เปิดทิศทางธุรกิจ LINE ปี 2017 “คุณพร้อมหรือยังสำหรับโลกที่เปลี่ยนไป”

IMG_0017

ถ้าชีวิตของทุกคนอยู่กับ Smartphone เป็นหลัก อีกสิ่งที่แยกไม่ออกสำหรับผู้ใช้ Smartphone ในไทย ก็คงเป็น LINE ที่เป็น App ที่ทุกคนรู้จักในฐานะ Chat ยอดนิยมที่เริ่มต้นจากกระแสใช้งานฟรีมาจนถึง “Sticker” และเติบโตมาเป็นมากกว่าแค่ Chat ถึงทุกวันนี้นั้น เป้าหมายและความก้าวหน้าของ LINE ที่จะเกิดขึ้นในปี 2017 นี้มีอะไรบ้าง

 

ความแข็งแรงจากปี 2016

IMG_0002

ปี 2016 ที่ผ่านมา LINE มีผู้ใช้งานทั่วโลกรวม 217 ล้านราย โดยในประเทศไทย ถือเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น โดยสิ่งที่ทำรายได้ให้กับ LINE สูงสุดคือเกมซึ่งทำให้ Line กลายเป็น App ที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลก

IMG_0073

สำหรับประเทศไทย LINE มีผู้ใช้งานถึง 94% ของจำนวน Smartphone โดยเมื่อนำสถิติค่าเฉลี่ยของเวลาที่ใช้งาน Smartphone โดยเฉลี่ยของคนไทยที่อยู่ที่วันละ 234 นาที จะพบว่าคนไทยอยู่กับ LINE เฉลี่ยวันละ 70 นาที ซึ่งถือว่าแทบจะเป็น App ประจำวันของคนไทยที่ขาดไม่ได้เลยก็ว่าได้

IMG_0003

ส่วนที่สำคัญที่สุดของความสำเร็จของ LINE คือ Sticker ที่คนไทยโหลดกันถึง 500 ล้านชุด รวมถึงความสำเร็จของ Content อย่าง ​LINE TV ที่กระแสของซีรีส์ดัง ๆ หลายเรื่อง ดึงดูดให้คนเข้ามาชมใน LINE TV กันอย่างล้นหลาม และบริการล่าสุดอย่าง LINE MAN ที่ขึ้นแท่นเป็นบริการสั่งอาหารส่งถึงบ้าน / ส่งของ อันดับ 1 ของตลาดในตอนนี้

 

บริการของ LINE = ความแข็งแรงของ LINE = ความแข็งแรงของธุรกิจทุกวงการ

IMG_0009

อย่างที่ทราบกันว่าโลกตอนนี้หมุนไปทาง digital สิ่งต่าง ๆ ที่เคยมีในโลกแบบเดิม ๆ ต้องปรับตัวเข้าหาพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป บริการที่ LINE มีในมือ ก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อฆ่าสิ่งที่มีอยู่แล้ว ตรงกันข้าง บริการของ LINE พยายามดึงธุรกิจเดิมให้มีช่องทางมากขึ้น ตัวอย่างเช่น

  • LINE TV : ละคร รายการ จากช่องต่าง ๆ นำมาลงฉายเพิ่มยอดผู้ชม
  • LINE MAN : เพิ่มยอดขายให้ร้านอาหารด้วยการส่งอาหารถึงบ้าน
  • LINE Today : สิ่งพิมพ์สำนักข่าวขายเนื้อหาได้มากช่องทางมากขึ้น

มุมมองของ LINE ที่เล่าถึงบริการเหล่านี้ ส่วนหนึ่งคือการย้ำถึงทิศทางของโลกที่ไปในทาง OtoO (Online to Offline หรือจะ Offline to Online ก็ได้) ซึ่งตรงกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่การบริโภคเนื้อหา ก็สำคัญไม่แพ้กับการทำให้มันอยู่ถูกที่ เข้าถึงทุกคนได้สะดวก ซึ่งบริการต่าง ๆ ในปี 2017 จะเพิ่มสิ่งต่าง ๆ ดังนี้

  • LINE TV : รายการแนวกีฬา / ความสวยความงาม
  • LINE Today : ใช้ความแข็งแรงของจำนวนผู้ใช้ LINE ผันตัวเองเป็นศูนย์รวมการอ่านข่าวอันดับ 1
  • LINE MAN : ส่งเสริม E-Commerce ให้เติบโต ด้วยการเป็นช่องทางหนึ่ง ที่ให้ร้านค้าบนโลกออนไลน์ สามารถส่งสินค้าถึงผู้รับได้ เร็ว สะดวก และมั่นใจมากขึ้น โดยร่วมมือกับ Startup อย่าง Alpha

 

ยุคของ Bot กับ Becon มาถึงแล้ว

สมัยที่เรามี Smartphone กันใหม่ ๆ เราทุกคนต่างโหลด App กันอย่างเต็มที่ แต่มาถึงวันนี้ ตลาดของ App เข้าสู่จุดอิ่มตัวแล้ว App กลายเป็นสิ่งที่มีแค่เท่าที่ใช้เท่านั้น พื้นที่ใน Smartphone มีไว้เพื่อเก็บเพลง / ภาพ ฯลฯ มากกว่า App

IMG_0072LINE มองความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นโอกาส จึงพัฒนาระบบ Chat Bot ที่ทำให้เหล่า Official Account สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ โดยหลักการทำงานของ Chat Bot นั้น เพียงแค่พิมพ์สิ่งที่ต้องการทราบ ระบบจะตอบคำถามโดยการดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องมานำเสนอให้ทันที ระบบ Chat Bot จึงประยุกต์เข้ากับบริการต่าง ๆ ได้ง่าย ตอบคำถามได้ตรงโดยไม่จำเป็นต้องใช้คนตอบจำนวนมาก และใช้บริการต่าง ๆ จาก Account ใน LINE ได้ครบโดยไม่ต้องโหลด App ของสินค้าหรือบริการนั้น ๆ มาติดตั้งในเครื่อง โดยสินค้าและบริการที่ใช้ระบบ Chat Bot ของ LINE แล้วตอนนี้ ได้แก่ LINE Finance / Citi / คนอร์ / Shell / Wongnai / Lazada / Uber

ตัวอย่าง Chat bot ของ Wongnai

ตัวอย่าง Chat bot ของ Wongnai

อีกสิ่งที่ LINE นำมาเสริมเป็นความสามารถใหม่คือระบบ Becon ที่เพียงแค่อยู่ใกล้ ๆ กับบริเวณร้านค้าต่าง ๆ ระบบจะส่งโปรโมชั่นของร้านค้านั้น ๆ เข้ามาใน LINE ให้ทันที ซึ่งช่วยขยายศักยภาพในการขายสินค้าและบริการของร้านค้าต่าง ๆ ตรงเข้าสู่ผู้ใช้งาน LINE ที่เข้าใกล้ร้านเหล่านั้นได้ทันที

IMG_0031

 

สรุป

IMG_0023

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การผันตัวเองให้เป็นผู้ให้บริการด้าน Digital ที่ LINE นำเสนอ บางบริการอาจจะยังไม่ได้ประสบความสำเร็จนัก แต่ก็มีศักยภาพที่ทำให้ LINE มีรายได้จากทางนั้น ในขณะเดียวกัน LINE แสดงความมุ่งมั่นที่จะรักษารูปแบบของสิ่งเดิม เพิ่มเติมคือผสานความสมัยใหม่ให้สิ่งเดิมยังเดินต่อไปได้ ความสำเร็จของ LINE ในปี 2017 คงวัดได้จากการเติบโตของอุตสาหกรรในภาพรวม เพราะถ้าอุตสาหกรรมต่าง ๆ เติบโตได้เพราะ LINE เป็นส่วนหนึ่งในนั้น

IMG_0007

“และ … เชื่อว่า LINE ก็คงตั้งใจให้เป็นเช่นนั้นด้วยเช่นกัน”


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke