Apple EarPods หูฟังมาตราฐานของ Apple ที่ไม่แค่ “แถมติดกล่อง” อีกต่อไป

เมื่อพูดถึงหูฟังของ Apple แล้ว ทุกคนต้องนึกถึง สายเส้นขาวๆ ทุกอย่างขาว จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้สีขาว กลายเป็นสีที่มีคุณค่า แบบระบาดไปทุกสินค้าหลายอุตสาหกรรมในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมานี้ หูฟังของ Apple สีขาว ไม่ว่าจะรุ่นที่มีแต่สาย รุ่นที่มีรีโมทสำหรับควบคุม ต่างก็ทำหน้าที่เป็นของแถมในกล่องสินค้า iPod / iPhone มาหลายช่วงอายุสินค้าแล้ว ถึงเวลาแล้วยังกับการสร้างรุ่นใหม่ให้หูฟัง?

เพราะถ้าจะว่ากันอย่างตรงไปตรงมา หูฟังสีขาวของ Apple ที่แถมกับ iPhone / iPod ทำหน้าที่ของมันแค่การส่งเสียงจริงๆ คุณภาพเสียงเรียกว่า “พอฟังได้” หรืออาจ “ฟังไม่ลง” กับในหลายคน โดยรวมแล้ว คุณค่าแอบไม่ต่างกับยางติดล้อรถตอนซื้อของรถบางรุ่น ที่ทำหน้าที่กลิ้งอย่างเดียวไม่เกาะถนน ซึ่งหูฟัง Apple รุ่นเก่าก็เป็นเช่นนั้น อย่างต่อมา ทรงของหูฟัง Apple ถึงจะเป็นทรงมาตราฐาน แต่ปัญหาคือ ใส่ไม่ได้กับใบหูคนหลายประเภท บางคนอาจใส่ได้ แต่ใส่ไม่สบาย หรือใส่แล้วเดินนิดหน่อยก็หลวมหรือหลุด ซึ่งปัญหานี้ หูฟังที่ไม่ใช่ In-Ear จะเป็นกันเกือบหมด

มาวันนี้ Apple ได้ฤกษ์ส่งหูฟังใหม่ ที่ปรับปรุงใหม่ถอดด้ามในชื่อ EarPods หูฟังที่ Apple ฉีกความธรรมดาของหูฟังในตลาด โดยขายจุดเด่นด้านกายภาพเป็นหลัก ซึ่งในครั้งนี้ MacStorke ขอลองด้วยว่า หูฟังที่เราจะได้ใช้กันอีกหลายปีจากนี้ ไม่ว่าจะซื้อ iPhone / iPod จะออกมาเป็นอย่างไร น่าคบหาหรือเปล่า หรือจะยังคงคุณค่าแค่แถมให้ครบกล่องไปงั้นๆ มาลองดูกันครับ^^

สำหรับ EarPods ที่เห็นตอนนี้ คือ EarPods แบบขายแยก ซึ่งจะมีกล่องพลาสติกใสแบบแนวเดียวกับสินค้า Apple หลายชิ้น ที่ไม่ใส่กล่องกระดาษทึบมา ก็ต้องเป็นพลาสติกใส มาแกะกล่องดูกันดีกว่าครับ

แกะกล่องลองจับ

สัมผัสแรกที่ได้จับ สิ่งที่แตกต่างจากหูฟัง Apple ที่คุ้นเคยคือ เส้นหูฟังที่หนากว่าเส้นเก่าอย่างรู้สึกได้ ถึงไม่รู้ว่าใส้ในจะหนาหรือเปล่า แต่เปลือกที่หุ้มทั้งหมดทุกส่วน ไม่ว่าจะขั้วหูฟัง ตัวสาย รีโมท ยางที่เกาะระหว่างข้อต่อ ทั้งหมดให้ความหนาที่ดีกว่าหูฟัง Apple รุ่นเดิมอย่างสัมผัสได้ ผิวสัมผัสของสายหูฟังไม่สาก น่าจับกว่าของเก่าอย่างรู้สึกได้ ในขณะเดียวกัน การที่ไม่สากแบบของเก่า ช่วยให้ฝุ่นจากเสื้อผ้า / วางไว้เฉยๆ ไม่เกาะสายอย่างที่เคยเจอกันมา และช่วยให้หูฟังไม่เก่าเร็วเกินไป

เนื้อสายที่หนาขึ้น แต่ก็ออกไปในทางนิ่มและม้วนเก็บง่าย ต่างกับสายเก่าที่แข็งกว่าเล็กน้อย ซึ่งความนิ่มตรงนี้ เวลาขยำมันแล้ว การคลายตัวของ EarPods ทำได้รวดเร็วกว่า (แต่ก็ไม่ควรขยำ เพราะมีผลทำให้สายขาดในได้) การหักงอของข้อต่อทั้งหมดของสายทำได้หยืดหยุ่นขึ้น ดูมั่นใจได้ว่าไม่ขาดเปลือยง่ายๆแบบสายรุ่นเก่า ส่วยรีโมทของหูฟัง ขนาดใหญ่ขึ้น การจับและกดง่ายกว่าเดิม น้ำหนักของรีโมทให้การกดที่ไม่ต้องออกแรงเท่าของเก่า เพียงแค่กดเบาๆ ทุกคำสั่งก็พร้อมทำงานได้ทันที ระยะการกดไม่ต้องออกแรงหนักเท่าของเก่า กดนิดเดียวก็ติดใช้งานได้ทันที

การสวมใส่ใช้งาน เรียกว่าทำได้สมกับการเป็นจุดขายของหูฟังรุ่นนี้ เพียงแค่ยัดเข้าหูทีเดียว หูฟังจะเกาะในช่องหูของผู้ส่วมใส่แบบพอดี ความพอดีในการสวมใส แค่ยัดหนึ่งครั้ง ไม่ต้องขยับมาก ก็พอดีกับหูทันที ขณะที่ใช้งาน เสียงหูฟังจะอยู่ในหูเราเพียงอย่างเดียว ความพิเศษของ EarPods อีกอย่างคือ เสียงหูฟังไม่ว่าเราจะเปิดดังแค่ไหน เสียงก็ไม่ลอดออกจากหูฟังให้คนข้างๆได้ยินว่าเรากำลังฟังอะไรอยู่ น่าจะถูกใจคนชอบฟังเพลงดังๆ (แต่เปิดดังก็ไม่ดีต่อสุขภาพหูนะครับ^^””)

การสวมใส EarPods นอกจากทำได้ง่ายแล้ว การสวมเข้าง่ายๆแบบนี้ เวลาเดิน / วิ่ง / ออกกำลังกาย ก็ไม่หลุดออกจากหู ไม่ว่าจะสะบัดหน้าแรงๆ หรือเคลื่อนไหวออกกำลังกายต่างๆ หูฟังยังคงเกาะหูนิ่งๆอยู่กับที่ของมัน ไม่มีทีท่าจะหลุดออกจากหูง่ายๆ แต่หากใส่แล้วรู้สึกเหมือนจะหลุดๆ ให้จัดให้ก้านหูสอดกับรองใบหูล่างให้พอดี เท่านี้ EarPods จะล็อคเข้าพอดีกับใบหูเช่นกัน เมื่อเข้าพอดีหูแล้ว ถ้าไม่คันหูซะเอง (ไม่ใช่เพลงคันหูนะครับ : P) รับรองว่าไม่รู้สึกเจ็บจนต้องถอดฟัง ใส่ได้เรื่อยๆ ใส่ได้ทั้งวันเพลินๆแน่นอน

โดยรวมแล้ว ตัวหูฟังได้ทำการแก้ข้อบกพร่องจากหูฟังรุ่นที่แล้วครบถ้วน ทั้งในแง่การออกแบบที่ปรับปรุงทั้งหมด ไม่ว่าจะตัวสาย / วัสดุ / การออกแบบข้อต่อบิดงอ / รีโมทที่กดได้ดี+ไม่เสียง่าย การสวมใส่ที่เน้นกายภาพมากขึ้น เรียกว่านำข้อดีของหูฟังแบบสวมปกติรวมกับ In-Ear เอาไว้ครบถ้วน ถือว่าเรื่องภายนอก+กายภาพของ EarPods ทำได้ดีมาก แทบไม่มีจุดให้ติหรือรู้สึกว่ายังไม่ลงตัวต่อการใช้งานจริงๆ

คุณภาพเสียง

เรื่องของคุณภาพเสียงนั้น ก่อนอื่นต้องบอกกันเล็กน้อยว่า หูฟังก็เหมือนการกินอาหาร จานเดียวกันก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะชอบรสเดียวกันนี้ และส่วนตัวผมแล้ว ก็ไม่ได้เป็นคนหูทองสักเท่าไหร่ แต่จากที่ลองฟังและจับนิสัยของ EarPods ออกมาได้นั้น เสียงของ EarPods ทำให้ลืมหูฟัง Apple ตัวเก่าได้ทันที ความแตกต่างด้านคุณภาพเสียงของหูฟังเก่ากับ EarPods เสมือนการจับเพื่อนในห้องเรียนสักคนที่ดูเฉิ่มๆ แล้วมาแต่งตัวให้แฟชั่น ทำผม เปลี่ยนแว่นทรงใหม่ แล้วฝึกบุคลิกให้มั่นใจขึ้น EarPods มีความแน่นของเสียงที่มีน้ำหนักมากขึ้นอย่างสัมผัสได้ทันทีที่ฟัง มีการแสดงมิติเสียงในหูฟังที่ครบถ้วนมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน ความแน่นและชัดเจนขึ้น ไม่ได้เป็นการเพิ่มแบบปรับให้มากขึ้น หรือตะเบ็งให้มันดูชัดขึ้น เพราะในจังหวะที่ต้องการความนุ่มนวลของเสียง ก็ทำได้ดีขึ้นมาก ถึงจะไม่นุ่มและเนียนสนิทแบบหูฟังดีๆ แต่ก็ดีกว่าหูฟังตัวเก่า เพราะตัวเก่านั้นกระด้างจนหาความนุ่มไม่เจอ จุดต่อมาที่หลายคนถามถึงเวลาฟังเพลง นั้นคือเรื่องของ Bass ซึ่งเพลงในหลายแนวจำเป็นอย่างมาก ถ้าเป็นหูฟังตัวเก่า Bass คือสิ่งที่หาแทบไม่ได้ หรือจะว่าไม่เจอเลยจะดีกว่า แต่กับ EarPods แล้ว Bass คือจุดที่ทำให้หูฟังตัวนี้สามารถฟังเพลงได้น่าพอใจมากขึ้น ถึงตัว Bass ที่ขับออกมาจะไม่สะใจเท่าหูฟังในระดับเดียวกัน แต่ Bass ที่ EarPods ให้มา ถ้าเทียบกับหูฟังระดับเดียวกัน ถือว่าเป็น Bass ที่ดูเป็นมวยกว่า นั้นคือไม่กระแทกหูจนน่ารำคาญ แต่ก็ไม่แห้งจนไม่ได้เสียอรรถรสของเพลงนั้นๆเช่นกัน เรียกว่าฟังแล้วไม่หงุดหงิดแน่นอน

จุดที่ EarPods ยังทำได้ไม่ดีนักคือเพลงที่เน้นบางจุดเป็นพิเศษจริงๆ เช่นเพลงที่เสียงร้องเด่นๆ หรือฟังพวก sound ที่มีแต่ดนตรีล้วนๆต่อเนื่องกันสักเพลง จะพบว่าเสียงยังแบนราบและขาดมิติไปบ้าง แต่ก็ถือว่ารับได้มากกว่าตอนหูฟังรุ่นเก่าเช่นกัน

สรุป

“คู่ควรกับการซื้อ ถ้าอยากได้หูฟังที่ใช้ดีประดุจอาหารจานเดียวที่กินทุกวันได้”

ของแถมติดกล่องเพื่อการใช้งาน มักเป็นของที่อย่าคาดหวังคุณภาพ เพราะถ้าหวังคุณภาพ ราคาขายสินค้าชิ้นนั้นๆ ก็จะแพงยิ่งกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน แต่ของแถมติดกล่องที่ให้คุณภาพที่ดี ก็เป็นส่วนนึงของความประทับใจในสินค้าชิ้นนั้นแบบภาพรวมได้เช่นกัน

EarPods ถือเป็นหูฟังที่ให้ความประทับใจในภาพรวมที่ดีมาก ไม่ว่าจะการออกแบบที่สามารถใช้งานได้จริง ใส่ใช้งานง่าย+ใส่ได้สบายทั้งวัน+ไม่หลุดจากรูหูเมื่อใช้งานจริง คุณภาพของสายที่ปรับปรุงทั้งเนื้อสาย ความหนา ข้อต่อ ช่วยให้ใช้งานได้มั่นใจมากขึ้น รีโมทที่หนาขึ้น แต่ตัวปุ่มนุ่มและให้ความมั่นใจมากขึ้น รวมถึงข้อต่อสายช่วงรีิโมทที่ปรับปรุงขึ้น ถือเป็นการแก้จุดอ่อนเรื่องความแข็งแรงของรีโมทในหูฟังรุ่นเก่าได้ ในขณะเดียวกัน ขนาดของรีโมทที่ใหญ่ขึ้น ทำให้จับแล้วกดได้สะดวกและแม่นยำขึ้น ฉะนั้นแล้ว ในแง่กายภาพที่จับต้องได้ EarPods ถือเป็นหูฟังที่จับแล้วน่าประทับใจอย่างแน่นอน

คุณภาพเสียงของ EarPods ถ้ามองเทียบกับหูฟังแบบไม่จำกัดรูปแบบแล้ว ถือว่า EarPods ยังทำได้ไม่ดี เพราะยังมีหูฟังที่ดีกว่ารออยู่ แต่ถ้ามองถึงหูฟังรุ่นเก่าของ Apple และหูฟังที่ใช้งานกับ iPhone ได้ โดยต้องมีรีโมทควบคุม และต้องราคาไม่แพงด้วยแล้ว EarPods คือคำตอบที่ใช่ที่สุดอย่างไม่มีคู่แข่ง ไม่ว่าจะเรื่องการให้รายละเอียด การตอบสนองย่านเสียงต่างๆ Bass ที่ไม่เอาแต่กระแทกแข็งๆอย่างที่หูฟังหลายตัวพยายามจะทำ แต่มาแบบเหมาะสมและไม่บิดเบือนคุณภาพเพลงจนดูตั้งใจเกินไป

จุดที่ EarPods ต้องปรับปรุงมีหรือไม่? ถือว่ายังมีอยู่ อย่างแรกคือการเก็บงานพลาสติกส่วนที่ต้องสอดเข้าไปในหู บางจุดยังรู้สึกมีความคมของสันเล็กน้อย หากจะเกลาะให้มนเพื่อลบคม และไม่บาดเนื้อเวลายัดเข้าในบางจังหวะ เพราะสภาพเนื้อในรูหูบางคนที่อาจสูงต่ำไม่เท่ากัน เมื่อยัดเข้าแล้ว ส่วนปลายของหูฟังอาจจะขูดเนื้อให้เกิดบาดแผลได้ ฉะนั้น เกลาลบคมให้มากกว่านี้ จะลงตัวแบบไม่ที่ติ

อย่างต่อมาคือเรื่องข้อต่อต่างๆ พลาสติกที่ใช้ทำช่วงข้อต่อหูฟังส่วนหัวของหูฟัง สั้นไปเล็กน้อย การหักงอของสายช่วงนี้ในการใช้งานระยะยาวจะมีการเสียหายได้หรือไม่ ต้องดูกันในระยะยาว แต่ข้อต่อตรงหัวที่สั้นไปเล็กน้อย ทำให้เวลาจับเพื่อดึงหูฟังออกจากเครื่อง อาจจับไม่ถนัด หรือดึงแล้วลื่นหลุดมือ หรือแย่กว่านั้นคือหลุดมือแล้วมือไปกระชากสายแทน ถ้าข้อต่อตรงหัวยาวกว่านี้ให้มีพื้นที่ของนิ้วในการจับเพื่อดึง จะลงตัวกว่านี้

ในเรื่องเสียง ถึงจะดีกว่าเดิมมากอย่างเห็นได้ชัดแล้ว แต่ก็เป็นการบ้านที่น่าสนใจต่อ Apple ว่าจะทำอย่างไร ให้คุณภาพเสียงของ EarPods หรือหูฟังในรุ่นถัดไปจากนี้มีคุณภาพที่ลงตัวกว่านี้ คุณภาพเสียงที่ EarPods ทำได้ตอนนี้ ถือเป็นโจทย์ตั้งต้นที่ดีมากแล้ว เหลือแค่ปรับรายละเอียดและคุณภาพบางจุดให้ลงตัว โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเรื่องรูปทรงหูฟัง เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

ซื้อ iPod Nano 7th Gen / iPod Touch 5th Gen / iPhone 5 รอบนี้ หูฟังติดกล่องที่ชื่อ EarPods พร้อมทำหน้าที่และรื่นเริงกว่าหูฟังรุ่นเก่าอย่างแน่นอน เว้นแต่คุณผู้อ่านจะหูทองคำหรือมีรสนิยมพิเศษจริงๆเท่านั้น ถึงจะเก็บ EarPods ไว้ในกล่องเหมือนเดิม…เพียงแต่รอบนี้ วันไหนอยากหยิบมาใช้ดู ก็น่าจะประทับใจเล็กได้เช่นกันครับ^^


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke