ลาก่อน… Foxconn ลงดาบสังเวยพนักงานที่แอบเอาฝาหลัง iPhone 6 ที่อยู่ในระหว่างการผลิตไปขายต่อ

ถ้าเราจำความกันได้ Apple เคยบอกว่า จะพยายามตามล่ามือดีที่แอบปล่อยข้อมูลของ iPhone 6 ไม่ว่าจะเป็นตัวจำลอง จนกระทั่งฝาหลังที่นำมาใช้งานจริงอย่างสุดความสามารถ และแล้วเมื่อเวลาผ่านไป ก็มีข่าวจากโรงงาน Foxconn ว่าขณะนี้ทางโรงงานได้ลงดาบกับพนักงานผู้กระทำผิดในเรื่องนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

The Wall Street Journals เปิดเผยในเรื่องนี้ว่า โรงงาน Foxconn ได้มีมติลงดาบพนักงานคนหนึ่ง ภายหลังที่พนักงานรายนี้แอบนำชิ้นส่วนฝาหลังของ iPhone 6 จำนวน 6 ชิ้น ไปขายต่อให้กับกลุ่มคนที่ไม่ระบุตัวตนในเซินเจิ้น โดยพนักงานรายนี้ได้เข้าร่วมงานกับ Foxconn เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยค่าจ้าง 6000 หยวนต่อเดือน

จากการสืบทราบทำให้รู้ข้อมูลเบื้องต้นว่าพนักงานรายนี้มีนามสกุล Qiao แต่ไม่ทราบชื่อจริง อายุประมาณ 40 ปี โดยลงมือก่อเหตุหลังจากที่ได้เห็นโฆษณาการรับซื้อชิ้นส่วนจาก Apple ในราคาที่สูงมาก และภายหลัง Qiao ได้ลงมือก่อเหตุโดยการนำชิ้นส่วนไปขายให้กับกลุ่มบุคคลที่ไม่ทราบตัวตน และระบุปลายทางการจัดส่งที่เซินเจิ้น จากนั้นจึงรับเงินค่าตอบแทนในเวลาต่อมา ทั้งนี้ยังมีข้อมูลระบุเพิ่มเติมว่า Qiao ได้แอบขโมยชิ้นส่วนไปอีก 5 ชิ้นภายในเดือนเดียวกัน หลังจากที่การขายชิ้นแรกสำเร็จแล้ว และผู้ซื้อก็ยังคงเป็นรายเดิมด้วย

โดยหลังจากการก่อเหตุ Foxconn ก็ได้เริ่มสืบสวนรายละเอียดและที่มาทั้งหมด ก่อนจะเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ในช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัว Qiao ได้ภายใน 20 วัน หลังจากวิเคราะห์หลักฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ประวัติของพนักงาน และรายละเอียดการใช้งานเคาท์เตอร์เซอร์วิสที่ Qiao เผยในภายหลังว่าเป็นช่องทางหลักในการจัดส่งสินค้าไป นอกจากนั้น Foxconn ยังเปิดเผยต่อว่า Qiao ใช้วิธีการตรวจสอบหมายเลขของผู้ว่าจ้าง ในการตามหาชิ้นส่วนก่อนนำไปขาย

โดยหลังจากสืบสวนเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย จนกระทั่งได้ตัวผู้กระทำผิดมาแล้วนั้น โรงงาน Foxconn จึงตัดสินใจไล่ Qiao ออกจากบริษัท พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ดีชิ้นส่วนของ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ไม่ได้หลุดแค่ฝาหลังเพียงชิ้นเดียว แต่มีทั้งอะไหล่และชิ้นส่วนหลุดออกมาอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งงานนี้ก็ต้องใช้เวลาในการตามหาตัวผู้กระทำผิดต่อไปครับ


ที่มา: MacRumors


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke