[PR News] “ดีแทค” ผนึก “ซีทีเอช” รุกขยายฐานลูกค้า เปิดตัวแพ็กเกจ “dtac CTH” หวังเพิ่มรายได้

6 สิงหาคม 2557 – ดีแทคผนึกซีทีเอช ร่วมกันสร้างปรากฏการณ์การดูทีวีแบบครบวงจรวันนี้  ดูได้ทั้งบนทีวีและมือถือ พร้อมเน็ตฟรี โทรฟรี ภายใต้คอนเซปต์ “ครบทุกความบันเทิงในมือคุณ!” พร้อมจับมือ ซีทีเอชผู้ให้บริการและบริหารช่องทางการสื่อสารผ่านโครงข่ายเคเบิลทีวี ที่นำเสนอหลากหลายรายการรูปแบบดิจิทัลครอบคลุมทุกความบันเทิง เปิดตัวแพ็กเกจใหม่สุดคุ้ม “dtac CTH” ที่สามารถรับชมช่องรายการต่างๆ ของซีทีเอชได้แล้ววันนี้ ทั้งบนทีวี สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต พร้อมรับสิทธิพิเศษที่มอบให้เป็นจำนวนมาก อาทิ สิทธิ์โทรฟรีทุกเครือข่าย หรือ สิทธิ์การใช้งานฟรี อินเทอร์เน็ต, dtac wifi และ SMS นำความบันเทิงมาให้ลูกค้าแบบครบวงจรในราคาที่คุ้มค่าสามารถรับชมได้ทุกที่ทุกเวลา

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า ดีแทคเดินหน้าพัฒนาและต่อยอดกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยการร่วมมือกับพันธมิตรเบอร์ใหญ่ในตลาดอย่างซีทีเอช เพื่อจะทำให้ลูกค้าดีแทคได้รับประสบการณ์ความบันเทิงแบบครบวงจร โดยสามารถรับชมช่องรายการระดับโลกที่หลากหลายผ่านทางทีวีด้วยกล่องรับสัญญาณซีทีเอช และบน สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต รวมไปถึงได้สิทธิพิเศษในการโทรฟรี และอินเทอร์เน็ตฟรีอีกด้วย ลูกค้าสามารถเลือกแพ็กเกจได้ตามความต้องการ เริ่มต้นที่ 499 บาท ต่อเดือน ไปจนถึง 1,299 บาท ต่อเดือน และขอแนะนำแพ็กเกจเสริมที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุดเพียง 999 บาท ต่อเดือน สามารถดูรายการที่น่าสนใจจากซีทีเอชได้ถึง 114 ช่องรายการ พร้อมรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต ฟรี! ไม่จำกัดใช้ความเร็ว 3G สูงสุดได้ถึง 3GB  ซึ่งจะสามารถช่วยขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างมากขึ้น เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟสไตล์ชอบความบันเทิงในการชมรายการชั้นนำต่างๆ อีกทั้ง คอนเทนต์ที่ลูกค้าจะได้รับชมก็เป็นปัจจัยสำคัญในการสนองตอบความต้องการของลูกค้า ซึ่งคอนเทนต์จากต่างประเทศก็จะสามารถเป็นแม่เหล็กสำคัญที่จะดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดที่ลูกค้าจะได้รับ ลูกค้าสามารถสมัครบริการผ่านดีแทค โดยค่าบริการ CTH จะรวมอยู่ในค่าบริการจากดีแทคแล้ว

อนึ่ง แอพพลิเคชั่น Watchever เปิดตัวมาได้ 2 ปีแล้ว ปัจจุบันนี้มีลูกค้ากว่า 700,000 คน โดยคิดเป็น 90% คือ สมาร์ทโฟน และ 10% คือแท็บเล็ต (70% Android, 25% iOS, 5% Windows Phone) อายุเฉลี่ยของลูกค้า คือ 18-35 ปี และช่วงอายุ 25-30 ปี จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีจำนวนมากที่สุด

นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากกลยุทธ์  WE SHARE CTH EVERYWHERE  การผนึกกำลังกับ พันธมิตร รายใหญ่ในแต่ละเซ็กเม้นท์ทางธุรกิจ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ครอบคลุมในทุกพื้นที่ และรับชมรายการ ซีทีเอช ได้ทุกเวลา วันนี้ซีทีเอชมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จับมือกับดีแทค ในการสร้างปรากฏการณ์การดูทีวีแบบครบวงจร ตอบโจทย์ความเป็น Multimedia & Entertainment  ลูกค้าสามารถรับชมช่องรายการชั้นนำ อาทิ ช่อง CTH WWE สุดยอดมวยปล้ำระดับโลกจาก WWE, ช่องZee Nung ภาพยนตร์ Bollywood ที่ดีที่สุดของประเทศอินเดีย, ช่อง MAX Sports สุดยอดการแข่งขันมวยไทยระดับโลก ของนักชกชั้นแนวหน้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ, ช่องลูกทุ่งเงินล้าน, ช่อง Cinema รวบรวมภาพยนตร์ชั้นนำจากต่างประเทศ, ช่อง M Channel สถานีบันเทิงสำหรับคอภาพยนตร์, ช่อง National Geographic HD หลากหลายสารคดีคุณภาพจากทั่วโลก, ช่องเชิญยิ้ม แหล่งรวมเสียงหัวเราะและความบันเทิง, ช่องเก้ายอด เรื่องราวลี้ลับ ตำนาน ความเชื่อ ที่ยังหาคำตอบไม่ได้ เป็นต้น ลูกค้าได้เต็มอิ่มกับความสนุกที่หลากหลาย ทั้งหนัง กีฬา สารคดีและการ์ตูนดังระดับโลกแน่นอนครับ” ทั้งนี้แพ็กเกจ “dtac CTH” ได้วางกลยุทธ์ด้านราคาให้กับลูกค้าเป็นพิเศษ คือ เมื่อสมัครแพ็กเกจ dtac CTH แล้ว ลูกค้าสามารถดูรายการที่น่าสนใจด้วยช่องรายการระดับโลกที่หลากหลาย ทั้งภาพยนตร์ชั้นนำ กีฬาระดับโลก และการ์ตูนยอดนิยมจากซีทีเอชผ่านทางทีวีด้วยกล่องรับสัญญาณซีทีเอช และรับชมช่องไฮไลท์ผ่านทางสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต พร้อมรับการใช้งานโทรและอินเทอร์เน็ตฟรีจากดีแทคอีกด้วย ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากๆ ยิ่งไปกว่านั้น สิทธิพิเศษเรื่องกล่องรับสัญญาณ ซีทีเอช 1,800 บาทและค่าบริการติดตั้ง 1,000 บาทนั้น ลูกค้าได้รับฟรีโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีกแล้ว นับว่าเป็นแพ็กเกจที่พิเศษจริงๆ ครับ

สามารถสมัครแพ็กเกจ “dtac CTH” ได้แล้ววันนี้ ที่ ศูนย์บริการดีแทคทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านทางแอพพลิเคชั่น dtac Watchever สามารถดาวน์โหลด ผ่าน  App Store และ Google play ได้แล้ววันนี้ หรือ กด *197*5#โทรออก เพื่อรับ link download รายละเอียดเพิ่มเติมที่  www.dtac.co.th


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke