ถึงเวลาตอบโต้ ! Walmart ออกมาอธิบายว่าทำไมไม่รับ Apple Pay ส่วน Apple และ Tim Cook ออกมาตอบโต้ชุดใหญ่ด้วยตัวเลข

กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาพอสมควร หลังจากเกิดกรณีที่ร้านค้าหลายๆ ร้านที่เป็นพันธมิตร Merchant Customer Exchange ต่างปฏิเสธการรับชำระเงินด้วย Apple Pay แต่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยเช่นนั้น เมื่อฝั่งผู้ใช้เองก็ออกมาตอบโต้ต่อกรณีนี้เช่นกัน และล่าสุดก็มีความคืบหน้าจากทั้งสองฝ่ายออกมาเพิ่มเติมแล้วครับ

Business Insider เปิดเผยว่า หลังจากที่มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทางเว็บไซต์ได้พยายามติดต่อทั้งสองฝ่ายอยู่ตลอดเพื่อถามหาความจริง โดยฝ่ายแรกที่ออกมาให้ข้อมูลก่อนก็คือฝ่าย Walmart ที่เป็นหัวเรือใหญ่ของพันธมิตร MCX และโครงการ CurrentC นั่นเอง

โดยทาง Walmart ระบุว่าสาเหตุที่ทางร้าน Walmart ยังไม่เปิดรับชำระค่าสินค้าด้วย Apple Pay รวมไปถึงร้านค้าอื่นๆ ที่เข้าร่วม MCX ที่ต่างก็ปิดระบบการชำระเงินด้วย NFC ไปด้วยนั้น เป็นผลมาจากข้อตกลงภายในระหว่างสมาชิก MCX ด้วยกันเอง ที่ระบุชัดเจนว่าสมาชิก จะต้องรับชำระค่าสินค้าผ่าน CurrentC ที่ทางพันธมิตรเป็นคนพัฒนาขึ้นเท่านั้น

ซึ่งสาเหตุหลักทาง Walmart ได้อธิบายว่า เนื่องมาจากในปัจจุบันมีเทคโนโลยีในการชำระเงินออกมาหลากหลายตัว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือตัวลูกค้าเองต้องได้ใช้ระบบที่ร้านค้าส่วนใหญ่รองรับ มีความปลอดภัยสูง และให้ผลประโยชน์กับผู้ใช้มากที่สุด ซึ่งตัวสมาชิกของ MCX แต่ละคน ต่างก็มีฐานลูกค้าที่ค่อนข้างใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และระบบที่ MCX ได้พัฒนาออกมา ก็ล้วนเป็นระบบที่เกิดขึ้นจากความต้องการโดยรวมของสมาชิก และอิงจากพฤติกรรมการใช้งานของตัวผู้ใช้ด้วยนั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของ Apple ก็ได้ออกมาตอบโต้ผ่านทาง Business Insider ว่า ปัจจุบัน Apple เองก็กำลังทำงานกันอย่างหนัก เพื่อที่จะหาร้านค้าที่ดีที่สุด และพร้อมที่จะรับการรับชำระเงินด้วยวิธีนี้อยู่เรื่อยๆ และจนในตอนนี้ ก็มีร้านค้าที่ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับเรากว่า 220,000 ร้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ Tim Cook ยังได้ใช้เวทีของงาน The Wall Street Journals: Digital conference ในการเปิดเผยความสำเร็จของ Apple Pay ด้วย นั่นก็คือ 72 ชั่วโมงแรกหลังเปิดระบบ Apple Pay มียอดการเปิดใช้งานกว่า 1 ล้านรายทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งนับว่าเป็นการเติบโตที่คาดไม่ถึง และทำได้ดีกว่าคู่แข่งที่มีรูปแบบบริการเหมือนกันหลายๆ ราย รวมถึงคู่แข่งทางตรงอย่าง Google Wallet ด้วยนั่นเอง

อย่างไรก็ตามแต่ เรื่องนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบง่ายๆ แน่นอน เพราะต่างฝ่ายต่างก็ออกมาตีใส่กันอยู่เรื่อยๆ งานนี้คงต้องติดตามกันต่อไปพอสมควรเลยล่ะครับ


ที่มา: Business Insider (1), Business Insider (2), 9to5mac


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke