Apple แถลงผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2013 : iPhone ขายดีมาก ส่วน Software แจกฟรี กระทบนิดหน่อย

ในวันนี้ Apple ได้แถลงผลประกอบการของบริษัทในไตรมาสที่สี่ตามปีการเงินของบริษัท โดยหลักๆ จะเป็นการแถลงรายได้โดยรวมของบริษัท ซึ่งในไตรมาสนี้ Apple ทำเงินไปได้เยอะตามรายละเอียดด้านล่างนี้

รายละเอียดด้านการเงินของบริษัท

ในไตรมาสที่สี่ Apple มีรายได้ทั้งหมด 37.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กำไรสุทธิอยู่ที่ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อัตราส่วนกำไรต่อยอดรายได้อยู่ที่ 37% ถือว่าลดลงจากปีที่แล้วที่มีรายได้เพียงแค่ 36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราส่วนอยู่ที่ 40% แต่อย่างไรก็ตาม ยอดขายของทั้งบริษัท 60% เป็นยอดขายที่ได้มาจากนอกสหรัฐอเมริกาครับ

สถิติของสินค้า

ในไตรมาสที่สี่ปีนี้นั้น iPhone ขายดีขึ้นพอสมควร และทำสถิติการขายครั้งใหม่ด้วย คือกวาดยอดขายไปได้ 33.8 ล้านเครื่อง ในขณะที่ไตรมาสที่สี่ปีที่แล้วทำสถิติไปได้แค่ 26.9 ล้านเครื่องเท่านั้น ส่วน iPad ทำยอดขายได้ 14.1 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นนิดหน่อยจากเดิมที่ 14 ล้านเครื่อง ส่วนฝั่ง Mac ยอดขายกลับลดลงนิดหน่อย คือ 4.6 ล้านเครื่องในขณะที่ปีที่แล้วมียอดขาย 4.9 ล้านเครื่อง

เสียโอกาสด้านรายได้จากการแจก Software ฟรีของ Mac

ในปีนี้อย่างที่ทราบกันว่า Apple หันมาแจกซอฟต์แวร์แทนการขาย จึงทำให้ Apple ประเมินค่าความเสียหายในส่วนนี้เอาไว้สูงถึง 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของรายได้จากตรงนี้ ถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้ของทั้งบริษัท และนอกจากนั้น Apple ยังแถลงว่ายอดขาย Mac ในปีนี้ยังคงทรงตัว และสัดส่วนของ Mac ก็เพิ่มขึ้น MacBook Air ยังคงขายดีขึ้นตามกลไกของตลาด

ถึงอย่างนั้นก็ตาม Peter Oppenheimer, CFO ของบริษัท ก็ออกมาเผยเพิ่มเติมอีกว่า ในอนาคต OS X ตัวต่อไปจะแจกฟรีให้ผู้ใช้ตามเดิม ซึ่งอาจจะถือได้ว่า Apple เปลี่ยนแนวทางของบริษัทจากเดิมที่ขายทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ มาเป็นขายฮาร์ดแวร์แต่แจกซอฟต์แวร์ให้ใช้งานอย่างเต็มตัวก็เป็นได้

ท้ายที่สุด Tim Cook ประกาศปันผลหุ้นของบริษัทในอัตรา 3.05 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหนึ่งหุ้น ซึ่งจะเริ่มแจกจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทั้งนี้ Tim Cook ยังแถลงต่อว่า ในปีนี้แอปเปิลยังคงสร้างสิ่งที่น่าอัศจรรย์ขึ้นอย่างนับไม่ถ้วน โดยปรากฎการณ์ที่ใหญ่ที่สุดก็คือ ยอดขาย iPhone ที่ 33.8 ล้านเครื่องนั่นเองครับ


ที่มา: Apple Press Center, TechCrunch


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke