สรุปงาน Apple October Event 2013 เมื่อ OS X Mavericks iWork และ iLife แจกฟรี / Mac ใหม่ที่รอคอย และ iPad แรงจัดเต็ม

จบลงไปแล้วสำหรับงาน Apple October 2013 ที่งานนี้เรียกได้ว่า เป็นงานปล่อยของครั้งใหญ่ของ Apple ก็ว่าได้ เพราะ Apple ปล่อยของใหม่เยอะถึง 6 ชิ้น แถมยังเปิดตัวรุ่นใหม่ของ App ในกลุ่ม Mac/iOS ถึง 14 ตัวเลยทีเดียว มาดูกันดีกว่าว่าในงานนี้มีอะไรให้เราติดตามบ้างครับ

ความสำเร็จของ iOS 7, iPhone 5s และ iPhone 5c

ช่วงเริ่มต้น Tim Cook ได้กล่าวถึงความสำเร็จของ iOS 7 โดยบอกคร่าวๆ ว่า หลังจากที่เปิดให้ดาวน์โหลด iOS 7 ไปเมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา ใช้เวลาเพียง 5 วัน iDevice จำนวนกว่า 200 ล้านเครื่อง อัปเกรด เป็น iOS 7 เรียบร้อย ซึ่งคิดเป็น 64% ของผู้ใช้งาน iOS ทั้งหมด และมีวีดีโอเล่าถึงความสำเร็จในการขาย iPhone 5s และ iPhone 5c ในหลายๆ ประเทศที่เปิดตัวไป

นอกจากนี้ Tim Cook ยังได้อธิบายว่า App Store ในปัจจุบันมีจำนวนกว่า 1,000,000 ตัวแล้ว และมียอดดาวน์โหลดสะสมสูงถึง 60 พันล้านครั้งอีกด้วยครับ

 

OS X Mavericks มาเมื่อไหร่ ขายเมื่อไหร่ ใคร อัปเกรด ได้บ้าง??

คำถามที่ทุกคนน่าจะถามถึง นั่นคือ OS X Mavericks จะขายเมื่อไหร่? ซึ่งในงานนี้ Apple ก็ประกาศสั้นๆ แต่เจ็บถึงคู่รักตลอดกาลอย่าง Microsoft ว่า “เราไม่มีโปรโมชันราคาถูกแบบ Windows 8 Pro เพราะเรา…จะแจกฟรีให้กับ Mac ทุกเครื่อง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ” : P

โดยเครื่องที่สามารถ อัปเกรด ขึ้นมาเป็น OS X Mavericks มีดังต่อไปนี้ครับ

  • iMac – รุ่น Mid 2007 ขึ้นไป
  • MacBook – รุ่น 2008 Aluminium และรุ่น Early 2009 ขึ้นไป
  • MacBook Pro – รุ่น Mid/Late 2007 ขึ้นไป
  • MacBook Air – รุ่น Late 2007 ขึ้นไป
  • Mac mini – รุ่น Early 2009 ขึ้นไป
  • Mac Pro – รุ่น Early 2008 ขึ้นไป
  • Xserve – รุ่น Early 2009 เท่านั้น

นอกจากนี้ Apple ยังมีเงื่อนไขสำหรับการ อัปเกรด ได้แก่

  • เครื่องที่ติดตั้ง OS X Snow Leopard (10.6) ขึ้นไป
    • สามารถเข้าไปดาวน์โหลด OS X Mavericks จาก Mac App Store ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องซื้อ OS X Lion (10.7) และ OS X Mountain Lion (10.8) ก่อนติดตั้ง OS X Mavericks
  • เครื่องที่ติดตั้ง OS X Leopard (10.5) ลงไป
    • ต้องซื้อ (หรือหาแผ่น) OS X Snow Leopard (10.6) มาติดตั้งก่อน ถึงจะสามารถ อัปเกรด ได้

โดยใครที่ไม่สามารถดาวน์โหลด OS X Mavericks ได้ สามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายของ Apple เพื่อขอความช่วยเหลือในการติดตั้งได้ครับ สำหรับบ้านเรานั้นแนะนำให้ติดต่อ Mac Center หรือ iStudio ทุกสาขา เพื่อขอคำแนะนำในการติดตั้งได้เช่นกัน

 

MacBook Pro with Retina Display รุ่นใหม่

ชิ้นต่อมาเป็น MacBook Pro with Retina Display ใหม่ (ที่รอคอยมานานมาก) โดย MacBook Pro with Retina Display รุ่นนี้ ปรับมาใช้ Intel Core i รุ่นที่ 4 (Haswell) ตาม MacBook Air / iMac ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ที่สำคัญเลยคือในปีนี้ Apple เน้นใช้งาน Intel Iris มากกว่าโดยบอกสั้นๆ ว่าเจ้า Intel Iris ตัวนี้ ทำงานได้ดีกว่ารุ่นที่แล้วถึง 30% แต่ก็ยังมี NVIDIA GeForce GT 750M ให้ผู้ใช้เลือกอัปเกรดเป็นทางเลือกเสริม นอกจากนี้ยังเปลี่ยนพอร์ต Thunderblot เป็น Thunderbolt 2 เปลี่ยนระบบหน่วยความจำหลักของเครื่องไปเป็น PCie

และในรุ่นจอ 13 นิ้ว มีการเปลี่ยนแปลงภายนอกสองจุด ได้แก่ ตัวเครื่องบางลงเหลือ 0.71 นิ้ว เท่ากับรุ่นจอ 15 นิ้ว และน้ำหนักลดลงเหลือ 1.57 กิโลกรัม

ที่สำคัญที่สุดเลยคือ MacBook Pro รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในงานนี้ เป็นรุ่น Retina Display ทั้งหมด ส่วนรุ่นเก่า เหลือแค่ MacBook Pro จอ 13 นิ้ว ทำตลาดเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น เมื่อสรุปสเปคในภาพรวม จะแบ่งได้ดังนี้

  • ปรับซีพียูขึ้นมาเป็น Intel Core i รุ่นที่ 4
    • รุ่น 13 นิ้ว – ใช้ซีพียู Intel Haswell (Core i5 แบบ Dual-Core) ความเร็วเริ่มต้น 2.4 GHz อัปเกรดได้สูงสุดคือ Core i7 แบบ Dual-Core ความเร็ว 2.8 GHz
    • รุ่น 15 นิ้ว – ใช้ซีพียู Intel Crystalwell (Core i7 แบบ Quad-Core) ความเร็วเริ่มต้น 2.0 GHz อัปเกรดได้สูงสุด 2.6 GHz
  • ปรับหน่วยประมวลผลกราฟิกมาเป็น Intel Iris
    • รุ่น 13 นิ้ว – เป็น Intel Iris
    • รุ่น 15 นิ้ว – เลือกได้ทั้ง Iris Pro และ Nvidia GeForce 750M
  • แบตเตอรี่
    • รุ่น 13 นิ้ว – ใช้งานได้นานสูงสุด 9 ชั่วโมง
    • รุ่น 15 นิ้ว – ใช้งานได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมง
    • ทั้งสองรุ่น สามารถ Standby ได้ 30 วัน
  • การเชื่อมต่อ
    • รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi 802.11ac
    • รองรับ Bluetooth 4.0
    • มีพอร์ต Thunderbolt 2 ให้ 2 พอร์ต, พอร์ต USB 3.0 จำนวน 2 พอร์ต
  • หน่วยความจำหลัก
    • ใช้หน่วยความจำแฟลชแบบ PCie
    • รุ่น 13 นิ้ว – ให้ความจุเริ่มต้น 128 GB อัปเกรดได้สูงสุด 1 TB
    • รุ่น 15 นิ้ว – ให้ความจุเริ่มต้น 256 GB อัปเกรดได้สูงสุด 1 TB
  • ราคา
    • รุ่น 13 นิ้ว – ราคาเริ่มต้นที่ 43,900 บาท (ราคานักศึกษา 40,500 บาท) สำหรับรุ่นล่างสุด
    • รุ่น 15 นิ้ว – ราคาเริ่มต้นที่ 66,900 บาท (ราคานักศึกษา 63,500 บาท) สำหรับรุ่นล่างสุดที่ใช้ Intel Iris Pro อย่างเดียว

สามารถสั่งซื้อได้จาก Apple Online Store ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ ได้ของกลางเดือนประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วน iStudio และ U-Store คงต้องรอดูกันอีกสักพักว่าจะนำมาจำหน่ายเมื่อไหร่ครับ

 

Mac Pro

Apple ออกมาอธิบายถึงความแรงของ Mac Pro เพิ่มเติมจาก หลังจากที่เกริ่นค้างไว้ในงาน WWDC’ 13 ที่ผ่านมา โดยในแต่ละประเด็นมีดังต่อไปนี้

  • หน่วยประมวลผลหลัก
    • ใช้ Intel Xeon E5 ทั้งสองรุ่น
    • รุ่น Quad-core ใช้ซีพียูความเร็ว 3.7 GHz (อัปเกรดเป็น 6-core/8-core และ 12-core ได้)
    • รุ่น 6-core ใช้ซีพียูความเร็วเริ่มต้น 3.5 GHz และอัปเกรดเป็น 8-core หรือ 12-core ได้ 

  • หน่วยประมวลผลกราฟิก
    • AMD FirePro D300 มีแรมเริ่มต้น 2 GB สำหรับรุ่น Quad-core
    • AMD FirePro D500 มีแรมเริ่มต้น 3 GB สำหรับรุ่น 6-core
    • ให้มาแบบสองตัวในเครื่องเดียว (Dual-GPU)

  • แรม
    • เริ่มต้น 12 GB อัปเกรดได้สูงสุด 64 GB สำหรับรุ่น Quad-core
    • เริ่มต้น 16 GB อัปเกรดได้สูงสุด 64 GB สำหรับรุ่น 6-core

  • หน่วยความจำหลัก
    • เปลี่ยนมาใช้ PCie แบบเดียวกับสาย MacBook Pro with Retina Display แล้ว โดย Apple เคลมว่ามีความเร็วเพิ่มขึ้น 2.4 เท่า เมื่อเทียบกับ SSD ที่ใช้สาย SATA และเร็วกว่า 10 เท่า เมื่อเทียบกับ HDD ความเร็ว 7200 รอบต่อนาทีที่ใช้สาย SATA เช่นกัน
    • มีความจุเริ่มต้นให้ 256 GB อัปเกรดได้สูงสุด 1 TB
    • ความเร็วในการอ่านสูงสุด 1.2 GB ต่อวินาที
    • ความเร็วในการเขียนสูงสุด 1 GB ต่อวินาที

  • การเชื่อมต่อ
    • พอร์ต USB 3.0 จำนวน 4 พอร์ต
    • พอร์ต Thunderbolt 2 จำนวน 6 พอร์ต
    • พอร์ต Ethernet จำนวน 2 พอร์ต แบบ Dual-Gigabit
    • พอร์ต HDMI 1 พอร์ต ใช้ HDMI Profile เวอร์ชัน 1.4 UltraHD รองรับการเชื่อมต่อกับโทรทัศน์ความละเอียด 4k
    • รองรับ Wi-Fi 802.11ac
    • รองรับ Bluetooth 4.0
    • รองรับการต่อหน้าจอ Monitor ความละเอียด 4k พร้อมๆ กันจำนวน 3 จอ และหน้าจอความละเอียด FullHD สูงสุด 6 จอ
  • อัตราการใช้พลังงาน
    • ใช้พลังงานเพียง 43 W น้อยกว่า Mac Pro รุ่นที่แล้วถึง 70%
    • ทำงานเงียบเพียงแค่ 12 เดซิเบล (ขณะที่เครื่องว่างงาน) เทียบเท่า Mac Mini และน้อยกว่า Mac Pro รุ่นที่แล้ว
  • ราคา
    • รุ่น Quad-core – ราคาเริ่มต้นที่ 99,000 บาท
    • รุ่น 6-core – ราคาเริ่มต้นที่ 132,900 บาท
  • การวางจำหน่าย
    • จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคมนี้ครับ

 

iLife และ iWork

Apple เปิดตัว iLife และ iWork เวอร์ชันใหม่หมดจด ทั้งฝั่ง Mac และ iOS และประกาศแจก iLife และ iWork ให้ฟรีสำหรับ iOS และ Mac เครื่องใหม่อีกด้วย โดยในกรณีของ Mac รุ่นใหม่ที่สั่งหลังจากวันนี้ Apple จะติดตั้ง iLife และ iWork มาให้ทั้งหมด (เป็นการกัด Microsoft เรื่อง Office 365 ที่ต้องจ่ายรายเดือน เดือนละ 249 บาท) ส่วน iOS จะใช้เงื่อนไขเดียวกันกับ iWork ที่แจกไปก่อนหน้านี้ คือต้องเป็นเครื่องที่ซื้อใหม่ หรือเปิดใช้งานบน iOS 7 หลังวันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไปครับ

สำหรับฟีเจอร์ใหม่ๆ นั้น ในฝั่ง iLife ไม่มีอะไรใหม่มาก นอกจากปรับหน้าตา ให้เข้ากับ OS X Mavericks และ iOS 7 แต่สำหรับฝั่ง iWork นั้น Apple ทำให้ iWork สามารถแก้ไขเอกสารฉบับหนึ่ง แบบพร้อมๆ กันหลายบุคคลในเวลาเดียวกันได้ เป็นความสามารถแบบเดียวกับ Google Docs และนอกจากนี้เรายังสามารถแชร์เอกสารขึ้น iCloud เพื่อแบ่งปัน หรือแก้ไขพร้อมๆ ผ่าน iWork for iCloud ได้เช่นกัน

สำหรับ iLife มีการสาธิตลูกเล่นใน Garageband อย่างเดียว นั้นคือเพิ่มลูกเล่นจังหวะตีกลองให้เหมาะกับแนวเพลงของผู้ใช้ที่ต้องการ เพราะผู้ใช้งานต่างก็มีแนวดนตรีที่แตกต่างกัน และกลองเป็นเครื่องดนตรีกำหนดจังหวะที่สำคัญ ทำให้ Garageband ต้องเพิ่มลูกเล่นนี้เข้ามา

iPad Air

พระเอกประจำงานนี้ก็มาถึง นั้นคือ iPad รุ่นใหม่ โดยปีนี้ Apple เลิกใช้เลขรุ่นในการนับรุ่น iPad อย่างเป็นทางการ และเปลี่ยนชื่อใหม่ของ iPad จอ 9.7 นิ้ว รุ่นใหม่ มาเรียกว่า iPad Air สำหรับความใหม่ใน iPad Air ก็บาง เบา สมชื่อ เริ่มด้วยการตัดขอบข้างตัวเครื่องทั้งหมด ให้บางลง 40% ตัวเครื่องที่บางลงเหลือ 7.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 469 กรัมในรุ่น Wi-Fi และ 478 กรัม ในรุ่น Wi-Fi + Cellular

หัวใจหลักของเครื่อง เปลี่ยนมาใช้ Apple A7 แบบเดียวกับ iPhone 5s ทำงานได้เร็วขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นที่แล้ว และทำงานได้เร็วกว่า iPad รุ่นแรก ถึง 8 เท่าในด้านการประมวลผล และ 72 เท่าในด้านกราฟิก และสามารถใช้งานได้นานถึง 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้งครับ

นอกจากนี้ในด้านระบบเครือข่าย iPad Air ยังเปลี่ยนมาใช้ตัวรับสัญญาณสองตัว ทำให้สามารถรับสัญญาณได้ดีขึ้น และนอกจากนี้ยังได้เพิ่มการรองรับย่านความถี่ของเครือข่าย LTE เพิ่มเข้ามาแบบเดียวกับ iPhone 5s ด้วย จึงทำให้ iPad Air เป็นแท็บเล็ตที่รองรับการเชื่อมต่อ LTE ที่ครบถ้วนที่สุดเหมือน iPhone 5s อีกด้วย และนอกจากนี้ใน iPad Air ยังได้เพิ่มไมโครโฟนเข้ามาในตัวถึง 2 ตัวด้วย เพื่อใช้ในการถ่ายวิดีโอ และการสื่อสารทั้งผ่าน FaceTime และแอปพลิเคชันอื่นๆ ครับ

ส่วนราคานั้น Apple ตั้งราคาเริ่มต้นที่ 499 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับรุ่น Wi-Fi ขนาด 16 GB และราคา 629 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับรุ่น Cellular ขนาด 16 GB ครับ โดยจะเริ่มจำหน่วยในประเทศกลุ่มแรกวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ส่วนบ้านเรารอกันต่อไป ส่วนตัวคิดว่าก่อนสิ้นปีน่าจะได้เห็นกันครับ

 

iPad mini with Retina Display

สำหรับ iPad mini รุ่นที่ 2 นั้น Apple เรียกชื่ออย่างเป็นทางการว่า iPad mini with Retina Display แน่นอนครับว่าของใหม่โต้งๆ คงเป็น Retina Display ตามแบบที่หลายๆ คนเรียกร้องกันมา และนอกจากนี้ Apple ยังใช้โอกาสนี้ในการอัปเกรดสเปคเครื่องให้เทียบเท่า iPad Air ด้วย นั่นก็คือเปลี่ยนหน่วยประมวลผลมาเป็น Apple A7 ที่เคลมว่าทำงานได้เร็วกว่า iPad mini รุ่นแรกถึง 4 เท่า ประมวลผลกราฟิกดีกว่ารุ่นเก่าถึง 8 เท่า และแบตเตอรี่ที่อัปเกรดใหม่ให้ใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมง

สำหรับราคา Apple ประกาศราคาเริ่มต้นที่ 399 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับรุ่น 16 GB Wi-Fi และที่ราคา 529 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับรุ่น 16 GB Cellular ครับ โดยจะเริ่มขายภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่ยังไม่บอกวันที่เหมือน iPad Air ครับ

และนอกจากนี้ Apple ยังได้ประกาศต่ออายุ iPad รุ่นเก่าทั้งสองตัว คือ iPad 2 และ iPad mini รุ่นแรก โดย iPad 2 ในปีนี้ Apple ยังคงต่ออายุไปอีก 1 ปี ลดราคาเหลือ 13,500 บาท สำหรับรุ่น 16 GB + Wi-Fi และ 17,500 บาท สำหรับรุ่น 16 GB + 3G ส่วน iPad mini ยังได้โอกาสในการขายต่ออีก 1 ปี และลดราคาเหลือ 9,900 บาท สำหรับรุ่น 16 GB + Wi-Fi และที่ราคา 14,400 บาทสำหรับรุ่น 16 GB + Cellular

จะเห็นได้ว่าในงานนี้ Apple แอบจัดหนักจัดเต็มเช่นกัน ใครที่อยากดู Keynote งานย้อนหลัง สามารถดูได้จากลิงค์นี้

Apple October Event 2013

แต่ถ้าอยากดูราคากับซื้อของใหม่ที่เปิดตัววันนี้ เข้าไปชมรายละเอียดได้ที่ “สรุปราคาสินค้าใหม่ใน Apple Online Store ประเทศไทย iPhone มารอขาย Mac มาครบ iPad mini ลดราคารอรุ่นใหม่

 

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้จากทาง Facebook.com/MacStroke หรือ Twitter @MacStroke


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke

Comments

  1. […] หลังจาก Apple เปิดตัว OS X Mavericks / MacBook Pro With Retina Display /… พร้อมกับประกาศกำหนดการวางขายสินค้าในงาน ฉะนั้นมาดูกันว่าใน Apple Online Store ประเทศไทย สินค้าใหม่ของ Apple ที่เปิดตัว / เปิดขาย มีอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ ส่งมอบสินค้าได้เมื่อไหร่ […]