ผู้ใช้สมาร์ทโฟนในสหรัฐอเมริกามีสัดส่วนถึง 87% แล้ว และ iPhone คือ Smartphone ที่ได้รับความนิยมมากสุด

ถึงแม้ว่าจะเคยมีสถิติหลายๆ สำนักบอกว่า Android เอาชนะ iPhone ในแง่จำนวนผู้ใช้ไปได้หลายยกหลายหมัดแล้ว แต่จากการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อสิ้นไตรมาสแรกของปี ก็มีการเปิดเผยว่า 87% ของประชากรทั้งหมด เปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟนแล้ว และผู้ผลิตอันดับหนึ่งก็ไม่ใช่ใคร Apple นี่เอง

โดยผลสำรวจจาก Counterpoint Market Monitor ระบุว่า ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในสหรัฐอเมริกา ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2014 นั้น เติบโตขึ้นสูงถึง 7% โดยนับเฉพาะสมาร์ทโฟนก็ปาไปกว่า 87% แล้ว ส่วนที่เหลือ 13% เป็นฟีเจอร์โฟนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในระบบ

ทีนี้เมื่อแยกตามเครือข่าย เราจะเห็นความแตกต่างของแต่ละเครือข่ายในด้านจำนวนเครื่องดังนี้

  • Verizon Wireless : iPhone 51% / Samsung 29% / Motorola 6%
  • AT&T : iPhone 52% / Samsung 28% / Nokia 6%
  • Sprint : iPhone 36% / Samsung 30% / ZTE 10%
  • T-Mobile : Samsung 38% / iPhone 24% / Alcatel 9%

ให้สรุปก็คือ Apple ยังครองแชมป์ในด้านจำนวนผู้ใช้จากสามเครือข่าย ยกเว้น T-Mobile ที่มาขาย iPhone ทีหลัง รองลงมาก็คือ Samsung ที่ขยันออกลูกหลานมาหลายต่อหลายรุ่น เพื่อแย่งชิงลูกค้าในหลายๆ ตลาด จนทำให้เป็นรอง iPhone จากสามเครือข่าย ยกเว้น T-Mobile ที่ Samsung มียอดผู้ใช้งานเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนอันดับสามนั้นไม่ตายตัว และผสมๆ กันไป

และเมื่อมาวัดกันที่ยอดขายจะพบว่า iPhone ทำยอดขายได้แค่ 36.9% เท่านั้น แพ้ Android ที่ทำยอดขายได้สูงถึง 59.2% แบบขาดลอยเลยทีเดียว ส่วนที่เหลือก็คือ Windows Phone 3.6% และ BlackBerry 0.3%

นอกจากประเด็นข้างต้นแล้ว ในผลสำรวจงวดนี้ Counterpoint ยังได้สำรวจในเรื่องการรองรับ LTE ด้วย กล่าวคือจาก 87% เป็นสมาร์ทโฟน LTE กว่า 75% และส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ของ Apple ด้วย ถึงแม้ว่า Apple จะเริ่มลงมาเล่นตลาด LTE เมื่อ iPhone 5 วางขาย ซึ่งช้ากว่า Android ไปหลายปีเหมือนกัน และยิ่งไปกว่านั้นคือสมาร์ทโฟน LTE เติบโตขึ้นเร็วมาก หลังจากที่ Apple เริ่มขาย iPhone 5 ไป

นอกจาก Counterpoint ที่ออกผลสำรวจแล้ว ยังมี comScore MobiLens ที่ออกผลสำรวจในเรื่องนี้เหมือนกัน โดยผลสำรวจของฝั่ง MobiLens ระบุผลการสำรวจออกมาเหมือนกับ Counterpoint เด๊ะๆ จึงไม่ต้องเปรียบเทียบความแตกต่างมากนัก

ดังนั้น นี่อาจจะเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จอย่างหนึ่งของ iPhone ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ


ที่มา: AppleInsider


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke