[ลือ ทับ ลือ!!??] Apple อาจจะปิด หรือ เปลี่ยนชื่อ Beats Music เพราะ iTunes นั้นแข็งแกร่งกว่า ?

เมื่อขึ้นต้นด้วยคำว่า Beats หลายคนอาจจะนึกถึงดีลยักษ์ Apple – Beats ที่จบลงไปด้วยมูลค่ากว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และยังเหมารวมถึงบริการ Beats Music ที่ Apple ได้ไปเป็นเจ้าของจากดีลนี้ด้วย แต่ตั้งแต่ Apple คว้า Beats Music ไป เรายังไม่เห็นการพัฒนาในทางที่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่ซ้ำร้ายกลับมีข่าวลือออกมาว่า Apple อาจจะปิด Beats Music แทน

เว็บไซต์ TechCrunch ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้ Apple กำลังตัดสินใจที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับ Beats Music นั่นคือการรวมมันกลับเข้าไปใน iTunes และปิดบริการนี้ทิ้งเสีย ซึ่งผลจากการปิดการให้บริการในครั้งนี้ก็จะทำให้ Apple เสียทั้งรายได้และผู้ใช้งานจาก Beats Music ไปทั้งหมด

สิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจนจากเรื่องนี้เลยก็คือปัจจุบัน Beats Music มีผู้ใช้บริการในจำนวนที่ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับ Spotify ที่เป็นบริการคู่แข่ง และตั้งแต่ที่ Apple ประกาศว่า Beats Electronics เป็นของ Apple โดยสมบูรณ์ ก็มีการรายงานว่าตอนนี้ Apple ได้โยกย้ายพนักงานจาก Beats Electronics ไปทำงานในตำแหน่งอื่นๆ ภายใน Apple กันหมดแล้ว ซึ่งก็รวมถึงฝ่าย Beats Music ที่บางส่วนนั้นถูกโอนย้ายเข้าฝ่าย iTunes แล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ดีในเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัดว่า Apple จะทำอย่างไรกับ Beats Music ต่อไปกันแน่ เพราะมันอาจจะไปได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการปิดทิ้ง รวมเข้ากับ iTunes หรืออะไรยังไงกันแน่ แต่จากการประชุมภายใน Apple ได้ตั้งประเด็นที่แน่ชัดเอาไว้ว่า “จะจัดวันอำลายามพระอาทิตย์ตกให้กับ Beats Music” (to sunset the Beats Music brand) และประเด็นนี้ยิ่งชัดมากขึ้น เมื่อ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ไม่ได้มีการติดตั้ง Beats Music มาให้เหมือนกับแอปพลิเคชันตัวอื่นๆ ของ Apple ด้วย จึงเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนว่า Apple คงไม่ต้องการให้ Beats Music เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Apple Ecosystem

อย่างไรก็ตามแต่ เว็บไซต์ Re/code ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากตัวแทนของ Apple ว่า จริงๆ แล้ว “Apple ไม่ได้คิดที่จะปิด Beats Music เลยแม้แต่น้อย” แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับ Beats Music แทน ด้วยเหตุผลที่ว่า “ชื่อ iTunes” มันเป็นชื่อที่หลายๆ คนรู้จักกันเป็นการทั่วไป และมีชื่อเสียงที่ดีกว่า Beats Music ที่คนจำได้แค่ว่า Beats คือหูฟังยี่ห้อหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นการใช้ชื่อ iTunes ก็น่าจะทำให้ยอดผู้สมัครใช้บริการนั้นเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน


ที่มา: BGR


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke