เบื้องหลังการพัฒนา Android – เพราะ iPhone ทำให้ Android ต้องเดินบนเส้นทางเดียวกันกับ iOS

เรื่องนี้อาจจะถือว่าเป็นภาคขยายของข่าว Steve Jobs สบถถึง Andy Rubin บิดาแห่ง Android ว่า “ไอ้(ตัวเงินตัวทอง)” มาแล้ว ก็เป็นได้ เพราะล่าสุดมีการเปิดเผยจากนิตยสาร The Atlantic ถึงเบื้องหลังและจุดประสงค์ที่แท้จริงของการพัฒนาโครงการ Android ของ Andy Rubin และท่าทีที่ Google มีต่อ Apple หลังจากที่ Apple เปิดตัว iPhone เมื่อปี 2007

โดยผู้ให้สัมภาษณ์ในครั้งนั้นก็คือทีมวิศวกรของ Android ที่ทำงานมาตั้งแต่โครงการแรกเริ่มครับ ซึ่งพวกเขาก็ได้เล่าว่า ในสมัยที่พวกเขาเริ่มทำ Android ส่วนของแพลตฟอร์มมือถือนั้น มันดูกระจัดกระจายเป็นอย่างมากด้วยฤทธิ์ของ Symbian ที่แตกสายออกมามากจนเกินเหตุ (เช่นแพลตฟอร์ม S60, S80 และ S90 ของ Nokia และ UIQ ของ Sony Ericsson) และมันดูกระจัดกระจายมากจนเกินไป แอปพลิเคชันที่ทำมาเพื่อแพลตฟอร์มหนึ่ง ไม่สามารถรันบนอีกแพลตฟอร์มหนึ่งได้ (เช่นแอปพลิเคชันของ Symbian 8.x ไม่สามารถรันบน Symbian 9.x ได้)

และไม่ใช่แค่ Symbian ในสมัยนั้นมันมีระบบปฏิบัติการมือถือเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็น Java ด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้น Andy Rubin จึงตั้งทีมขึ้นเพื่อพัฒนาระบบปฏิบัติการมือถือขึ้นมาตัวหนึ่ง เพื่อหวังให้มันเป็นตัวกำหนดขอบเขตของแพลตฟอร์ม และเพื่อพัฒนาให้แอปพลิเคชันนั้นสามารถใช้กับเครื่องทุกทรง ทุกแนว ได้อย่างไม่มีปัญหา

ดังนั้น Google จึงตัดสินใจลงมือทำ Android อย่างเต็มสูบ (ก่อนหน้านี้เองก็เคยผิดหวังกับ Vodafone มาด้วย) เพื่อผลักดันระบบที่ดีที่สุดสำหรับแอปพลิเคชันออกมา และในขณะนั้น Google มองว่าศัตรูตัวฉกาจที่จะต้องก้าวข้ามไปให้ได้ นั่นก็คือ Microsoft ที่กำลังดังเป็นพลุแตกกับ Windows Mobile นั่นเอง

 

หน้าตาของ Android เวอร์ชันแรกสุด เป็นตัวเครื่องที่มีลักษณะคล้ายกับ BlackBerry เป็นอย่างมาก หน้าจอเป็นแบบแนวนอน มีปุ่มกดเพื่อเลื่อนเมนู มีคีย์บอร์ด QWERTY เต็มตัว มีปุ่มควบคุมทั้งหมด 6 ปุ่ม และหน้าจอยังไม่เป็นทัชสกรีนด้วย ซึ่ง Google เรียกเจ้านี้ว่า Google Sooner ครับ

 

(หน้าตาของ Google Sooner)

แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่องาน MacWorld 2007 มาถึง Apple ได้ประกาศเปิดตัว iPhone อย่างเป็นทางการ ในขณะนั้นทุกคนใน Google รู้ตัวอยู่แล้วว่า Apple จะเปิดตัวสมาร์ทโฟน แต่ก็ไม่ได้คิดเผื่อว่า iPhone ที่ Apple เปิดตัวไปนั้นจะทำออกมาได้ดีขนาดนี้ รวมไปถึง Andy Rubin ที่เขาขอให้คนขับรถจอดรถกลางทางเพื่อดูการถ่ายทอดสดงานในวันนั้นให้จบลงอย่างสมบูรณ์ด้วย

Chris DeSalvo หนึ่งในทีมวิศวกรของ Android เปิดเผยต่อว่า หลังงาน iPhone จบลง ในฐานะผู้บริโภคเขารู้สึกตื่นเต้นกับ iPhone เป็นอย่างมาก และอยากได้มาครอบครองไว้สักเครื่อง แต่ในฐานะทีม Android นั่นคือนรกที่แท้จริง เพราะพวกเขาคิดแบบไม่ต้องเดาเลยว่า “ต้องรื้อ Android ทำใหม่ทั้งหมดแน่ๆ” และนั่นก็รวมถึง Andy Rubin อีกด้วย เพราะหลังจากจบงานวันนั้น เขาบอกกับคนที่นั่งรถไปด้วยว่า “พวกเรา” ไม่สามารถขาย Google Sooner ได้อีกแล้ว

หลังจากนั้นทีม Google ก็ใช้เวลาร่วมสองปีในการรื้อโครงสร้าง Android ใหม่ทั้งหมด รวมถึงโปรโมทโครงการ Dream ให้ขึ้นมาแทนที่ Sooner เดิม ซึ่งท้ายที่สุด มันกลายมาเป็น T-Mobile G1 หรือ HTC Dream มือถือรัน Android ตัวแรกของโลกนั่นเอง

(HTC Dream หรือ T-Mobile G1)

วิศวกรของ Android ยังบอกต่ออีกว่า Android เวอร์ชันแรกสุดที่พวกเขาเปิดตัวออกมา มีความสามารถที่ดีกว่า iPhone OS 2 ของ Apple ในขณะนั้นอย่างมากอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการรองรับบริการ Google ทั้งหมด เช่น Google Search, Google Maps หรือ YouTube และยังมี Browser ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ที่สามารถใช้บริการเว็บแอปพลิเคชันได้ทั้งหมด อีกทั้งยังมีความสามารถ Multi-Tasking ที่ iPhone OS ไม่มี และยังมีบริการ Online Store ที่เตรียมพร้อมเอาไว้อีกด้วย แต่สิ่งที่ Android ขาดไปนั่นก็คือความลื่นไหลโดยรวมของระบบ และความเร็วในการตอบสนองซึ่ง Android เวอร์ชันแรกสุด ยังทำได้ไม่ดีเท่า iPhone OS จึงเป็นเป้าที่พวกเขาต้องก้าวข้ามไปในการพัฒนา Android เวอร์ชันถัดไปอีกด้วย

ถึงแม้ว่า Android จะกลายเป็นชนวนแตกหักระหว่าง Apple และ Google ในเวลาไม่นานหลังจากที่เปิดตัวมา แต่ในปัจจุบัน Android ถือเป็นทางออกให้กับผู้ผลิตมือถือเกือบทุกเจ้าในโลก สามารถสร้าง Smartphone ที่เอามาแข่งกับ iOS ได้ รวมถึงกลายเป็นระบบหลักของ Smartphone ของตลาดในปัจจุบันนี้เช่นกัน


ที่มา: The Atlantic, MacRumors


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke