ฝันร้ายของ Angry Birds เมื่อผลกำไรปี 2013 ของ Rovio ตกต่ำเกินครึ่ง สื่อฯคาดอาจจะได้ตามรอย Zynga

เรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายชั่วข้ามคืนเลยทีเดียวสำหรับ Rovio Entertainment ผู้พัฒนาเกมแฟรนไชส์ Angry Bird ที่เราๆ ท่านๆ คุ้นเคยกัน เพราะเมื่อเร็วๆ นี้บริษัทได้แถลงผลประกอบการประจำปีออกมา และเจอเรื่องช็อคที่เรียกได้ว่าทำเอาช็อควงการเกมมือถือกันเลยทีเดียว เมื่อบริษัทเปิดเผยว่าผลประกอบการในปีที่แล้ว กำไรของบริษัทนั้นร่วงกรูดลงมาถึง 52%

โดย Rovio เปิดเผยว่า ผลประกอบการในปี 2013 นั้น บริษัทสามารถทำกำไรสุทธิได้เพียงแค่ 37.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น ซึ่งถือว่าร่วงกรูดลงมาจากปีที่แล้วที่สามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง 77 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถึง 52% ส่วนรายรับทั้งหมดของบริษัทนั้นอยู่ที่ 216.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งโตขึ้นจากปีที่แล้วที่ทำได้ที่ 211 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เล็กน้อย ทั้งนี้ Herkko Soininen CEO ของ Rovio ระบุว่า ปี 2013 คือปีแห่งการค้นคว้าเพื่อก้าวไปในอนาคต ซึ่งก็คือเป็นการค้นหาแนวทางใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจขึ้นมานั่นเอง เช่นธุรกิจสตูดิโอแอนิเมชัน รวมถึงเป็น Distributor ของเกมอินดี้ต่างๆ ในโปรเจค Rovio Star เป็นต้น ซึ่งนั่นก็จะเป็นตัวที่ทำให้บริษัทสามารถเติบโตขึ้นไปในอนาคตได้นั่นเอง

แต่อย่างไรเสีย ความคิดของ Rovio นั้น ขัดกับความคิดของสื่อต่างๆ อย่างรุนแรง ซึ่ง The Wall Street Journal ได้ให้ความเห็นว่า อัตราการเติบโตทางธุรกิจของ Rovio นั้นช้ากว่าบริษัทอื่นเป็นอย่างมาก รวมถึงบริษัทสัญชาติเดียวกันอีกด้วย ดังนั้น Engadget ที่อ้างอิงเหตุผลนี้จึงสรุปว่า สภาพของ Rovio นั้นถือว่าอยู่ในสภาวะชะงักพอสมควร อีกทั้ง Rovio เองก็พึ่งพาเกมเพียงแค่แฟรนไชส์เดียวมากเกินไป ซึ่งถ้าหากมันยังเป็นแบบนี้ต่อไป สักวัน Rovio ก็อาจจะมีสภาพของบริษัทที่เหมือนกับ Zynga ได้ในที่สุด

อย่างไรก็ดี Rovio เองก็ยังคงมีผลงานอื่นๆ ที่ถือว่าประสบผลสำเร็จพอสมควร เช่นธุรกิจสินค้าที่ระลึกที่ยังทำยอดขายได้ดี รวมถึงภาพยนตร์เรื่อง Angry Birds ที่มีกำหนดการฉายอยู่ในปี 2016 ดังนั้นรายได้ของ Rovio ในช่วง 2 ปีก่อนที่ภาพยนตร์จะฉาย จึงเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นจากเกมทั้งสิ้น และจากการที่รายได้ของ Rovio เกิดขึ้นจากเกมเพียงแค่แฟรนไชส์เดียว น่าจะทำให้สถานการณ์ของบริษัทเข้าขั้นน่าเป็นห่วงอยู่พอสมควรเช่นกันครับ


ที่มา: Rovio, Mashable, Engadget, The Wall Street Journals


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke