Apple จดสิทธิบัตร วิธีปลดล็อคหน้าจอแบบลากเส้นบนหน้าจอให้เชื่อมต่อกัน เหมือนกับที่ Android ใช้อยู่ตอนนี้

เมื่อเร็วๆ นี้ USPTO ได้อนุมัตสิทธิบัตรใหม่ให้ Apple ไปใบหนึ่ง โดยสิทธิบัตรดังกล่าวเชื่อว่ามีผลกระทบต่อ Android ไม่น้อยก็มากแน่นอน เพราะสิทธิบัตรใบนี้ คือการปลดล็อกตัวเครื่องด้วยการลากเส้นต่อจุดกัน แบบที่ Android มีใช้งานอยู่ในขณะนี้ครับ

โดยสิทธิบัตรใบนี้ เป็นการปลดล็อคหน้าจอด้วยรหัสผ่านแบบลากเส้นเชื่อมต่อกัน โดยเส้นที่ลากนั้น จะเชื่อมต่อกันเป็นแพทเทริน์ และสามารถเลื่อนปลดล็อกได้อย่างอิสระ ซึ่งจะต่างจากของ Android ตรงที่ต้องเลื่อนผ่านแบบจุดต่อจุด แต่ในขณะที่สิทธิบัตรใบนี้ สามารถลากอ้อมจุดไปหาอีกจุดได้แบบอิสระ

ส่วนขั้นตอนในการใช้งานนั้น ผู้ใช้จะต้องตั้ง PIN หรือรหัสผ่านสำหรับปลดล็อกเครื่องก่อน ถึงจะสามารถตั้งวิธีการลากเส้นที่เราต้องการได้ โดยเมื่อตั้งทั้งคู่เสร็จแล้ว การปลดล็อกครั้งต่อไปจะต้องปลดล็อกด้วยการลากเส้น แต่กรณีที่ลากเส้นผิดวิธีหลายๆ ครั้ง รหัสผ่านจะถูกถามหาในทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ลากเส้นแบบเดาสุ่มต่อไป

การปลดล็อกแบบลากเส้นต่อจุด ถูกเปิดตัวครั้งแรกบน Android ในปี 2008 โดย Google บอกว่าเป็นวิธีการปลดล็อกที่ง่ายที่สุด เรียบง่ายที่สุด ดีที่สุดในเวลานั้น และต่อมาลูกเล่นนี้ก็ถูก Microsoft นำมาดัดแปลงเป็น Picture Password สำหรับใช้บน Windows 8 ก่อนที่จะถูกนำกลับมาใช้บน Android อีกครั้ง

แต่วิธีปลดล็อคแบบลากเส้นของ Apple นั้น จะมีการนำเซ็นเซอร์มาใช้งานควบคู่ด้วย โดยเมื่อผู้ใช้เอียงเครื่อง ตำแหน่งของปุ่มจะถูกเลื่อนทั้งหมด ในขณะเดียวกัน ถ้าวางไว้ในแนวระนาบ ปุ่มทั้งหมดก็จะอยู่คงที่ไม่ขยับไปไหน นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการซ่อนเส้นและซ่อนจุดที่ลาก ทำให้การคาดเดาการลากเส้นเพื่อปลดล็อคนั้น ยากขึ้นเข้าไปอีก

ถ้ายังจำกันได้ ใน iOS เวอร์ชันแรกๆ Apple เคยให้พนักงานเข้าทดสอบ Dot Unlock ซึ่งเป็นฟีเจอร์รูปแบบเดียวกัน แต่โครงการก็ถูกล้ม เพราะมีปัญหาหลายอย่างกับ Google อยู่ ซึ่งถ้า Apple เปิดตัวฟีเจอร์นี้ออกไปในขณะนั้น ก็จะทำให้ Google สามารถโจมตี Apple ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

งานนี้ก็ต้องดูกันต่อไปละครับว่า Apple จะทำ Pattern Unlock ออกมาได้น่าใช้งานขนาดไหน และจะมีการนำ Touch ID เข้ามาใช้งานควบคู่ด้วยหรือไม่นั้น คงต้องรอดูกันต่อไปเร็วๆ นี้ครับ


ที่มา: AppleInsider


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke