Jony Ive บอกเอง พวกที่ลอกงาน Apple ไปนั่นน่ะนะ ก็เป็นหัวขโมยด้วยกันทั้งหมดนั่นแหละ

เรื่องการลอกกันไปลอกกันมาในโลกของอุปกรณ์ไอทีในสมัยนี้ เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะมองว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้วแหละ ใครๆ เค้าก็ลอกกันทั้งนั้น แต่คนที่ไม่เห็นดีเห็นงามด้วยอย่าง Jonathan Ive เชื่อว่าหลายคนอยากจะรู้กันจริงๆ ว่าแท้จริงแล้ว เขารู้สึกอย่างไรกันแน่…

ด้วยโอกาสที่ Jonathan Ive ได้มีโอกาสขึ้นไปพูดบนเวทีภายในงาน Vanity Fair New Establishment Summit พิธีกรของงานก็เริ่มพิธีการถามคำถามถึง Jony Ive ในกรณีที่งานของ Apple ถูกลอกเลียนแบบอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงกรณีที่ Xiaomi ออกมาพูดเป็นล่ำเป็นสันว่าตัว Xiaomi คือ “Apple ของเมืองจีน” ว่าเขารู้สึกอย่างไรบ้าง

โดย Jony Ive เผยในประเด็นนี้แบบนอยๆ เล็กน้อยว่า “ผมไม่ได้เห็นคำยกยอของผู้ผลิต แต่ผมเห็นคนเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นพวกขี้ขโมยทั้งสิ้น” และ Ive ยังบอกต่อว่า ในเวลาที่เราทำผลงานแต่ละชิ้นโดยยังไม่รู้เป้าหมายว่ามันจะสามารถใช้งานจริงได้หรือไม่ ตัว Ive เองมองว่าสิ่งนี้แหละ คือสิ่งที่ควรจะได้รับคำยกยอมากกว่า และเมื่อได้รับคำยยอ ชื่อเสียงในด้านดีๆ ก็จะตามมาอีก

“บางทีผมกลับไปบ้านในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ผมนั่งคิดกับครอบครัวของผม …. ผมว่าพวกขี้ขโมยพวกนี้คงขี้เกียจกันจนเคยชิน ซึ่งผมไม่โอเคกับเรื่องนี้เลย”

เมื่อถามถึงในเรื่องของการออกแบบของ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ ว่าทำไม Apple ถึงทำสมาร์ทโฟนจอใหญ่ออกมาได้ช้าขนาดนี้ Ive ตอบในเรื่องนี้ว่า จริงๆ แล้ว Apple ทำตัวต้นแบบเอาไว้หลายปีแล้ว แต่พอทำเป็นต้นแบบในขั้นสุดท้ายก่อนที่จะส่งผลิตนั้น กลับกลายเป็นว่ามันดู อุ้ยอ้าย และดูไม่น่าใช้งานตามมาตรฐานที่ Apple ได้ตั้งไว้นั่นเอง

Ive ยังเล่าต่อถึงโครงการ Apple Watch ที่เปิดตัวไปพร้อมๆ กับ iPhone 6 ว่าก่อนที่จะเริ่มทำ Apple Watch ขึ้นมาจริงๆ ในขณะนั้น Apple กำลังมองดูความเปลี่ยนแปลงในโลกอิเลคทรอนิกส์ที่เริ่มขยายตัวไปมากขึ้น ทำให้ฝ่ายการตลาดของ Apple เริ่มมองว่า บริษัทคงต้องทำอุปกรณ์สำหรับตลาดแฟชั่นบ้างแล้ว และ Ive ก็มองว่า เราต้องทำ “ศูนย์กลางที่ให้เทคโนโลยีทุกอย่างมาบรรจบกัน” ที่จะเป็นเครื่องมือตัวใหม่ของผู้ใช้ให้ได้

เรียกได้ว่าเป้าหมายและพันธะของ Jonathan Ive ต่อ Apple นั้นยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่เล่นกัดคู่แข่งแรงแบบนี้ เชื่อว่าเร็วๆ นี้คงจะต้องมีการกัดตอบจากคู่แข่งบ้างแน่นอนครับ


ที่มา: AppleInsider


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke