วิธีติดตั้ง ลง LINE ใน iPad ให้เต็มจอ โดยไม่ให้ข้อมูลเดิมหาย และเล่นได้พร้อมกันทั้งบน iPhone และ iPad เดิม



หลังจากที่ LINE ปล่อย LINE for iPad ออกมา หลายคนคงอยากลง LINE แบบเต็ม ๆ จอใน iPad เสียที แต่บางคนก็เกิดปัญหา ว่าทำไมลง LINE แบบเต็มจอใน iPad ไม่ได้ หรือกลัวรายชื่อเพื่อนหายไป

เรามาลองมาดูวิธีติดตั้งง่าย ๆ ไม่กี่ขั้นตอนที่จะทำให้ใช้ LINE บน iPad ได้เต็มจอกันครับ

 

1.) ตรวจสอบก่อนว่ามี LINE เวอร์ชันสมาร์ทโฟนอยู่รึยัง?

ถ้าใช้ LINE บน iPhone หรือโทรศัพท์อื่น
รวมถึงใช้ LINE แบบไม่เต็มจอบน iPad อยู่แล้ว ให้ข้ามขั้นตอนที่ 1 ไปได้เลย

สำหรับผู้ที่ไม่เคยเล่น LINE มาก่อน ต้องดาวน์โหลด LINE เวอร์ชัน iPhone หรือเวอร์ชันสมาร์ทโฟนอื่น ๆ มาติดตั้งในโทรศัพท์ของเราเสียก่อน ถึงจะใช้ LINE เวอร์ชัน iPad แบบเต็มจอได้ โดยดาวน์โหลดได้ที่นี่

ส่วนผู้ใช้ ที่มี iPad เพียงเครื่องเดียว ก็ให้ดาวน์โหลด LINE เวอร์ชัน iPhone มาติดตั้งก่อนเหมือนกันครับ

 

 

2.) ตั้งค่าใน LINE เดิมที่ใช้อยู่

สำหรับผู้ที่เล่น LINE บน iPhone หรือใช้ LINE แบบไม่เต็มจอ บน iPad อยู่แล้ว

ก่อนอื่นเลย ให้เข้าไปที่ LINE ที่ใช้อยู่เป็นประจำ ทั้งบน iPhone, สมาร์ทโฟนอื่น หรือ LINE แบบไม่เต็มจอบน iPad กันก่อน

โดยไปที่หน้า More > Settings > Accounts (อื่น ๆ > ตั้งค่า > บัญชี) ในแอป LINE

จากนั้นให้ตรวจสอบตามภาพด้านล่างนี้

 10_LINE_iPad_Password_Config

  • ตรวจดูว่า เราได้ลงทะเบียนอีเมล ไว้หรือยัง
    ถ้ายัง ให้เพิ่มอีเมลที่ใช้ประจำเข้าไป พร้อมตั้งรหัสผ่าน (ตามภาพด้านขวา)
    เพื่อเป็นชื่อผู้ใช้ในการเข้าสู่ระบบ (Login) บน iPad หากไม่ยืนยันอีเมล จะเข้าสู่ระบบบน iPad ไม่ได้
  • ตรวจดูว่า เราได้ลิงค์บัญชี LINE เข้ากับ Facebook ไว้หรือยัง
    เพื่อยืนยันตัวตนให้แน่นหนาขึ้น และป้องกันข้อมูลสูญหาย
  • หากไม่มี Facebook หรือไม่ต้องการลิงค์บัญชี LINE เข้ากับ Facebook ให้เพิ่มเบอร์โทรศัพท์เข้าไปแทน
  • เราควรยืนยันอีเมล คู่กับ Facebook หรือ เบอร์โทรศัพท์ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือจะยืนยันหมด 3 อย่างก็ได้
  • อย่าลืม เปิดตัวเลือก อนุญาตให้ล็อกอิน (Allow Login) ไม่งั้นเราจะเข้าใช้ LINE บน iPad ไม่ได้

เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้วว่าเราได้ยืนยันตัวตน และอนูญาตให้อุปกรณ์อื่นเข้าใช้ LINE ของเราได้ ก็ไปต่อกันที่ขั้นตอนที่ 3 ได้เลย

 

 

3.) ดาวน์โหลด LINE เวอร์ชัน iPad มาติดตั้ง

เมื่อตั้งค่าบน iPhone หรือในแอป iPad ของเดิม แบบไม่เต็มจอ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ดาวน์โหลด LINE เวอร์ชัน iPad มาติดตั้ง โดยไม่ต้องลบ LINE เดิมที่ไม่เต็มจอ

ดาวน์โหลด LINE for iPad ได้ที่นี่

ไม่พบข้อมูลแอปนี้

ไม่พบข้อมูลแอปนี้

ราคา:
ขนาด : 0 MB
อุปกรณ์ที่รองรับ :

 

หลังจากติดตั้ง LINE for iPad แล้ว ให้เปิดแอปขึ้นมา แล้วเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลและรหัสผ่านที่เราลงทะเบียนเอาไว้

***หากเราไม่ได้ติดตั้งแอป และลงทะเบียนอีเมลไว้ใน LINE เวอร์ชันโทรศัพท์ จะทำให้ใช้งานบน iPad ไม่ได้ 

(กรอกอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ พร้อมรหัสผ่าน)

 

หากเข้าสู่ระบบได้สำเร็จ เครื่องจะให้เวลาเราประมาณ 3 นาทีในการใส่รหัสยืนยันตัว ให้จำรหัส 4 หลักบนหน้าจอ iPad ไว้

 

ระหว่างนี้ กลับไปเปิด LINE บน iPhone หรือเปิด LINE ของเดิม แบบไม่เต็มจอ แล้วกรอกรหัส 4 หลักในแอปเดิมที่ใช้อยู่

 

เมื่อกรอกรหัสยืนยัน 4 หลักสำเร็จ ก็เริ่มต้นใช้ LINE บน iPad แบบเต็มจอได้เลย :)

(หน้าจอ LINE บน iPad แบบเต็มจอ เลือกดูรายชื่อเพื่อนได้แบบบน iPhone)

 

 (คีย์บอร์ดใหญ่ ๆ พิมพ์แนวนอนสะดวกแล้ว)

 

(แป้นพิมพ์สติกเกอร์ก็มีขนาดใหญ่ ไม่ต้องปัดไปมาเพื่อดูสติกเกอร์ให้เมื่อย)
เมื่อส่งสติกเกอร์เสร็จ เราสามารถกดปุ่มข้าง ๆ เครื่องหมาย + เพื่อกลับไปใช้คีย์บอร์ดได้

 

 

วิธีปิดการแจ้งเตือนของ LINE ในเครื่องที่เราไม่ได้ใช้งาน

เกือบลืมบอกไป… ในเวลาปกติ เมื่อไม่ได้ใช้งานสักพัก LINE จะเด้งเตือนพร้อมกันทั้งบน iPhone และ iPad

แต่หากเราหยิบ iPad มาพิมพ์ตอบข้อความเมื่อไหร่ LINE จะปิดการแจ้งเตือนบน iPhone ให้อัตโนมัติ และเช่นเดียวกัน หากเราหยิบ iPhone มาพิมพ์ข้อความ LINE ก็จะปิดการแจ้งเตือนบน iPad ให้อัตโนมัติ และข้อความที่อ่านแล้วบนเครื่องหนึ่ง จะไม่ถูกแจ้งเตือนซ้ำสองบนอีกเครื่องครับ

สำหรับคนที่ไม่อยากให้ LINE เด้งพร้อมกันสองเครื่อง เพราะใช้เครื่องเดียวเป็นหลัก ให้ไปปรับลดการแจ้งเตือนของอีกเครื่องหนึ่งลง โดยไปที่เมนู Settings > Notifications > LINE (การตั้งค่า > การแจ้ง > LINE) แล้วปิดการแจ้งเตือน หรือปิดเฉพาะเสียง ตามที่ต้องการ ตามภาพ

08_LINE_iPad_Turn_off_Notifications

 

เป็นอันเรียบร้อยกับวิธีตั้งค่า และติดตั้ง LINE for iPad ครับ หากมีข้อสงสัยหรือคำแนะนำใด ๆ สามารถพูดคุยกับทีมงาน MacStroke.com และไปกด Like ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/MacStroke หรือตามไป Follow Twitter @MacStroke ได้นะครับ


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke