Review “COOKOO Watch” นาฬิกาอัจฉริยะ เชื่อมต่อ iPhone, iPad, iPod touch ไว้แจ้งเตือนและถ่ายรูปได้



ช่วงนี้กระแสของนาฬิกาอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้แจ้งเตือนสิ่งต่าง ๆ กำลังมาแรงครับ ไม่ว่าจะเป็นกระแสข่าวลือของนาฬิกาอัจฉริยะจากแอปเปิล หรือแม้แต่เจ้า COOKOO Watch นาฬิกาอัจฉริยะน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยวันนี้เราจะหยิบเจ้านาฬิกาตัวนี้มารีวิวให้ทุกท่านชมกันครับ

 

แกะกล่อง เปิดรัง COOKOO

เจ้ากุ๊กกูมาพร้อมกับกล่องรูปร่างเหมือนบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้นาฬิกาดูมีราศีขึ้น โดยวัสดุของกล่องนั้นทำด้วยพลาสติกเนื้อแข็ง กันแรงกระแทกได้ในระดับหนึ่ง และปิดมาอย่างแน่นหนา ทำให้มั่นใจว่านาฬิกาของเราจะอยู่ในสภาพสวยงามก่อนมาถึงมือนั่นเอง

ภายในกล่องมีเพียงนาฬิกานอนอยู่และคู่มือการใช้งานเบื้องต้นเล่มเล็ก ๆ เท่านั้น โดยกระดาษใบเล็กที่ห้อยติดกับกล่อง และแอปบนอุปกรณ์ iOS ของเราก็อธิบายวิธีการใช้งานนาฬิกาเรือนนี้ไว้ได้อย่างดีเหมือนกัน

 

 อุปกรณ์ที่รองรับ

iPhone 5

iPhone 4S

iPad รุ่นที่ 3 (The new iPad)

iPad รุ่นที่ 4 (iPad with Retina Display)

iPod touch รุ่นที่ 5

อุปกรณ์รุ่นใหม่ที่ออกจำหน่ายหลังปี 2013 ทั้งหมด

ขณะนี้นาฬิกา COOKOO รองรับเพียงอุปกรณ์ iOS เท่านั้น โดยอุปกรณ์ที่เก่ากว่ารายชื่อด้านบนนี้จะไม่สามารถเชื่อมต่อกับนาฬิกาได้ เนื่องจากไม่มี Bluetooth 4.0 รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ Android ก็ยังไม่มีแอปรองรับครับ (ณ พฤษภาคม 2013)

 

คุณสมบัติทั่วไป

  • เป็นนาฬิกา Analog ระบบขับเคลื่อนนาฬิกามาตรฐานนาฬิกาญี่ปุ่น
  • ขอบสเตนเลสสตีลขัดเงา สายทำด้วยซิลิโคนผสมพลาสติกโพลิเมอร์ มีความยืดหยุ่นสูง
  • ตัวหน้าจอทำด้วยคริสตัลชนิดแข็งพิเศษ กันรอยขีดข่วน
  • กันน้ำลึก 50 เมตร (5 ATM) สามารถใส่ล้างมือ, ว่ายน้ำ หรือใส่ไปดำน้ำก็ได้
  • เมื่อเชื่อมต่อกับ iPhone, iPad หรือ iPad mini สามารถแจ้งเตือนสิ่งต่อไปนี้ได้
    • สายเรียกเข้า
    • สายที่ไม่ได้รับ
    • ปฏิทิน, Reminder และนาฬิกาปลุก
    • ข้อความ SMS, MMS, อีเมล, Facebook และ Twitter
    • เตือนแบตเตอรีต่ำ
    • เตือนเมื่อเราลืมวาง iPhone หรือ iPad ทิ้งเอาไว้ห่างจากนาฬิกาได้
  • สั่ง Check-in Facebook หรือบันทึกตำแหน่ง GPS ของเราลงแอปได้
  • สั่งเปลี่ยนเพลง, เล่น หรือหยุดเพลงในแอปฟังเพลงของเครื่องได้
  • ใช้ลั่นชัตเตอร์กล้องของ iPhone, iPod touch, iPad, iPad mini ได้ด้วย (โดยต้องทำผ่านแอป COOKOO)

เห็นได้ว่า เจ้า COOKOO สามารถทำหน้าที่พื้นฐานของนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะทั่วไปได้ครับ แถมยังกันน้ำและทำหน้าที่เป็นนาฬิกาข้อมือทั่วไปได้เช่นกัน

นอกไปจากนั้น ในอนาคต ผู้พัฒนานาฬิกาก็สามารถอัพเดตฟังก์ชั่นการแจ้งเตือนต่าง ๆ หรือเพิ่มคุณสมบัติเข้าไปได้อีกผ่านการอัพเดตแอปบน iOS ด้วยครับ

 

รูปลักษณ์ภายนอก

หลังจากเอาออกจากกล่องมา หากเราดูใกล้ ๆ จะพบว่านาฬิกา COOKOO เป็นนาฬิกาเข็มแบบ Analog แบบเรียบ ๆ ไม่มีตัวเลขใด ๆ แสดงอยู่บนหน้าปัด การปรับเข็มนาฬิกาก็ทำเหมือนนาฬิกาข้อมือทั่วไป คือดึงเฟืองหมุนด้านขวาออกมา แล้วหมุนปรับตามปกติ

 

แต่จุดที่ทำให้ COOKOO แตกต่างจากนาฬิกาอื่น คือบนหน้าจอสามารถแสดงผลการแจ้งเตือนต่าง ๆ จากอุปกรณ์ iOS ของเราได้ นอกจากนั้นตัวนาฬิกายังสามารถส่งเสียงร้อง และสั่นเบา ๆ บนข้อมือเราได้ด้วย

 

ด้านหลังของนาฬิกาจะมีฝาสำหรับหมุนเปิดด้วยเหรียญ เพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี โดยแบตเตอรีที่ใช้ เป็นถ่านกระดุมชนิด CR2032 หรือถ่านนาฬิกามาตรฐานขนาดบาง สามารถหาซื้อได้ตามร้านรับซ่อมนาฬิกา ในราคาไม่กี่สิบบาทครับ ยิ่งถ่านก้อนหนึ่งสามารถใช้งานได้เกือบ 6 เดือนด้วยแล้ว ตรงนี้ถือเป็นข้อดีของนาฬิกาอัจฉริยะเรือนนี้เลยทีเดียวก็ว่าได้ ที่เราไม่ต้องคอยกังวลว่า เราต้องชาร์จแบตเตอรีให้มันเมื่อไหร่

 

เมื่ออยู่ในที่มืด นาฬิกาก็สามารถเปล่งแสงพื้นหลังช่วยในการมองเห็นได้ โดยกดปุ่มที่มุมบนซ้าย 1 ครั้ง ทำให้เรามองเห็นเข็มนาฬิกาและการแจ้งเตือนได้ดีขึ้น

 

 

เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iOS ของเรา

มาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนคงอยากรู้ว่า นาฬิกา COOKOO มันเชื่อมต่ออะไรกับอุปกรณ์ iOS ของเราได้บ้าง และมีขั้นตอนการเชื่อมต่อเป็นอย่างไร ลองไปชมวิดีโอกันครับ (ฟังก์ชันอย่างการเชื่อมต่อกับ Android ยังไม่สามารถใช้งานได้นะครับ)

 

เริ่มต้นกับ COOKOO

หลังจากเกริ่นนำฟังก์ชันต่าง ๆ ไปคร่าว ๆ แล้ว ทีนี้เราจะหยิบเจ้า COOKOO มาใช้กัน โดยก่อนอื่นเลย เราต้องดาวน์โหลดแอป “COOKOO® – Time to Connect” จาก App Store เสียก่อน โดยดาวน์โหลดได้จากด้านล่างนี้

ไม่พบข้อมูลแอปนี้

ไม่พบข้อมูลแอปนี้

ราคา:
ขนาด : 0 MB
อุปกรณ์ที่รองรับ :
 

 

เมื่อดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อย แอป COOKOO ก็จะมาปรากฎบนหน้าจอของเราตามภาพ

ก่อนที่จะเข้าแอปไป ให้เปิดบลูทูธบนอุปกรณ์ iOS ของเรา (ใน Settings > Bluetooth) และเปิดเครื่องนาฬิกาสำหรับเชื่อมต่อเสียก่อน โดยกดปุ่มล่างซ้ายค้างไว้จนหน้าจอกระพริบและสั่นเป็นครั้งที่ 2 ตามภาพ

เมื่อเราเปิดบลูทูธที่ iOS และเปิดนาฬิกาแล้ว หลังจากเข้าแอปมา จะมีหน้าจอยืนยันสำหรับจับคู่อุปกรณ์ ให้เลือก จับคู่ (Pair) เป็นอันเรียบร้อย

 

หลังจากการจับคู่ครั้งแรก แอปจะให้เราลงทะเบียนประกัน และเชื่อมต่อ Facebook กับ Twitter ของเราด้วย หากยังไม่ต้องการเชื่อมต่อในตอนนี้ ให้กด No และ Cancel Registration ข้ามไปก่อนได้ครับ

จากหน้าจอหลักของแอป COOKOO หากกดเข้าไปที่นาฬิกาของเรา เราจะสามารถปรับตั้งชื่อนาฬิกา หรือดูรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ ดังภาพ

จากภาพด้านบน เมื่อเลือก More… เข้ามา จะพบกับการตั้งค่าต่าง ๆ ทั้งให้นาฬิกาเตือนแบตเตอรีต่ำ, เตือนสายเข้า, เตือนปฏิทิน ฯลฯ หรือแม้แต่ Facebook และ Twitter ดังที่กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว เรายังตั้งค่า กำหนดหน้าที่ให้ปุ่ม COMMAND บนนาฬิกา (ปุ่มล่างขวา) ได้

เราสามารถตั้งปุ่ม COMMAND บนนาฬิกา ให้เมื่อกดลงไปสั้น ๆ, กดค้างไว้สักพักจนสั่น หรือกดค้างยาว ๆ ได้ว่าให้ทำหน้าที่อะไร โดยมีให้เลือก 3 หน้าที่ ได้แก่

  • ปักหมุดสถานที่ (Drop pin): บันทึกสถานที่ที่เราไปเยือนลงในแอป COOKOO
  • ค้นหา iPhone (Find iPhone): ให้ iPhone ของเราร้องเตือน “กุ๊กกู กุ๊กกู” เวลาหาเครื่องไม่เจอ
  • Facebook Check-in: เช็คอินถึงเพื่อน ๆ บน Facebook Wall

 

นอกจากคุณสมบัติข้างต้นแล้ว หากเราเปิดตัวเลือก “Enable music controls” ไว้ ปุ่ม COMMAND บนนาฬิกาเราจะใช้เล่น/หยุดเพลง หรือเปลี่ยนเพลงไปเป็นเพลงถัดไปได้

โดยเมื่อเราเล่นเพลงอยู่  ปุ่ม COMMAND บนนาฬิกาจะมีไว้เพื่อควบคุมเพลงเท่านั้น จะไม่สามารถใช้งาน Drop pin, Find iPhone หรือ Facebook Check-in ได้ครับ

 จากการตั้งค่าด้านบน เมื่อเรากดปุ่ม COMMAND บนนาฬิกาให้ Drop pin ลงในแอป จะปรากฎข้อมูลดังที่เห็นในภาพด้านล่าง ซึ่งเราสามารถใช้บันทึกสถานที่ที่เราเดินทางในแต่ละวันได้

นอกจากนั้น การใช้งานนาฬิกาเพื่อควบคุมกล้องถ่ายภาพก็ทำได้ผ่านตัวแอป COOKOO เช่นกัน ทั้งสลับกล้องหน้า-หลัง หรือปรับความละเอียดภาพก็ได้ หากต้องการถ่ายภาพก็ให้กดปุ่ม COMMAND บนนาฬิกา

 

การใช้คุณสมบัติ Drop pin และ Facebook Check-in ต้องเปิดบริการหาที่ตั้ง ในเมนู Settings > Privacy > Location Services > COOKOO (การตั้งค่า > ส่วนบุคคล > บริการหาที่ตั้ง > COOKOO) ด้วยนะครับ

 

คุณสมบัติสุดท้ายในแอป COOKOO อย่างการเป็นนาฬิกาจับเวลาหรือนาฬิกาปลุก ก็สามารถตั้งเวลาผ่านในตัวแอป ให้เสียงปลุกและเสียงเตือนไปดังและสั่นบนนาฬิกาข้อมือได้ด้วยเหมือนกัน

นอกจากการปรับตั้งค่าในแอปแล้ว ปุ่ม MODE (ปุ่มมุมบนขวา) บนนาฬิกายังใช้เปิด/ปิดเสียง และระบบสั่นของตัวนาฬิกาเองได้ด้วย โดยกดปุ่ม MODE ค้างไว้เพื่อเลือกเปิดเสียงพร้อมสั่น, เปิดแต่เสียงอย่างเดียว, สั่นอย่างเดียว หรือไม่ให้นาฬิกาส่งเสียงใด ๆ ก็ได้ครับ

 

นอกจากนั้น หากเราไม่ใช้งาน ก็สามารถถอดนาฬิกา COOKOO วางไว้ได้เลย โดยนาฬิกาจะเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานเอง

แต่หากไม่มีการใช้งานเป็นระยะเวลานาน ให้ปิดนาฬิกาโดยการกดปุ่ม CONNECT (ปุ่มล่างซ้าย) ค้างไว้สั้น ๆ จนสั่น 1 ครั้ง ตามภาพ เป็นอันเรียบร้อย

 

หลังจากลองใช้มาหลายวัน..

หลังจากที่ได้เจ้า COOKOO มาอยู่บนข้อมืออยู่นานพอควร จึงขอสรุปจุดสังเกตที่พบ ดังต่อไปนี้

  • ตัวนาฬิกาทนทานมาก กันกระแทก กันรอย และกันน้ำได้ดี ใส่ล้างมือได้ ถูสบู่ได้แบบไม่ต้องกลัวพัง
  • สายนาฬิกาและกระจกหน้าปัด สกปรกง่าย อาจจะต้องล้างทำความสะอาดบ่อย ๆ
  • ไฟส่องสว่างตอนกลางคืนไม่ค่อยสว่างนัก ทำให้มองเข็มนาฬิกาค่อนข้างลำบาก (เพราะเข็มไม่เรืองแสงตาม)
  • การแจ้งเตือนยังคงทำได้จำกัดจำเขี่ย ยังไม่สามารถแจ้งเตือนทุกอย่างจากใน Notification Center ของ iOS ได้ ทำได้เพียงแจ้งสายเข้า, อีเมล, ข้อความ, ปฏิทินและสิ่งที่ต้องทำ, Facebook และ Twitter (ที่ผูกกับแอป COOKOO ไว้) เท่านั้น
  • การตอบสนองมีหน่วงเล็กน้อยประมาณ 1-2 วินาที เมื่อสั่งการจากนาฬิกา ถือเป็นข้อดีเมื่อใช้ลั่นชัตเตอร์กล้อง แต่กับคุณสมบัติอื่นอาจทำให้ไม่ทันใจเท่าไร
  • คุณสมบัติปักหมุดและ Facebook Check-in ทำงานได้ไม่แม่นยำเท่าไรในการใช้งานจริง (คาดเคลื่อนประมาณ 200-300 เมตร) จึงใช้เช็คอินในอาคารไม่ได้เลย
  • คุณสมบัติเปลี่ยนเพลงบนนาฬิกา ไม่สามารถย้อนกลับไปยังเพลงก่อนหน้า หรือปรับระดับเสียงได้ ทำได้แค่เล่น/หยุด และเลื่อนไปเพลงถัดไป
  • ใช้พลังงานแบตเตอรีของ iPhone เยอะมาก แบตเตอรีลดกว่า 20% ในชั่วโมงเดียว (ในขณะที่ iPad ไม่ค่อยเห็นความต่างเท่าไร เพราะแบตเตอรีเยอะ)

ส่วนตัวคิดว่านาฬิกาอัจฉริยะนั้นยังไม่สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าของการใช้งานนาฬิกาในปัจจุบันได้ครับ คงต้องรอผู้ผลิตที่มีไอเดียดี ๆ มาพลิกโฉมนาฬิกาเหล่านี้ใหม่ ให้ทำงานเป็นนาฬิกาและอุปกรณ์เสริมกับสมาร์ทโฟนของเราได้อย่างยอดเยี่ยม และในขณะเดียวกันก็ประหยัดพลังงานมากด้วย ซึ่งหากดูเทคโนโลยีในปัจจุบัน ที่มีทั้ง Bluetooth 4.0 และหน้าจอชนิดกินไฟต่ำแล้ว ความหวังที่จะมีนาฬิกาอัจริยะตัวจริง คงอยู่อีกไม่ไกลครับ

สำหรับเจ้า COOKOO นี้ คงต้องขอบอกว่าเหมาะกับผู้ที่อยากลองความแปลกใหม่ของอุปกรณ์ประเภทนาฬิกาอัจฉริยะ หรือต้องการนำมาใช้แจ้งเตือนคู่กับอุปกรณ์ขนาดใหญ่อย่าง iPad ที่มีแบตเตอรีเยอะ และไม่ได้พกใส่กระเป๋ากางเกงตลอดเวลาเสียมากกว่า เพราะการใช้ควบคู่กับ iPhone หรือ iPod touch นั้นยังทำได้ไม่ดีนักครับ

 

หากสนใจเจ้า COOKOO Watch สามารถหาซื้อได้ตามร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า อย่าง iStudio by Copperwired, .life หรือ Vgadz ราคา 3,990 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: cookoowatch.com


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke