Review the new iPod touch รับวันเด็ก – มันคือ iPhone 5 ที่โทรออกไม่ได้

ห่างหายกันไปพักหนึ่งกับรีวิวและบทความต่าง ๆ บนเว็บ MacStroke.com นะครับ ครั้งนี้เรานำเจ้า iPod touch รุ่นใหม่ ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา มารีวิวเป็นของขวัญวันเด็กให้ทุกท่านได้ชมกันครับ เผื่อเด็ก ๆ อยากจะได้กัน จะได้รู้ว่า มันสามารถทำอะไรได้บ้าง

 

ก่อนอื่นเริ่มจากสเป็คคร่าว ๆ ของเจ้า iPod touch รุ่นปี 2012 กันก่อน โดยปกติแล้วเราสามารถหาอ่านได้จากเอกสาร Tech Specs ของ Apple อยู่แล้ว จึงขอสรุปสั้น ๆ ดังนี้

  • ถ้าใครไม่รู้ว่า iPod touch คืออะไร – มันคือเครื่องเล่น MP3 พกพา ที่สามารถดูวิดีโอ, ถ่ายรูป, ต่อ Wi-Fi เล่นเน็ต, Facebook, แชท, เล่นเกม และอื่น ๆ ได้ ให้คำจำกัดความง่าย ๆ ว่า “iPhone ที่โทรออกไม่ได้”
  • ขนาดเครื่องพอ ๆ กับ iPhone 5 แต่บางกว่ามาก ๆ
  • เครื่องบางกว่า iPod touch รุ่นก่อนแบบเห็นได้ชัด จากเดิมที่บางแล้ว ยังบางลงไปอีก
  • เครื่องมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี คือสีดำ, เงิน, ชมพู, เหลือง, ฟ้า และแดง
  • เฉพาะเครื่องสีดำจะดำทั้งตัว ทั้งหน้า-หลัง วัสดุเดียวกับ iPhone 5 ส่วนสีอื่น ๆ ข้างหน้าจะเป็นสีขาว
  • เฉพาะสีแดงหาซื้อได้จาก Apple Online Store เท่านั้นครับ
  • ทุกสีราคาเท่ากัน โดยความจุเล็กสุด 32GB ราคา 9,900 บาท และ 64GB 13,500 บาท
  • iPod touch รุ่นนี้ใช้จอ 4 นิ้ว แบบเดียวกับ iPhone 5
  • หน่วยประมวลผล Apple A5 ความเร็วเท่า iPhone 4S, iPad 2, iPad รุ่นที่ 3 และ iPad mini
  • ใช้ที่เสียบสายชาร์จ Lightning ใหม่ รูเล็กเหมือนใน iPhone 5
  • ไม่มีเซนเซอร์ตรวจวัดแสง ทำให้ต้องปรับความสว่างหน้าจอเอง

 

 

เปิดกล่อง

เป็นเรื่องปกติของ Apple อยู่แล้ว ที่จะทำบรรจุภัณฑ์มาในกล่องที่พอดีกับตัวสินค้าเสมอ โดยกล่องของ iPod touch มาในไตล์ของ iPod ยุคหลัง ๆ คือมีเพียงตัว iPod touch นอนมาในกล่อง พร้อมกับอุปกรณ์เสริมเล็กน้อย

ในกล่องมีหูฟัง Earpods รุ่นใหม่ ดีไซน์แปลกตา แต่ไม่มีไมโครโฟนและกล่องเก็บหูฟังให้ (iPhone 5 มีกล่องหูฟังให้) ซึ่งตรงนี้คิดว่า Apple คงมองว่า iPod touch ไม่ได้ต้องใช้ไมโครโฟนเพื่อสนทนาแบบ iPhone จึงตัดออกเพื่อลดต้นทุนนั่นเอง

นอกจากนั้นก็มีสายชาร์จ Lightning สำหรับเชื่อมข้อมูลเพลงและชาร์จไฟกับคอมพิวเตอร์ และสายคล้องข้อมือ iPod touch Loop 1 เส้น สีสันเหมือนกับตัวเครื่องให้ครับ

เหมือนปกติที่ผ่านมา iPod touch จะไม่แถมหัวปลั๊กสำหรับชาร์จไฟบ้านมาให้ ต้องซื้อแยกเอง โดยหัวปลั๊กของ Apple ขายอยู่อันละ 690 บาทตามร้านตัวแทนจำหน่ายอย่าง iStudio ส่วนของยี่ห้ออื่นที่ได้มาตรฐาน ตามร้าน Gift Shop อย่าง Loft อยู่ที่ประมาณ 400-500 บาทครับ หรือไม่ เราก็สามารถเอาหัวปลั๊กของโทรศัพท์ Android ยี่ห้ออื่นมาเสียบชาร์จเจ้า iPod touch ได้เช่นกัน

 

 

รูปร่างภายนอก

 

สิ่งแรกที่เห็นหลังเปิดกล่อง คือขนาดของ iPod touch รุ่นใหม่ที่ยาวขึ้น จนบางครั้งอาจหลอกตาได้ว่าจอแคบลง ทั้ง ๆ ที่จอกว้างเท่าเดิม แต่เครื่องยาวขึ้นราว ๆ 1 เซนติเมตร

พอใช้งานจริงแล้ว จอ 4 นิ้วบน iPod touch รุ่นใหม่ให้ประสบการณ์ที่ดีกว่าจอ 3.5 นิ้วเดิมจนกลับไปใช้จอเล็กไม่ได้เลยครับ เวลาดูวิดีโอ HD ก็มองเห็นเต็ม ๆ แบบไม่มีขอบดำ หรือเวลาเล่น Facebook, Twitter ก็อ่าน Feed อ่านข้อความได้เยอะขึ้น

 ในด้านสัมผัสของตัวเครื่อง ต้องบอกเลยว่าบางมาก ๆ บางกว่า iPod touch รุ่นเก่าแบบเห็นได้ชัดเจน บางกว่า iPhone 5 แบบรู้สึกได้ถึงความแตกต่าง จับแล้วหลงเลยครับ ทุกคนที่ได้เล่นมันต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันบาง น่าใช้มาก

เรื่องงานประกอบก็ทำได้ดี แข็งแรงทนทาน วางทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ก็ไม่เป็นรอย ถึกมาก เพราะด้านหลังใช้อลูมิเนียมด้านเหมือนใน MacBook ที่ไม่เป็นรอยขนแมวเหมือน iPod touch รุ่นก่อน และยังใช้กระจก Sapphire กันรอยเลนส์กล้องด้วย เรื่องรอยขีดข่วนนี่แทบจะหายห่วงครับ

 

 

 

iPod touch Loop

และเพราะว่าตัวเครื่อง iPod touch รุ่นใหม่นี้มีน้ำหนักเบาเสียจนเหมือนไม่ได้ถืออะไรอยู่ในมือ เบาจนหลุดมือได้ง่าย ๆ Apple ถึงได้แถมสายคล้องข้อมือ iPod touch Loop มาให้ด้วย

เครื่องที่ทาง MacStroke ได้มาเป็นสีแดง ซึ่งเป็นสีพิเศษในโครงการ Product(RED) ที่ไม่มีวางจำหน่ายหน้าร้านตัวแทนจำหน่ายในไทย ต้องสั่งผ่าน Apple Online Store เท่านั้น โดย Apple จะบริจาคเงินส่วนหนึ่งจากยอดขายอุปกรณ์สีแดงเหล่านี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยติดชื่อ HIV ด้วยครับ

 

สำหรับวิธีใช้เจ้า Loop นั้นง่ายมาก แค่กดปุ่มกลม ๆ ด้านหลังเครื่องให้เด้งขึ้นมา แล้วคล้องสายเข้าไปก็เรียบร้อย ไม่ต้องร้อยหรือพันให้ยุ่งยาก จนใช้ทีแรกเราเอะใจไปเลยว่า “มันจะหลุดมั้ย?”

แต่เอาเข้าจริง ตอนที่ถือ iPod touch ไว้โดยคล้องสายไว้ที่ข้อมือ มันให้ความรู้สึกว่าเครื่องจะไม่หลุดมือง่าย ๆ อยู่เหมือนกัน ทั้งที่กลไกแทบไม่มีอะไรเลย แต่เอาเครื่องไปแกว่งเล่นแรง ๆ ก็ไม่มีหลุดเหมือนกัน

 

จากวัสดุของสายที่เป็นหนังบาง ๆ ดูท่าจะเน่าได้ง่ายมาก แต่เมื่อเอามาใช้จริง มันกลับแข็งแรงกว่าที่คิด เพราะต่อให้เราเหวี่ยงข้อมือแรงแค่ไหน มันก็ไม่ทำให้ iPod touch หลุดจากมือแน่ ๆ แต่ในสภาพความเป็นจริง การนำเจ้า iPod touch Loop ออกมาใช้ตลอดเวลามันค่อนข้างที่จะเกะกะมาก เพราะกว่าจะคล้องหรือถอดออกจากข้อมือ จะต้องใช้เวลาพอสมควร

ดังนั้นแล้ว iPod touch Loop เหมาะที่จะใช้คล้อง iPod touch ไว้ในกรณีที่ใช้เป็นกล้องถ่ายภาพดิจิตอลเวลาไปเที่ยว ถ่ายสนุก ๆ มากกว่าที่จะคล้องเพื่อใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน

สาย iPod touch Loop ยังมีขายเพิ่มเติมที่ตัวแทนจำหน่าย เผื่อใครทำขาดหรือเปื่อยเน่า ในราคา 350 บาท จะได้สาย Loop สีขาว 1 เส้น และสีอื่น ๆ ตามที่เราเลือกอีก 1 เส้นครับ

 

 

 

 

หน้าจอ

คำนิยามสั้น ๆ ของหน้าจอ iPod touch รุ่นนี้คือ “มันเป็นหน้าจอเดียวกับใน iPhone 5” ครับ รุ่นนี้ไม่มีการตัดทอนคุณภาพลงเหมือนใน iPod touch รุ่นก่อนอีกแล้ว เรียกได้ว่าจอสีสดใส สวย และให้มุมมองภาพชัดเจน สีไม่เพี้ยนเมื่อตะแคงเครื่อง เหมือนบน iPhone 5 ทุกประการ ในขณะที่ iPad mini กลับมีสีสันหน้าจอที่ไม่สดใสเท่า iPod touch ตัวนี้แบบเห็นได้ชัด

หน้าจอของ iPod touch มีความละเอียดที่ 640 x 1136 พิกเซล เท่ากับใน iPhone 5 เช่นกัน ทำให้เวลาใช้งาน App ต่าง ๆ ก็จะมีพื้นที่แสดงผลเพิ่มมากขึ้น และรองรับ App ใหม่ ๆ ได้ดีกว่าด้วย โดย ณ เวลานี้ App ต่าง ๆ ก็เริ่มรองรับขนาดหน้าจอนี้กันเยอะมากแล้วครับ

 

การดูวิดีโอใน iPod touch รุ่นใหม่ก็ทำได้ดีขึ้นมาก เพราะหน่วยประมวลผลใหม่ ทำให้เรารับชมวิดีโอ HD 1080p ได้ลื่น ๆ ไม่มีกระตุก และจอก็มีสัดส่วนมาตรฐาน 16:9 ทำให้ไม่มีขอบดำมารบกวนการรับชมเหมือนรุ่นก่อน ๆ อีกแล้ว

 

 

ความเร็ว

 

iPod touch รุ่นใหม่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล (CPU) Apple A5 เหมือนใน iPhone 4S, iPad 2, iPad 3 และ iPad mini ครับ เรื่องความเร็วคงไม่เป็นปัญหา เพราะเจ้า CPU ตัวนี้สามารถทำงานพื้นฐานต่าง ๆ ได้โดยไม่กระตุกหรืือแสดงความหน่วงให้เห็นแบบใน iPod touch รุ่นปี 2010 แต่อย่างใด

 

จากการเปลี่ยน CPU ในครั้งนี้ ทำให้เจ้า iPod touch ใช้งานฟังก์ชันใหม่ ๆ อย่างผู้ช่วยอัจฉริยะ Siri, ถ่ายภาพ Panorama หรือลง App อย่าง iPhoto ได้แล้ว

ถึงกระนั้น หากเราใช้ iPhone 5 มาแล้ว เราจะรู้สึกหงุดหงิดในความลื่นไหลของ iPod touch อยู่เหมือนกัน  แต่ถ้าในมือเรามี iPhone 4 หรือโทรศัพท์ Android รุ่นราคาหมื่นกลาง ๆ ก็คงจะไม่ระแคะระคายกับความเร็วของ iPod touch เท่าใดนัก

 

 

 

 

กล้องถ่ายภาพ

ในด้านของกล้อง ถือว่าให้มาแบบจัดเต็มมาก ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง จากเดิมที่กล้องถ่ายภาพของ iPod touch นั้นมีไว้ประดับเครื่องขำ ๆ

iPod touch รุ่นใหม่มาพร้อมกับกล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล (จากเดิม 0.7 ล้าน) และใช้เลนส์ตัวเดียวกับใน iPhone 5 (แต่ถูกปรับลดความละเอียดลง) นอกจากนั้น กล้องหน้าก็ยังอัพเกรดมาเป็น FaceTime HD 1.2 ล้านพิกเซลเหมือนบน iPhone 5 ด้วย

 

จากภาพด้านบน ถัดจากเลนส์กล้องมาด้านขวาคือรูไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียง, ไฟแฟลชช่วยถ่าย และแถบดำด้านขวาสุดคือเสารับสัญญาณ Wi-Fi ครับ iPod touch รุ่นนี้จับสัญญาณ Wi-Fi ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนมากด้วย จึงสามารถบันทึกตำแหน่งภาพถ่ายได้ง่ายขึ้น หากเปิด Wi-Fi เอาไว้ครับ

 

ในเรื่องคุณสมบัติ iPod touch ตัวใหม่นี้ทำได้เทียบเท่ากับ iPhone ทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ HDR, Panorama หรือไฟแฟลชช่วยถ่าย จัดมาเต็ม ไม่มีกั๊กแบบ iPad mini แต่อย่างใด

คุณภาพของภาพถือว่าทำได้เยี่ยม ถือว่าสูสีกับ iPhone 4S เพราะใช้หน่วยประมวลผลภาพตัวเดียวกัน และสเป็คของเลนส์ก็ใกล้เคียงกันมาก ลองดูรูปถ่ายตัวอย่างได้ครับ

 

 

 

 

(ภาพถูกย่อเหลือ 25% จากขนาดจริง คลิกที่ภาพด้านล่างเพื่อดูภาพขนาดเต็ม)

 

 

 

ลำโพง, แบตเตอรี และอื่น ๆ

สิ่งอื่น ๆ นอกเหนือจากหน้าจอ, กล้อง และการใช้งานทั่วไปแล้ว ในเรื่องของการเชื่อมต่อ iPod touch รุ่นนี้ก็ใส่มาครบทั้ง Wi-Fi Dual Band ที่จับสัญญาณ Wi-Fi ได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนมาก หรือแม้แต่ Bluetooth 4.0 ชนิดประหยัดไฟก็มีมาให้เช่นกัน แต่ Apple ก็ดันตัดเซนเซอร์ตรวจวัดแสงหน้าจอออก โดยอ้างว่าเครื่องมีขนาดบางเกินกว่าจะใส่เข้ามาได้ ทำให้เราต้องปรับแสงหน้าจอเอง หากอยู่ในที่มืด หรือกลางแจ้งครับ

ด้านล่างของตัวเครื่อง iPod touch จะมีช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน, ที่เสียบสายชาร์จ Lightning รูเล็กแบบใหม่ และลำโพง โดยลำโพงของ iPod touch ให้เสียงค่อนข้างก้อง และยิ่งเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง เราจะไม่ได้ยินเสียงเท่าไร ถือว่าจุดนี้ทำได้ไม่ดีเท่า iPhone 5 หรือ iPad mini เลย ทั้งที่ iPod touch เป็นเครื่องเล่นเพลง (แต่ก็ทำตัวออกห่างจากเครื่องเล่นเพลงไปทุกวัน ๆ เหมือนกัน)

 

 

ข้อเสียอีกอย่างของ iPod touch คือ มันไม่สามารถแสดงเปอร์เซ็นต์แบตเตอรีได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเท่าไร เพราะถ้าใช้งานไม่หนัก ฟังเพลง เล่นเน็ตนิดหน่อย แบตเตอรีสามารถอยู่เกิน 1 สัปดาห์สบาย ๆ แต่ถ้าหยิบขึ้นมาเล่นเกมแล้วล่ะก็ รับรองว่าไม่กี่ชั่วโมง เครื่องจะร้อนและแบตหมดได้ง่าย ๆ ทีเดียว

และเพราะว่า iPod touch ไม่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายโทรศัพท์มือถือได้ (ใส่ SIM ไม่ได้) ทำให้ iPod touch ไม่ใช่อุปกรณ์ที่จะพกไปใช้แบบ On-the-go เหมือน iPad mini หรือ iPhone แต่อย่างใด เพราะทุกการเชื่อมต่อเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต จะต้องพึ่งพาสัญญาณ Wi-Fi เพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะแชร์รูป, ส่งอีเมล หรือเช็คอินและบึนทึกตำแหน่งรูปถ่าย ก็ทำได้ไม่สะดวกเท่า iPhone หรือ iPad รุ่นใส่ซิมได้แต่อย่างใด

ถ้า iPhone มีขนาดเท่านี้ หรือเจ้า iPod touch สามารถใส่ซิมได้ ก็คงดีเหมือนกัน

 

 

ข้อดี

  • ขนาดเล็ก กระทัดรัด น้ำหนักเบา เหมาะมือมาก ๆ
  • ตัวเครื่องบางมาก จนสามารถใช้งานจอภาพขนาด 4 นิ้วได้ด้วยมือเดียวง่ายกว่า iPhone 5 เสียอีก
  • งานประกอบดีมาก วัสดุไม่เป็นรอยง่ายเหมือนรุ่นก่อน
  • จอภาพสวยมาก สีสันสดใสสมจริง มุมมองของจอดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนมาก
  • กล้องชัด ใช้งานง่าย มีไฟแฟลช มีคุณสมบัติต่าง ๆ เหมือน iPhone 5 แทบทุกประการ
  • ราคาไม่แพงจนเกินไป เมื่อเทียบกับคุณสมบัติและงานประกอบที่ได้รับ

 

จุดสังเกต

  • ใส่ซิมไม่ได้ โทรออกและ SMS ไม่ได้ ไม่มี GPS ให้ ความสามารถออนไลน์ทุกอย่างต้องพึ่ง Wi-Fi อย่างเดียว
  • แบตเตอรีไม่มากนัก หากใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือเล่นเกมติดต่อกัน แบตเตอรีจะหมดไวมาก
  • ไม่มีระบบปรับแสงหน้าจออัตโนมัติ ต้องเข้าไปปรับเองในเมนู Settings เสมอ
  • น้ำหนักเบาเกินไปจนอาจจะหลุดมือได้ง่ายมาก ๆ ถ้าถือไม่ระวัง
  • สาย iPod touch Loop สกปรกค่อนข้างง่าย และอาจฉีกขาดหรือเปื่อยได้ถ้าใช้ไม่ระมัดระวัง

 

 

สรุป

ความเปลี่ยนแปลงของ iPod touch ในปี 2012 นี้ ถือว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ iPod touch ไม่ได้มีสเป็คด้อยกว่า iPhone จนเกิดความแตกต่างกันมากเหมือนเมื่อก่อน ทั้งขนาด หน้าจอ และกล้องถ่ายภาพ ต่างก็ได้รับการอัพเกรดขึ้นมาจนแทบจะเทียบเท่า iPhone รุ่นล่าสุดเลยด้วยซ้ำไป ทำให้ผู้ที่สนใจอุปกรณ์ iOS สามารถเข้ามาสัมผัสประสบการณ์การใช้งานเดียวกันกับ iPhone 5 ได้ในราคาไม่ถึง 10,000 บาทครับ

 

ดังนั้น… ถ้ามี iPhone 4 หรือเก่ากว่า และโทรศัพท์มือถือยี่ห้ออื่น
iPod touch เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจหากต้องการใช้งาน App ในระบบ iOS ที่มีให้เลือกเล่นมากกว่า 700,000 App เพราะ iPod touch รุ่นใหม่นั้นให้ประสบการณ์ในการใช้งานคล้ายคลึงกับ iPhone 5 มาก ๆ ต่างกันหลัก ๆ แต่เพียงโทรศัพท์ไม่ได้เท่านั้น ในเรื่องความเร็วเครื่องและกล้องถ่ายภาพอาจจะด้อยกว่าเล็กน้อย แต่กับราคาเริ่มต้นเพียง 9,900 บาทในรุ่น 32GB เจ้า iPod touch ตัวนี้จึงถือเป็นตัวเลือกที่ดี ในการใช้คู่กับโทรศัพท์เครื่องเดิมที่เรามีอยู่ครับ

 

แต่… ถ้ามี iPhone 4S หรือ iPhone 5 แล้ว
เราไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะซื้อ iPod touch มาใช้เพิ่มอีก เพราะ iPod touch รุ่นนี้มีความเร็วเทียบเท่า iPhone 4S ทีเดียว หากผู้ใช้ iPhone 4S อยากจะได้จอภาพที่ดีขึ้น กล้องดีขึ้น ก็ควรเพิ่มเงินไปซื้อ iPhone 5 เลยดีกว่าครับ พกเครื่องเดียว ทำได้ทุกอย่าง สะดวกกว่าแน่นอนครับ

 

ซื้อ iPod touch, iPad mini หรือ iPhone ดี?
คำตอบของคำถามนี้ต้องถามตัวเองกลับแล้วล่ะครับ ว่าเราอยากพกอะไรในกระเป๋า?
ถ้าเกิดอยากพกเครื่องเดียวจบ ก็ซื้อ iPhone 5 ไปเลย แต่ถ้าไม่ใช่ และลังเลระหว่าง iPod touch กับ iPad mini แล้วล่ะก็ ลองตัดสินใจจากข้อดีของทั้งสองรุ่นนี้ดูครับ

 

จุดที่ iPod touch ดีกว่า iPad mini

  • ขนาดกระทัดรัด พกใส่กระเป๋ากางเกงได้
  • หน้าจอเป็น Retina DIsplay คมชัดกว่ามาก และสีสันของภาพก็ดีกว่าเช่นกัน
  • กล้องถ่ายภาพดีกว่า มีไฟแฟลชช่วยถ่ายและระบบต่าง ๆ เหมือนบน iPhone 5
  • ในราคาใกล้เคียงกัน iPod touch ให้ความจุมากกว่า iPad mini

    (iPod touch 32GB 9,900 บาท ส่วน iPad mini 16GB 11,200 บาท)
    .

จุดที่ iPad mini ดีกว่า iPod touch

  • นอกจาก App ปกติที่ทำมารองรับ iPhone/iPod touch แล้วยังรองรับ App สำหรับ iPad ทั้งหมด ทำให้มีพื้นที่การทำงานมากกว่า
  • มีรุ่น Wi-Fi + Cellular ที่ใส่ SIM Card ได้ ทำให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่แม้ไม่มีสัญญาณ Wi-Fi และยังมี GPS กับเข็มทิศช่วยในเรื่องการใช้งานเป็นระบบนำทางด้วย
  • เนื่องจากจอใหญ่กว่า ทำให้พิมพ์เอกสารเล็ก ๆ น้อย ๆ หรืออ่านหนังสือและท่องเว็บได้สะดวกกว่า

 

 

ความเห็นจากทีมงาน:

@iZipboy (เต๋า) :

ในบรรดาสินค้า iOS ทั้งหมด iPod Touch คือสินค้าที่ดูเฉยๆในสายตาผม แต่มันกลับเป็นสินค้าที่สร้างมูลค่า ความรู้สึกทางอารมณ์ต่อผู้ใช้มากไม่แพ้ iPhone / iPad หลายครั้งที่ผมเห็นรอยยิ้มดีใจของเด็กที่ได้รับมันเป็นของขวัญ ใครสักคนที่ซื้อมัน เพื่อฝันว่าสักวันจะได้ iPhone เป็นของตัวเอง และอีกหลากหลายความรู้สึก แต่ตลอด 4 รุ่นของ iPod Touch นี่คือสินค้าที่ทำให้ประชากร iOS เติบโตมาถึงทุกวันนี้ได้

ผมไม่เคยรู้สึกประทับใจกับการจะเป็นเจ้าของ iPod Touch สักนิด เพราะสิ่งที่เครื่องมอบให้ดูจะเป็นลูกเมียน้อยใน iOS ทั้งหมดอย่างชัดเจน รุ่นที่ดูใกล้เคียงว่าลงตัวสุด ก็เป็น iPod Touch 4th Gen แต่ถ้ามองกับ iPhone 4 / iPhone 4S แล้ว ก็ยังมีเส้นแบ่งของความต่างที่มากเกินไป

สำหรับ 5th Gen รุ่นนี้ นี่คือรุ่นแรกที่ทำให้ผมรู้สึกว่า iPod Touch ก็ไม่ใช่แค่เครื่องฟังเพลงที่พอจะเล่น App ได้ สเปคหลักที่เกี่ยวกับประสิทธิภาพเครื่องที่มาแบบ iPhone 4S กล้องแนว iPad และหน้าจอแนว iPhone 5 ทั้งหมดนี้ น่าจะมอบความสุขให้กับผู้ใช้งาน iPod Touch ให้มีคุณค่าและคุ้มค่าได้มากกว่า iPod Touch ทุกรุ่นที่เคยมีมาแน่นอน

 


@melpomin (กร) :

จากประสบการณ์เคยเป็นผู้ใช้ iPod Touch ก่อนที่จะกลายมาเป็นผู้ใช้ iPhone รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ใช้ได้ในระดับนึง ถ้าคุณเป็นคนชอบฟังเพลง เล่นเกม ชอบถ่ายรูป แต่ถ้าเป็นคนติด Social Network หรือชอบท่องอินเทอร์เน็ต ผมอาจจะไม่แนะนำเจ้า iPod Touch 

 


@imboomz (บูม) :

นับว่าเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า iPod touch นั้นเปรียบเสมือน iPhone ที่โทรไม่ได้ การเพิ่มขนาดหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นทำให้มีพื้นที่ในการใช้งานเพิ่มขึ้นด้วย นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังจากที่ iPod touch รุ่นก่อนๆมีขนาดจอเพียง 3.5 นิ้ว ส่วนเรื่อง Application นั้นไม่จำเป็นต้องกังวล เพราะมีขนาดจอเท่ากับ iPhone 5 ที่เป็นที่นิยมของผู้พัฒนาฯ ดังนั้นไม่อดตายแน่นอน

 


@Mac159 (แม็ค) :

 

สำหรับผมมันคือ iPod touch รุ่นที่รอคอย เพราะจุดด้อยต่างๆที่มีในรุ่นก่อนๆไม่ว่าจะเป็นกล้องที่คุณภาพแย่มากถึงมากที่สุด ก็ได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนคุณภาพของรูปที่ได้ไม่แพ้ iPhone 4S เลยทีเดียว กล้องที่มาพร้อมแฟลชครั้งแรก แม้แต่กล้องหน้าก็ยังมีความชัด 720p ในส่วนของความบางที่รุ่นก่อนบางอยู่แล้วก็ยังบางลงไปได้อีก และยังเร็วขึ้น 2 เท่าด้วย A5 chip จอ 5 นิ้วทำให้เหมือนได้ใช้ iPhone 5 ขนาดย่อส่วน (ที่โทรออกไม่ได้) นอกจากนี้มี iPod touch loop ซึ่งทำให้เรามั่นใจว่า iPod touch ของเราจะไม่หลุดมือแน่ๆ รวมทั้งสีก็มีให้เลือกหลากหลายตามใจชอบ จากทั้งหมดนี้เองคงจะไม่ผิดที่จะเรียกมันว่าเป็น iPod touch รุ่นที่สมบูรณ์แบบที่สุด

 

 

@PeDPiPU (ปี๋) :

จากที่ได้ใช้เวลาอยู่กับเจ้า iPod touch เครื่องนี้มากกว่าทีมงานคนอื่น ๆ ปี๋รู้สึกชอบมันมากตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้จับเลย ตัวเครื่องของ iPod touch บางและให้สัมผัสที่ดีกว่า iPhone 5 เสียอีก จนอยากจะให้มันโทรออกได้ ไม่ก็อยากให้ iPhone บางเท่านี้บ้าง ในส่วนของการใช้งาน ต้องบอกว่ามันทำได้เทียบเท่า iPhone 4S และเหนือกว่าในหลายจุด โดยเฉพาะจอภาพที่ได้อานิสงส์มาจาก iPhone 5 เต็ม ๆ ทำให้คนที่มีกำลังทรัพย์ไม่สูง แต่อยากได้อุปกรณ์ที่เทียบชั้นกับ iPhone 5 สามารถสัมผัสกับประสบการณ์นั้นได้ในงบไม่ถึง 10,000 บาทฮะ :)


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke