wi-Fi, เพิ่มแสงจอ ฯลฯ ได้ สั่งค้นหาทวิตเตอร์ได้ และมีเสียงผู้ชายแล้ว
  • App Store อัพเดตแอปให้เองอัตโนมัติ ไม่ต้องไปจิ้ม ๆ อัพเดตเองแล้ว!
  • App Store จะแนะนำแอปให้เมื่อเราไปยังสถานที่ต่าง ๆ เช่น เมื่อไปพิพิธภัณฑ์ ก็จะแนะนำแอปเกี่ยวกับศิลปะ หรือการถ่ายรูปมาให้โหลด

 

  • แอปฟังเพลงดีไซน์ใหม่หมด ไม่มี Cover Flow เวลาพลิกเครื่องเป็นแนวนอนแล้ว แต่แสดงเป็นตารางปกอัลบั้มแทน
  • “iTunes Radio” บริการฟังเพลงฟรี ในรูปแบบวิทยุ มีโฆษณาคั่นรายการ
  • ถ้าจ่ายเงิน $24.99 ต่อปีเพื่อใช้ iTunes in the Cloud วิทยุก็จะไม่มีโฆษณาไปด้วย
  • iTunes Radio ฟังได้แค่ในสหรัฐฯ เท่านั้นในช่วงแรก คนไทยอด

 

  • Find My iPhone ฉลาดขึ้น ส่งข้อความไปแจ้งเตือนที่ iPhone ของเราได้แม้ข้อมูลจะถูกลบหมดแล้ว
  • หากเครื่องหาย ขโมยจะเอาไปขายต่อไม่ได้ เพราะเครื่องจะโดนล็อค ปลดล็อคได้ด้วยการใส่ Apple ID ของเราเองเท่านั้น!
  • FaceTime จะโทรฟรีได้ในอนาคต คุยแค่เสียง ไม่ต้องโชว์หน้าให้เห็นกัน
  • ปรับปรุงแผนที่ใหม่ มีระบบนำทางสำหรับคนเดินเท้า
  • Sync ข้อมูล Notification ข้ามเครื่องระหว่าง iPhone กับ iPad ได้แล้ว
  • ปรับปรุง Personal Hotspot ให้ดีขึ้น
  • เพิ่มพจนานุกรมภาษาจีน-อังกฤษ และเขียนตัวอักษรจีนได้ทีละหลาย ๆ ตัวพร้อมกันแล้ว
  • บล็อคเบอร์โทรศัพท์, SMS และ FaceTime ที่ไม่ต้องการได้แล้ว!!!

 

  • iOS 7 จะให้นักพัฒนาทดสอบบน iPhone วันนี้, ทดสอบใน iPad และ iPod touch ได้ปลายเดือน
  • เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปอัพเดตราวเดือนกันยายน – ตุลาคม
  • iPhone 4, iPhone 4S, iPhone 5, iPod touch 5, iPad 2, iPad 3, iPad 4 และ iPad mini ได้ไปต่อ
  • iPhone 3GS และ iPod touch 4 อดใช้ iOS 7

 

อ่าน Review iOS 7 เวอร์ชั่นทดสอบได้ที่นี่

 

 

เก็บตกหลังงาน

หลังงานจบ Apple แอบเปิดตัว AirPort Extreme และ AirPort Time Capsule ใหม่ เป็นทรงแนวตั้งด้วย ลดการใช้พื้นที่บนโต๊ะ รองรับ Wi-Fi 802.11ac เร็วขึ้น กระจายสัญญาณได้ไกลกว่าเดิม ดูรายละเอียดที่ http://www.apple.com/airport-extreme/

 

จบข่าวครับ… ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม MacStroke ครับ อย่าลืมไปกด Like กดแชร์ Facebook MacStroke และ Twitter @MacStroke กันนะครับ ^ ^


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke

Comments

  1. […] (อ่านสรุปงานของแอปเปิลได้ที่ บทความสรุปงาน WWDC ใน 5 นาที) […]