Mini Review: iPad mini แท็บเล็ต 7 นิ้วที่ดีที่สุดในขณะนี้ ซื้อดีหรือไม่?

เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา iPad mini ก็ได้ฤกษ์ปรากฎตัวออกมาให้ชาวโลกยลโฉมกันเสียที ด้วยรูปร่างที่เล็กกระทัดรัด มาพร้อมหน้าจอสีสันสวยงาม ขนาด 7.9 นิ้ว และราคาเปิดตัวที่เริ่มต้นเพียง 11,200 บาท ทำให้หลาย ๆ คน กำลังจับตามองเจ้าตัวเล็กนี้ ว่าจะเหมาะสมกับการใช้งานของเราแค่ไหนกัน?

 

ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยว่า ถ้าอยากดูรีวิวแกะกล่อง ภาพสวย ๆ ไปค้นหาใน Google นะครับ คนเขียนเยอะแล้ว  (พูดง่าย ๆ คือขี้เกียจเขียนนั่นเอง)

ครั้งนี้ทีมงานได้มีโอกาสไปจับ iPad mini และเล่นกับมันอยู่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง จึงขอนำความรู้สึกมาเขียน ถ่ายทอดให้ได้อ่านกันนะครับ

 

ถ้าให้สรุปสเป็คของ iPad mini คร่าว ๆ เป็นข้อ จะได้แบบนี้

  • ถ้ามี iPad ตัวใหญ่อยู่แล้ว เจ้า iPad mini ทั้งเครื่องจะมีขนาดแค่หน้าจอ iPad ตัวใหญ่นี่ล่ะ
  • หรือให้เทียบกับสิ่งของ ลองเอากระดาษ A4 มาตัดครึ่งดู จะเล็กกว่านั้นด้านละ 1 ซ.ม.
  • บางประมาณ iPhone 5 คือมันบางกว่า iPad ตัวใหญ่มาก ๆ
  • เบาประมาณ iPhone 4/4S 2 เครื่อง หรือ iPhone 5 จำนวน 3 เครื่องรวมกัน
  • ไส้ในมันคือ iPad 2 ความเร็วเครื่องเท่ากัน ความละเอียดหน้าจอเท่ากัน
  • แบตเตอรีอึด 10 ชั่วโมงเหมือนกัน เครื่องไม่ร้อนเหมือน iPad 3 กินไฟต่ำด้วย
  • ลำโพงเสียงดีกว่า iPhone, iPad, iPod touch ทุกรุ่นที่มีมา เพราะมันเป็นลำโพง Stereo นั่นเอง

iPad mini รุ่นที่วางจำหน่ายในต่างประเทศตอนนี้ (รวมถึงเครื่องหิ้วบน MBK) เป็นรุ่น Wi-Fi อย่างเดียวนะครับ คือสามารถเล่นเน็ตได้หากต่อ Wi-Fi แต่จะใส่ซิมไม่ได้

ส่วนรุ่นที่ใส่ซิมได้ (รุ่น Wi-Fi + Cellular) จะเล่นเน็ตจากเครือข่าย 3G ในบ้านเราได้ แต่โทรออกและใช้ SMS ไม่ได้ครับ

 

สัมผัสแรก

สิ่งแรกที่เห็นหลังเปิดกล่องมาคือ งานประกอบมันดีมาก ๆ ดีจนไม่น่าเชื่อว่านี่คืออุปกรณ์ราคาหมื่นบาทนิด ๆ วัสดุทนทาน ไม่เป็นรอยขีดข่วนง่าย ดูท่าว่าสีจะไม่ลอกง่าย ๆ เหมือน iPhone 5 ด้วย เคลือบสีอลูมิเนียมมาได้ดีทีเดียว คงเพราะเครื่องมันใหญ่กว่า การผลิตเลยทำได้ง่ายกว่าไปด้วย

งานประกอบโดยรวมเนี้ยบ ไร้ที่ติ ไม่ง๊องแง๊ง ดูเกินราคา การตัดขอบเพชรแบบเดียวกับ iPhone 5 ทำให้เครื่องดูหรูหราไปเลย

 

ในเรื่องของกล่อง กล่องของสิงคโปร์ใหญ่จนน่าตกใจ เพราะหัวปลั๊ก 3 ขาน่าเกลียด ๆ ทำให้กล่องใหญ่เกือบเท่ากล่อง iPad ปกติ ถ้าเป็นกล่องไทย หรือกล่องสหรัฐฯ น่าจะเล็กกว่าพอสมควรทีเดียว ลองดูภาพกล่องจาก MacRumors ได้ครับ

  • ในกล่องมีสายชาร์จให้ 1 เส้น กับปลั๊กเสียบชาร์จ ไม่มีหูฟังให้
  • ในกล่องมีที่ชาร์จแบบเดียวกับ iPhone มาให้ (กำลังไฟ 5 วัตต์) ดูท่าว่าจะชาร์จแบตช้าไปหน่อย เพราะแบตจุกว่า iPhone 3 เท่า (ยังไม่ได้ลองชาร์จนะครับ แค่สันนิษฐาน)
  • ถ้าชาร์จช้าจนทนไม่ไหวก็ไปซื้อที่ชาร์จ iPad ตัวใหญ่มาใช้แทนก็ได้ เพิ่มเงิน 950 บาท ได้สายยาว ๆ ด้วย

 

หลังจากลองหยิบมาถือ…

  • ความรู้สึกแรกคือ เครื่องเบามาก เบาแบบถือมือเดียวได้โดยไม่เมื่อยมือเลย
  • แต่การถือมือเดียวนาน ๆ อาจทำให้ปวดฝ่ามือเนื่องจากการกดทับของขอบเครื่อง ต้องเปลี่ยนท่าถือบ่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้เมื่อยทันทีใน 5-10 นาทีแบบ iPad ตัวใหญ่แน่ ๆ
  • เพราะว่าขอบมันเล็ก เราสามารถถือ iPad mini โดยเอานิ้ววางทับหน้าจอได้ โดยไม่กีดกันการทำงานของหน้าจอ เครื่องมันรู้ว่านิ้วไหนเราวางพักไว้ นิ้วไหนเราจิ้มอยู่ ฉลาดมาก ๆ แม่นยำประมาณ 90% เลย
  • มันไม่ใช่ iPod touch จอยักษ์ มันคือ iPad จอเล็ก ทุก App ใช้งานเหมือนบน iPad เครื่องใหญ่ได้สมบูรณ์แบบ

 

หน้าจอคมชัด สวยงาม แต่ไม่ใช่ Retina Display

  • สีสันของหน้าจอ iPad mini ดีกว่า iPad 2 แบบไม่เห็นฝุ่น เทียบเท่า iPhone 4S ได้เลย
    (คือ สีสดสู้ iPad 3, iPad 4, iPod touch ใหม่ กับ iPhone 5 ไม่ได้)
  • เม็ดสีบนจอดูดีกว่า iPad 2 มาก
  • จอสวยในระดับที่คนใช้ iPad 2 มา หรือคนที่ไม่ได้ใช้ iPad เป็นประจำ จะบอกว่าจอชัดมาก สวยมาก คมมาก
  • แต่ถ้าเป็นคนใช้ iPad 3 ทุกวัน จะบอกว่าจอมันไม่คม และสีไม่สวยเท่า
  • ตัวอักษรบนจอไม่เล็กเลย แปลกใจเหมือนกัน มันอ่านสบายกว่าบน iPhone มากทั้ง ๆ ที่จอ iPhone ชัดกว่า
  • ให้ผู้ใหญ่อายุ 50 เล่น iPad mini ก็บอกว่าอ่านง่าย ซูมเข้ามาดูก็แสดงผลได้ชัดเจน

 

ภาพ Close-up ของหน้าจอ iPad mini หากดูใกล้ ๆ จะพบว่าจอไม่ละเอียดเท่า iPad 3 แต่ก็ถือว่าคมชัดมาก

 

ตัดรูปด้านบนมาให้ดูเต็ม ๆ แบบ 100% ไม่ปรับความละเอียด
(คลิกเพื่อดูรูปขนาดเต็ม)

 

คีย์บอร์ดไม่ใหญ่ แต่ใช้เพลิน

  • คีย์บอร์ดแนวตั้งบนจอขนาด 7.9 นิ้ว เป็นอะไรที่ใช้สองมือจิ้มสนุกมาก ๆ ปุ่มใหญ่ กดง่ายกว่า iPhone เยอะ
  • ส่วนตัวคิดว่าคีย์บอร์ดในแนวตั้งกดง่ายกว่าบน iPad เครื่องใหญ่มาก
    เพราะเราเอื้อมนิ้วไปกดได้ถึงทุกปุ่มนั่นเอง ขนาดพอดีมือมาก ๆ
  • พอวางเครื่องเป็นแนวนอน ตอนแรกก็คิดว่าคีย์บอร์ดจะพิมพ์ไม่สะดวกเหมือนบนคอม
    แต่ไม่ใช่เลย พิมพ์ได้ไวเท่า iPad ตัวใหญ่ทุกประการ อาจจะมีพิมพ์ผิดเล็กน้อย แต่ก็ไม่ผิดเยอะเท่าคีย์บอร์ดไทย 4 แถวบน iPhone
  • สรุปคือมันพิมพ์งานได้ไว 80-90% ของการพิมพ์บนคอม เร็วพอ ๆ กับ iPad ตัวใหญ่เลย

 

 

กล้องชัด แต่ก็ไม่ได้ชัดขนาดนั้น

  • กล้องชัดดี ชัดกว่า iPhone 4 แต่ไม่ได้ชัดเท่า iPhone 4S หรือ iPhone 5
  • ถ่ายในที่แสงน้อยนี่เห็นเลยว่ามี Noise เยอะมาก
  • กล้องให้ความรู้สึกว่าชัดประมาณกล้องของ iPad 3 หรือ iPod touch รุ่นใหม่ ยังมีปัญหาเรื่องการวัดแสงอยู่พอสมควร
  • เนื่องจากกล้องไม่มีไฟแฟลช และวัดแสงในที่มืดไม่ดี เลยควรเอาไว้ถ่ายในที่สว่าง ๆ จะดีกว่า
  • กล้องหน้าน่าพอใจมาก ความละเอียด HD ถ่ายรูปตัวเองสวย สาว ๆ น่าจะชอบกัน
  • สรุปคือกล้องมีไว้ถ่ายเล่นขำ ๆ ได้ ไม่ได้ชัดระดับ iPhone อย่าไปคาดหวังอะไรกับมันมาก

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง iPad mini (ย่อขนาดลง 50%)

 

ตัดรูปด้านบนมาให้ดูแบบ 100% เต็ม
จะเห็นได้ชัดว่ากล้อง iPad mini ยังจัดการกับภาพในที่แสงน้อยได้ไม่ดีนัก

 

 

 สรุปส่งท้าย

ถือว่า Apple ทำ iPad mini ออกมาได้อย่างลงตัวและเหมาะสมกับราคาแล้วจริง ๆ ด้วยงานประกอบที่หรูหรา และดีกว่า Tablet ขนาดเล็กทุกยี่ห้อในตลาด กอปรกับความเร็วเครื่องที่น่าพอใจ ถึงจะไม่เร็วเท่า iPad 4 แต่ก็ไม่ได้ถือว่าช้าหรือกระตุกเลย App ทุกตัวของ iPad 2 เดิมก็สามารถทำงานบนนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ถ้ามี iPad 2 หรือ iPad 3 อยู่แล้ว:
ขอให้ลองจับเครื่องจริงดูก่อน แล้วตัดสินใจเองว่าจะเปลี่ยนมาใช้เครื่องเล็กลงดีไหม เพราะจอไม่ชัดและไม่สวยเท่า iPad 3 (แต่คนใช้ iPad 2 จะชอบจอ iPad mini มาก) ถ้าไม่ใช่ ก็ใช้เครื่องเดิมต่อไปหรือซื้อ iPad 4 ดีกว่า
 

ถ้ามี iPhone อยู่แล้ว:
ซื้อ iPad mini มาใช้ควบคู่ไปด้วยได้เลย การใช้งานทั่วไปมันสนุกกว่าใช้บนจอเล็ก ๆ 3-4″ ของ iPhone มาก แต่เรื่องการทำงานหลัก ๆ อย่างความเร็วเครื่อง เวลาเล่นเกมหนัก ๆ หรือกล้องถ่ายภาพ จุดนี้ iPhone ดีกว่าแบบชัดเจน ทดแทนกันแทบไม่ได้เลย
 

ถ้ายังไม่เคยมี iPad เลย:
นี่เป็นโอกาสที่ดีมาก ในการซื้อ Tablet 1 เครื่องมาใช้ เพราะ iPad mini เป็น Tablet ขนาดเล็กที่ดีที่สุดในตลาดขณะนี้จริง ๆ เงินหมื่นกว่าบาทกับยี่ห้ออื่น คุณจะไม่ได้งานประกอบในระดับนี้แน่ ๆ งานประกอบเนี้ยบ มี App ใช้เยอะ เล่นสนุก ไม่เบื่อง่ายเหมือน Tablet ยี่ห้ออื่น ทุกอย่างดูลงตัวมาก
 

ถ้าบอกว่า iPad mini ไม่มี Retina DIsplay:
คนที่กล่าวแบบนี้ ขอให้ไปหาเครื่องจริงมาลองเล่นดูครับ ความรู้สึกแรกคือจอมันไม่ชัดเท่า Retina DIsplay หรอก แต่ก็ดีมากในระดับราคา 10,000 บาทต้น ๆ แล้ว การแสดงสีสันของจอทำได้ค่อนข้างสมจริง หลายอย่างที่ iPad mini ทำได้ มันดีกว่าที่คุณเห็นสเป็คบนกระดาษเยอะครับ รับรองว่าได้เล่นแล้วต้องถูกใจ และมองข้ามเรื่องหน้าจอไปได้แน่ ๆ
 

 

ตอนนี้ iPad mini เปิดให้สั่งซื้อบน Apple Online Store ประเทศไทย ในราคาเริ่มต้น 11,200 บาท สำหรับรุ่น 16GB (Wi-Fi) ที่ http://store.apple.com/th แล้ว ส่วนรุ่นใส่ซิมได้ (Wi-Fi + Cellular) เปิดให้สั่งจองเร็ว ๆ นี้ครับ

ถ้ามีข้อผิดพลาดใด ๆ ใน Mini Review ฉบับนี้ ก็คงต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ครั้งหน้า เราจะมา Review เจ้า iPad mini แบบเต็ม ๆ ให้ทุกท่านชมกันแน่นอน


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke