หัวเราะทีหลังดังกว่า! LVMH เผยดีไซน์ Apple Watch เหมือนให้นักศึกษาปีหนึ่งเทอมหนึ่งออกแบบให้

เหมือนช่วงนี้จะมีแต่คนรุมสวด Apple ยกใหญ่ เพราะนอกจากกรณี iPhone 6 แล้ว ยังมีกรณีของ Apple Watch ที่ก่อนหน้านั้น Jonathan Ive เคยไปบอกไว้ว่า Apple Watch จะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผู้ผลิตนาฬิกาสวิสต้องตกที่นั่งลำบาก แต่เมื่อดีไซน์ของ Apple Watch ตัวจริงนั้น กลับไม่ได้เป็นไปตามที่หลายๆ คนคาดไว้ งานนี้ก็เลยต้องมีบทสวดกลับแบบร่ายยาว

Jean-Claude Biver ประธานใหญ่ฝ่ายนาฬิกาของ LVMH เจ้าของแบรนด์สินค้าหรูเช่น Tag Hauer, Zenith และ Hublot ได้ให้สัมภาษณ์กับ Die Welt ถึงกรณีของ Apple Watch ว่าตัวเขารู้สึกยินดีที่ Apple ทำมันออกมาได้สำเร็จ แต่ขอพูดด้วยสัจจริงเลยว่า งานออกแบบของ Apple Watch เนี่ย เหมือนกับว่าเอางานไปให้นักศึกษาปีแรกเทอมหนึ่งทำยังไงยังงั้น

และยิ่งไปกว่านั้น Biver ยังบอกต่ออีกว่า งานออกแบบของ Apple Watch มันดูไม่ดึงดูดและน่าชวนเชิญให้จับจองมาเป็นเจ้าของเลยแม้แต่น้อย มันดูหวานแหววเกินไป เหมือนกับที่ผู้ผลิตอุปกรณ์รายอื่นๆ ในท้องตลาดพยายามจะทำมันออกมา และเขาก็เชื่อว่า งานออกแบบแบบนี้ ทั้งจอแบบสี่เหลี่ยม และขอบโค้งจนดูใหญ่เกินจะเป็น มันน่าจะได้รับความสนใจกับผู้ใช้เฉพาะกลุ่มมากกว่าผู้ใช้ทั่วไป และมันก็จะหายไปจากตลาดเองโดยอัตโนมัติ

Biver ยังได้ยกประเด็นเข้ามาเพิ่มเติมอีกว่า การทำสินค้าหรู ไม่ใช่แค่ทำให้มันเสร็จๆ ไปแล้วเปิดตัวเท่านั้น มันต้องออกแบบอย่างพิถีพิถัน ใส่ใจทุกงานละเอียด และต้องใช้เวลากับมันไปแบบไม่มีวันสิ้นสุด มันจึงกลายเป็นสินค้าที่ล้ำค่า มีระดับ น่าค้นหา และน่าจับจองเป็นที่สุด และการที่ Apple Watch เน้นจับตลาดผู้ใช้จำนวนหลายร้อยล้านคนภายด้วยราคาระดับนี้ มันจึงกลายเป็นเรื่องยาก และกลายเป็นการบ้านที่ Apple ต้องกลับไปทบทวนใหม่ทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม Biver ไม่ใช่รายแรกที่ออกมาบอกว่าไม่ปลื่มกับ Apple Watch เพราะก่อนหน้านั้น Nick Hayek CEO ของ Swatch บริษัททำนาฬิกาสวิสที่เคยมีปัญหากับ Apple ก่อนหน้า ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อในสวิทว่าตัวเขาเองก็ “ไม่รู้สึกกระสับกระส่าย” กับการมาของ Apple Watch ตามที่เคยมีข่าวออกมาก่อนหน้าด้วยเช่นกัน

งานนี้เรียกได้ว่า Apple โดนกันทั้งขึ้นทั้งล่อง แต่อย่างไรก็ตามอย่าเอาเรื่องนี้ไปคิดมาก เพราะกว่า Apple Watch จะขายได้ก็กินเวลาไปจนถึงต้นปีหน้า ดังนั้นช่วงนี้เสพย์ข่าวเพื่อความบันเทิงไปก่อนนะครับ


ที่มา: Business Insider


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke