สงครามจบไปอีกยก ศาลตัดสินให้ Samsung กับ Apple ต่างก็ละเมิดสิทธิบัตรกัน จ่ายค่าปรับทั้งคู่ (แต่ Samsung โดนหนักกว่าเต็มๆ)

และแล้วคดีระหว่าง Apple กับ Samsung ในรอบล่าสุดก็สิ้นสุดลงเสียที เพราะศาลได้อ่านคำตัดสินอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่ใช้เวลาพิจารณาคดีร่วมๆ สามวันเพื่อหาข้อสรุปว่าสุดท้ายใครผิด และผลตัดสินก็คือ ผิดด้วยกันทั้งคู่นั่นเอง

โดยศาลได้ตัดสินว่า Samsung ละเมิดสิทธิบัตรจำนวน 2 ใบจาก 5 ใบที่ Apple ได้ยื่นฟ้องซึ่งนั่นก็คือสิทธิบัตร data syncing และ slide-to-unlock ซึ่งเมื่อร่วมกับสิทธิบัตร auto complete ที่ผู้พิพากษา Lucy Koh ตัดสินไว้ก่อนหน้านั้น ก็จะถือว่า Samsung ละเมิดสิทธิบัตรไปเป็นจำนวน 3 ใบจาก 5 ใบเต็มๆ โดยในส่วนสิทธิบัตรจำนวนสองใบที่เหลือที่คณะลูกขุนไม่ได้ตัดสินว่า Samsung ละเมิดไป นั่นก็คือสิทธิบัตร universal search และ background synching

ซึ่งในการตัดสินรอบบนี้คณะลูกขุนยังตัดสินอีกว่าฝั่ง Apple ก็ไปละเมิดสิทธิบัตรของ Samsung เช่นกัน นั่นก็คือสิทธิบัตรการบันทึกภาพและเสียง (Apparatus for recording and reproducing digital image and speech) ที่คิดค้นโดย Hitachi ก่อนที่ Samsung จะซื้อมาเป็นของตัวเองในภายหลัง

สำหรับค่าเสียหายในรอบนี้ ฝั่ง Apple ต้องจ่ายค่าละเมิดสิทธิบัตรให้แก่ Samsung เป็นจำนวน 158,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 4,752,000 บาท แต่กลับกันฝั่ง Samsung ต้องจ่ายค่าเสียหายอย่างหนักให้ Apple เป็นจำนวน 119.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3,588.7 ล้านบาท และเมื่อรวมกับคดีก่อนหน้าที่ Samsung จะต้องจ่ายค่าละเมิดสิทธิบัตรให้ Apple เป็นจำนวน 890 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นั้น เท่ากับว่าการฟ้องร้องกันในรอบนี้ Samsung จะต้องจ่ายค่าละเมิดสิทธิบัตรทั้งหมดให้แก่ Apple เป็นจำนวนเงินสุทธิ 1,009 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 30,720 ล้านบาทครับ

โดยตัวแทนฝั่ง Apple ก็ออกมาแสดงความดีใจว่า “เราดีใจจริงๆ ที่ศาลไม่เลือกข้างคนผิด และช่วยปกป้องผลิตภัณฑ์และบริการของเรา โดยจากการฟ้องร้องกันทั่วโลกในรอบนี้ เราเห็นว่าฝ่าย Samsung ได้แอบขโมยไอเดียและลอกเลียนแบบผลิตภัณฑ์ของบริษัท พวกเราจึงจำเป็นต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์ของเราเองอย่าง iPhone ที่พนักงานของพวกเราได้ทุ่มทั้งแรงกายและแรงใจในการพัฒนาออกมาเพื่อให้ผู้ใช้ของเราได้ตื่นเต้นในทุกๆ ครั้งที่ได้เห็นมัน”

ถือได้ว่าในรอบนี้ Samsung ก็เจ็บหนักพอสมควร แต่ก็เชื่อว่าทั้งคู่อาจจะไม่หยุดเพียงแค่นี้ และเราอาจจะได้เห็นการฟ้องร้องกันในชั้นศาลอีกครั้งในเร็วๆ นี้แน่นอนครับ


ที่มา: AppleInsider


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke