สรุปคุณสมบัติใหม่ iOS 8 มีอะไรใหม่? ดีไหม? ดีอย่างไร? อัพได้เมื่อไหร่? ทำอะไรได้บ้าง? (ฉบับอ่านง่าย จบใน 5 นาที)

บทความนี้ เป็นฉบับย่อความ เฉพาะเนื้อหาเกี่ยวกับ iOS 8 อ่านง่าย เข้าใจได้ภายใน 5 นาที

สำหรับผู้ที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน Worldwide Developer Conference (WWDC) 2014 เมื่อคืนวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา โปรดอ่าน “สรุปงาน Worldwide Developer Conference 2014 เปิดตัว iOS 8 และ OS X Yosemite ฉบับเก็บทุกรายละเอียดของงาน!”


 

iOS 8 อัปเดตได้เมื่อไหร่

แอปเปิลปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไปอัปเดต iOS 8 ได้แล้ว ตั้งแต่คืนวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา

ดูวิธีการอัปเดตและรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่

 

 

อุปกรณ์รุ่นใดอัปเดต iOS 8 ได้บ้าง

  • iPhone 4s
  • iPhone 5 / iPhone 5c / iPhone 5s
  • iPad 2
  • iPad รุ่นที่ 3 และ 4
  • iPad Air
  • iPad mini รุ่นที่ 1 และ 2
  • iPod touch รุ่นที่ 5

กล่าวคือ ยกเว้น iPhone 4 ทุกรุ่นที่อัปเดต iOS 7 ได้ สามารถอัปเดต iOS 8 ได้ทั้งหมด

 

 

คุณสมบัติใหม่ใน iOS 8

iCloud Photo Library

  • เก็บรูปภาพที่ถ่ายทุกรูป แบบคมชัด เต็มความละเอียด ไว้บน iCloud ได้ ไม่จำกัดแค่ 1,000 ภาพอีกต่อไป โดย iCloud จะดึงข้อมูลภาพลงมาในเครื่องให้อัตโนมัติ พร้อมบีบอัดไม่ให้เปลืองเนื้อที่เครื่อง
  • สร้างอัลบั้มรูป และกดถูกใจรูปได้ ข้อมูลทุกอย่างของรูปจะเชื่อมต่อกันเองทุกเครื่อง ทั้งบน iPhone, iPad, Mac และคอมพิวเตอร์ Windows ทั่วไป

 

 

แอปรูปภาพ (Photos)

  • ค้นหารูปโดยพิมพ์ชื่อสถานที่ตั้ง วัน-เวลา ฯลฯ ได้แล้ว
  • ปรับแสง-สี หมุนรูปได้อิสระในแอปรูปภาพของเครื่อง
  • ปรับรูปที่ถ่ายเอียงให้ตรงได้อัตโนมัติ
  • ติดตั้งฟิลเตอร์, เครื่องมือแต่งรูปได้ ผ่าน App Store

 

แอปกล้อง (Camera)

  • ตั้งเวลาถ่ายรูปตัวเองได้
  • ปรับจุดวัดแสง (White Balance) และจุดโฟกัสแยกจากกันได้แล้ว
  • iPad สามารถถ่ายพาโนรามาได้
  • ถ่ายวิดีโอแบบ Time-lapse ได้ (เช่น ตั้งกล้องถ่ายพระอาทิตย์ตกทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง ย่อเหลือ 1 นาที)

 

 

แอปข้อความ และ iMessage

  • ส่งรูปพร้อมกันได้ทีละหลายรูปแล้ว
  • ส่งข้อความเสียง, ถ่าย Selfie หน้าตัวเอง หรืออัดวิดีโอสั้น ๆ ได้จากในแอปข้อความแล้ว
  • ตั้งกลุ่มแชทได้ แก้ไขชื่อกลุ่ม, เชิญ-ลบผู้ร่วมแชทได้
  • ปิดการแจ้งเตือนรายบุคคล-รายกลุ่มได้
  • แชร์สถานที่ตั้งของตนเองได้ 4 แบบ – แชร์สถานที่ตอนนั้น, แชร์ 1 ชั่วโมง, แชร์ทั้งวัน, แชร์ตลอดไป
  • เลือกดูภาพและวิดีโอในข้อความ เป็นอัลบั้มได้แล้ว

 

 

Interactive Notifications

  • ตอบข้อความและอีเมลได้โดยตรงจากการแจ้งเตือน
  • ตอบรับ-เลื่อนการปลุกของปฏิทิน, นัดหมาย และเตือนความจำได้
  • ตอบหรือกดถูกใจ Facebook ได้จากการแจ้งเตือนทันที

 

 

QuickType และระบบคีย์บอร์ดใหม่

  • ติดตั้งคีย์บอร์ดเพิ่มเติมได้จาก App Store เช่น Swype Keyboard
  • ระบบเดาคำศัพท์แบบใหม่ เดาศัพท์ตามการใช้งานของเรา ยิ่งพิมพ์เยอะ ยิ่งเดาแม่น
  • ระบบแยกแยะได้ว่าเรากำลังคุยกับใครอยู่ เช่น จะไม่เอาภาษาพูดเล่น ๆ มาเดาใช้กับอีเมลที่เกี่ยวกับงานหรือตอนคุยกับเจ้านาย
  • ระบบอ่านใจเราได้จากลักษณะการพิมพ์ และจดจำว่าเราชอบพิมพ์คำว่าอะไรบ่อย ๆ
  • ระบบคาดเดาจากข้อความที่ส่งมาได้ เช่น เพื่อนถามว่าจะไปกินข้าว หรือดูหนัง ระบบจะเดาคำว่า ไปกินข้าว และ ดูหนัง ขึ้นมาให้เลือกเลย
  • ระบบนี้รองรับ 14 ภาษา รวมถึงภาษาไทย!

 

 

Family Sharing

  • เลือกแชร์รูปภาพ, วิดีโอ, ปฏิทิน-นัดหมาย, เตือนความจำ ระหว่างคนในครอบครัวได้สูงสุด 6 คน
  • แชร์แอป, เพลง, วิดีโอ, หนังสือ ที่ซื้อผ่าน iTunes Store ระหว่างคนในครอบครัว ให้ใช้ด้วยกันได้ทันที โดยไม่ต้องใส่รหัสผ่าน ไม่ต้องแชร์ Apple ID กัน!
  • สร้างอัลบั้มรูปของครอบครัว แล้วถ่ายรูปส่งเข้าไปรวมกันได้
  • เลือกแชร์ และติดตามตำแหน่งที่ตั้งของคนในครอบครัวได้
  • เด็ก ๆ สามารถขอพ่อ-แม่ซื้อแอปได้ โดยเมื่อกดซื้อ จะขึ้นข้อความขออนุญาตที่เครื่องของพ่อ-แม่

 

 

iCloud Drive

  • เก็บไฟล์ทุกอย่างในเครื่อง จากทุกแอป ไว้บน iCloud ได้แล้ว
  • ไฟล์สามารถเข้าถึงได้จากทั้งบน iPhone, iPad, Mac และคอมพิวเตอร์ Windows ทั่วไป

 

 

แอปสุขภาพ Health

  • เป็นแอปใหม่ เก็บรวบรวมข้อมูลสุขภาพของเราไว้ในที่เดียว
  • เก็บข้อมูลได้ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ, แคลอรีที่เผาผลาญ, ระดับน้ำตาลในเลือดและคอเรสเตอรอล, ผลตรวจ, ปริมาณการนอนหลับ ฯลฯ
  • กรอกบัตรข้อมูลฉุกเฉิน, ประวัติการแพ้อาหารและการใช้ยาได้ ผู้อื่นสามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ทันทีจากหน้าจอล็อก

 

 

Continuity เมื่อ Mac, iPhone และ iPad ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ

  • เมื่อทำงานค้างไว้ในเครื่องหนึ่ง ที่อีกเครื่องจะแจ้งเตือนบนหน้าจอล็อก และสามารถกดเปิดไฟล์ขึ้นมาทำงานต่อได้ทันที
  • เมื่อวาง iPhone ไว้ห่างจากตัว แล้วหนีไปเล่น iPad หรือ Mac อยู่ สามารถรับสาย-โทรออก หรือส่ง SMS ได้จาก iPad และ Mac ทันที
  • การรับสาย-โทรออก และส่ง SMS จากบน iPad และ Mac ทำได้เมื่ออุปกรณ์ทุกชิ้น และ iPhone ของเรา ต่อ Wi-Fi เครือข่ายเดียวกันอยู่
  • Mac และ iPad จะมองเห็นฮอตสปอตส่วนบุคคล จาก iPhone แชร์เน็ตมาใช้ได้ทันทีกรณีที่ไม่มีสัญญาณ Wi-Fi แถวนั้น

 

App Store

  • มีระบบ App Preview ให้เราดูวิดีโอตัวอย่างการใช้งานแอปได้ก่อนโหลดหรือซื้อ
  • มีระบบ Bundles ขายแอปเป็นแพคหลายแอปพร้อมกันในราคาพิเศษ
  • แอปบางแอปในอนาคตจะปล่อยอัปเดตเวอร์ชันทดสอบให้ผู้ใช้ ทดลองใช้งานได้

คุณสมบัติอื่น ๆ

  • หน้าจอแท็บใหม่ใน iPad แสดงหน้าเว็บที่เปิดอยู่ เป็นกลุ่ม ๆ ตามชื่อเว็บ
  • AirDrop ส่งไฟล์ไปหา Mac ที่ใช้ OS X Yosemite ได้แล้ว
  • ทำตัวหนา, ตัวเอียง, ขีดเส้นใต้, ใส่ย่อหน้า ในแอปโน้ต (Notes) ได้แล้ว
  • แอป iBooks ถูกติดตั้งมาให้ในระบบตั้งแต่แรก ไม่ต้องไปดาวน์โหลดเองอีก
  • สามารถดูอัตราการใช้งานแบตเตอรีของแอปต่าง ๆ ในรอบ 24 ชั่วโมง หรือ 7 วันที่ผ่านมาได้

 

  • ค้นหาข้อมูลจาก Wikipedia, iTunes Store, App Store ได้จากหน้าจอ Spotlight และ Safari
  • ดูรายชื่อคนที่ติดต่อล่าสุด หรือคนโปรด จากหน้าสลับแอปได้ และกดโทรหาหรือส่งข้อความได้ทันที
  • เลื่อนรายการอีเมลไปทางซ้าย เพื่อกาเป็นข้อความที่อ่านแล้วได้ทันที
  • เลื่อนดูอีเมลอื่น ๆ ได้ ขณะที่กำลังเขียนอีเมลใหม่อยู่

 

  • แอปสามารถส่งข้อมูลข้ามหากันระหว่างแอปได้แล้ว
  • แอปใหม่ ๆ สามารถเข้าถึง Touch ID ระบบสแกนลายนิ้วมือ, แก้ไขรูปภาพในเครื่องโดยตรง หรือปรับแต่งกล้องถ่ายรูปได้อย่างอิสระ
  • ติดตั้ง Widget ลงในหน้าจอศูนย์การแจ้งเตือน (Notification Center) ได้
  • สั่งให้แปลภาษาบนหน้าเว็บเป็นภาษาไทยได้!
  • เลือกคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจความหมาย แล้วกด Define (นิยาม) เพื่อเปิดพจนานุกรมแปลคำศัพท์เป็นภาษาไทยได้!
  • แปลงเสียงพูดภาษาไทยเป็นข้อความได้แล้ว!

 

และทั้งหมดนี้คือรายละเอียดของ iOS 8 ครับ ถ้าพร้อมแล้ว ไปอัปเดตกันได้เลย

อย่าลืม ไปติดตามข่าวสารของ MacStroke.com บน Social Network ได้อีก 2 ช่องทาง ทั้ง Facebook.com/MacStroke และ  นะครับ :)


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke