Microsoft Hardware หัวใส.. ทำคีย์บอร์ดบลูทูธแบบพกพารูปแบบใหม่ คีย์บอร์ดอันเดียว แต่ “ใช้ได้ถึงสาม”

เทคโนโลยีในการพัฒนาคีย์บอร์ดของ Microsoft นั้น ใครที่เคยได้ใช้งานมาก่อนก็คงจะทราบถึงความเทพในเรื่องนี้เป็นอย่างดี และในวันที่ตลาดแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนบูมขึ้นอย่างหนัก Microsoft คงเห็นทีว่าจะปล่อยตลาดนี้ไม่ได้เสีย ก็เลยจัดการปล่อยของครอบจักรวาลออกมาชิ้นหนึ่ง นั่นก็คือคีย์บอร์ดรูปแบบใหม่ ที่ใช้งานได้ถึงสามระบบ สองรูปแบบอุปกรณ์เลยทีเดียว!

หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันจะทำได้จริงหรือเปล่า เพราะเดิมทีรูปแบบของคีย์บอร์ดมันไม่เหมือนกัน แต่สำหรับอันนี้ Microsoft ทำออกมาได้จริง ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้ก็คือ Microsoft Universal Mobile Keyboard โดยเป็นคีย์บอร์ดบลูทูธขนาดเล็ก ที่สามารถพกพาไปกับแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนคู่ใจของผู้ใช้ได้อย่างสะดวก

ความพิเศษของมันก็คือ คีย์บอร์ดตัวนี้จะใช้รูปแบบเหมือนกันทั้งหมด มีปุ่ม Command สำหรับใช้งานร่วมกันกับ iDevice แยกมาให้ และสำหรับโหมดการทำงานของแต่ละปุ่มนั้นจะแยกกันอย่างชัดเจน ซึ่ง Microsoft เองก็ได้ใส่สวิตซ์สำหรับเลือกระบบปฏิบัติการที่จะนำมาใช้งานร่วมกันอยู่ด้านบนด้วย ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นการใช้งานร่วมกับ Windows, Android หรือ iDevice เป็นต้น

ที่น่าตกใจกว่าก็คือคีย์บอร์ดตัวนี้ ไม่ได้มีการสกรีนปุ่ม Start มาบนตัวคีย์บอร์ด แต่เลือกสกรีนปุ่ม Home แทนเพื่อสื่อให้เห็นว่า ปุ่มนี้จะเป็นปุ่มที่ใช้ในการกลับสู่หน้าแรกของแต่ละระบบปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็นการกลับหน้า Start ของ Windows การกลับหน้า Launcher ของ Android หรือการกลับหน้า Springboard ของอุปกรณ์ iDevice เป็นต้น

คีย์บอร์ดตัวนี้มาพร้อมกับแบตเตอรี่ในตัวที่สามารถใช้งานได้ถึง 6 เดือน เพียงแค่การชาร์จตัวคีย์บอร์ดเพียงครั้งเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ใช้ก็สามารถชาร์จแบตตัวคีย์บอร์ดเพียงแค่ 10 นาที เพื่อให้คีย์บอร์ดมีปริมาณแบตที่เพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละวันแทนก็ได้ และนอกจากนี้ตัวฝาปิดของคีย์บอร์ด ยังทำหน้าที่เป็นฐานตั้งตัวแท็บเล็ตหรือโทรศัพท์เพื่อใช้งานในรูปแบบของโน้ตบุ๊คได้อีกด้วย

ใครที่สนใจ Microsoft จะเริ่มวางขายคีย์บอร์ดตัวนี้ในเดือนตุลาคมเป็นต้นไป โดยมีราคาอยู่ที่ 79.95 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2600 บาท แต่อย่างไรก็ตามแต่ ต้องรอดูว่า Microsoft Thailand จะเอาเข้ามาจำหน่ายเมื่อไหร่ดีกว่า เพราะสำหรับเวอร์ชันไทย ก็จะมีการสกรีนตัวอักษรภาษาไทยมาให้ด้วยนั่นเอง ซึ่งจะสะดวกกว่าสำหรับผู้ใช้ทั่วๆ ไปที่ไม่ถนัดคีย์บอร์ดภาษาอังกฤษอย่างเดียวนั่นเองครับ


ที่มา: The Verge


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke