เมื่อ dtac ขอ “พลิก” อย่างแตกต่าง เป็นตัวเองแบบไม่ต้องตามใคร

ถ้าถามถึงสีสันของการแข่งขันในวงการโทรคมฯ dtac ถือเป็นเครือข่ายที่ตอนนี้อาจดูจะไม่มีอะไร แถมอนาคตดูน่าเป็นห่วงสุดเมื่อเทียบกับ AIS หรือ TrueMove H ที่มีใบอนุญาตคลื่น 1800 / 900 MHz ที่ให้บริการได้อีกนาน แต่ใช่ว่า dtac จะอยู่เฉย ๆ หรือไม่ทำอะไรไปมากกว่าแค่การตลาด พรีเซ็นเตอร์คนสวยระดับประเทศ เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ dtac ได้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อ dtac ใช้สโลแกนหลักใหม่ว่า “แค่พลิก ชีวิตก็ง่าย” แต่ถ้าแค่เปลี่ยนสโลแกนอย่างเดียว คงไม่มีความหมายอะไรให้เขียนเล่าได้แน่นอน ความตั้งใจของ dtac คืออะไร? ในเวลาที่ดูเหมือนสิ่งต่าง ๆ ในวงการตอนนี้ ทำให้ dtac ดูเป็นรองคู่แข่งอยู่ การพลิกครั้งนี้มีความหมายอะไรบ้าง dtac เล่าให้ฟังอย่างนี้ครับ

dtac (16 of 48)ลงทุนกับทุกสิ่งที่จับต้องได้ เพื่อปัจจุบันและอนาคต

จุดอ่อนสำคัญที่ dtac ก็ยอมรับกันตรง ๆ คือเรื่อง “คุณภาพสัญญาณ” โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา dtac ไล่ลงเสาสัญญาณมากถึง 17,000 ต้น โดยปี 2016 ที่ผ่านมา 3G ครอบคลุมถึง 95% ส่วน 4G มีครบทุกอำเภอในประเทศไทยแล้ว โดยคลื่น 1800MHz ที่ dtac มีอยู่ ใช้งานกว้างถึง 20 MHz

การลงทุนในเครือข่าย 1800 MHz ที่จะหมดอายุสัมปทานในปี 2561 เป็นการวางเสาเพื่อรอใช้กับคลื่นใหม่ในอนาคต เพราะแผนงานประมูลคลื่นความถี่ในอนาคตที่ กสทช. วางไว้ ทำให้ dtac กล้าจะลงทุนกับอุปกรณ์เอาไว้ก่อน ถึงจะไม่ใช่ 1800 MHz ในอนาคต ก็ยังไว้ใช้กับคลื่นอื่นในอนาคตได้

dtac (18 of 48)dtac มองเรื่องถัดไปของการขยายเครือข่ายว่า การมีเครือข่าย แต่ผู้คนไม่มีความรู้ในการใช้งาน ก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ โครงการเน็ตอาสา ที่ให้พนักงาน dtac ออกไปสอนการใช้งาน Smartphone การใช้งาน Internet ที่ถูกวิธี

dtac (24 of 48)เหล่า Startup ที่ dtac สนับสนุนผ่านโครงการ dtac Accelerate ก็ต่อยอดผลงานที่นำเครือข่ายที่สร้าง ผนวกกับโอกาสที่คนไทยจะได้รับ ตัวอย่างเช่น Health at Home ที่ช่วยให้การดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุจากที่บ้านเป็นเรื่องง่าย หรือ Freshket ที่ช่วยให้เกษตกรกับผู้ซื้อได้เจอกัน ซื้อของกันง่ายขึ้นเป็นต้น และเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) ทาง dtac ก็มีการทดลองทำกับไร่เกษตร โดยการนำเซ็นเซอร์ตรวจวัดอากาศ ความชื้น และปัจจัยที่มีผลต่อการปลูกพืชในที่นั้น ๆ

การขยายเครือข่ายกับสิ่งที่ทำควบคู่ในระดับชุมชน สังคม จึงถือเป็นการ “ลงทุน” ของ dtac ที่มีทั้งปัจจุบันและอนาคตเช่นกัน

dtac (33 of 48)สร้างความ “ง่าย” กับ “ไว้ใจ” แก้จุดอ่อนของวงการนี้

เมื่อ dtac สำรวจความรู้สึกลูกค้าแบบไม่จำกัดค่าย มีคำตอบหนึ่งที่ลูกค้าทุกคนตอบเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าเครือข่ายไหนก็ตาม นั้นคือ

 

ลูกค้ารู้สึกว่า เครือข่ายเอาเปรียบ ไม่ยุติธรรมกับลูกค้าเสมอมา

 

เมื่อมองย้อนกลับมาถึงสิ่งที่ dtac เป็นอยู่ ตัวของ dtac เองก็พบว่า เสน่ห์ที่เคยมีอย่าง “ความง่าย” “ความไว้ใจได้” ที่เคยเป็นจุดแข็งแของ dtac ในอดีตก็เลือนหายไป ความกังวลของลูกค้าเมื่อจ่ายเงินใช้บริการ มักจะอยู่ที่

 

กลัวเน็ตหมด กลัวใช้งานไม่ได้ต่อเนื่อง

 

แล้วสิ่งที่ทุกเครือข่ายทำเหมือนกันคือ ออกโปรฯ โทรฟรี เน็ตฟรี แต่พ่วงมากับเงื่อนไขต่าง ๆ ในเครื่องหมายดอกจันใต้แผ่นพับหรือโฆษณารายละเอียด ซึ่งบรรดาเครื่องหมายดอกจันคือสิ่งที่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่า “ยาก” จึงเป็นที่มาของโปรโมชั่น Flip ซึ่งมีแนวคิดหลักตามนี้

dtac (34 of 48)

ลูกค้าจดทะเบียน

– ปริมาณ Internet ไม่จำกัด จำกัดแค่ความเร็วตามงบประมาณที่จ่าย เริ่มต้นที่ 1Mbps / 4Mbps / 10Mbps / เต็มสปีด+ไม่จำกัดปริมาณ

– โทรหา dtac ด้วยกันฟรีตลอด 24 ชั่วโมง / โทรหาเครือข่ายอื่นฟรี 24 ชั่วโมง (1,999 บาท)

– dtac Wi-Fi / Music Infinite / Wi-Fi Calling / PrimeTime ฟรีทุกระดับโปรฯ

dtac (36 of 48)ลูกค้าเติมเงิน

– ปริมาณ Internet ไม่จำกัด จำกัดความเร็วตามงบประมาณที่ต่าย เริ่มต้นที่ 256kbps / 512Kbps / 1Mbps / 4Mbps

– โทรหา dtac ด้วยกันฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

– เลือกใช้งานได้ทั้งแบบ 1 วัน / 7 วัน / 30 วัน

ทั้งหมดนี้ สงวนสิทธิในการใช้งานกับ BitTorrent / แชร์ Wi-Fi แบบเกินปกติ / ใช้เพื่อการพาณิชย์ และการใช้งานที่ทำให้เครือข่ายได้รับผลกระทบในส่วนรวม จะถูกระบบจับ และปรับลดความเร็วหรือปริมาณการใช้งานเพื่อส่วนรวมโดยอัตโนมัติ และรายละเอียดโปรโมชั่นที่เห็นตรงนี้ ไม่ต้องใส่เครื่องหมายดอกจันใต้การโฆษณา ซึ่ง dtac ตั้งใจทำเพื่อให้ลูกค้ารู้สึก “ง่าย” และ “ไว้ใจ” เช่นกัน

dtac (37 of 48)นอกจากโปรโมชั่นใหม่แล้ว SIM เติมเงิน Go เพลิน ก็เป็นมิติใหม่ที่ dtac นำเสนอตลาดด้วยการให้ใช้งานได้ตลอด ต่อให้ SIM เงินหมดแล้ว แต่วันยังเหลืออยู่ ก็ยังสามารถใช้งานได้ ขอเพียงรักษาสถานะการใช้งานไว้ก็พอ โดย Go เพลินจะใช้งานเน็ตความเร็ว 64 Kbps โทรหาทุกเครือข่าย 0.55 สตางค์/นาที

dtac บอกว่า การทำโปรโมชั่นแบบนี้ เพราะอยากให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจ ไว้ใจ เข้าใจง่าย ในขณะที่ลูกค้าเครือข่ายอื่น ที่มองหาความสบายใจ ไว้ใจ เข้าใจง่าย ก็จะพิจารณามาใช้ dtac เช่นกัน รวมถึงไม่ใช่การทำสงครามราคา เพราะโปรโมชั่นแนวเดิมสำหรับลูกค้าที่มีความรู้ในการใช้งานก็ยังคงอยู่ และครั้งนี้ dtac เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนที่ 2 ที่จะมาเล่าเรื่องโปรโมชั่นใหม่นี้ผ่าน “นาย” ณภัทร เสียงสมบุญ ขวัญใจมหาชนในเวลานี้ที่จะสื่อสารผ่านโฆษณาสองชุดแรก ซึ่งได้ออกอากาศไปแล้ว

dtac (40 of 48)ส่งคืนกำไรผ่าน Rewards ที่มากขึ้น

ใครเป็นลูกค้า dtac รุ่นเก่า ๆ น่าจะพอจำได้ว่า สารพัด Rewards ที่เครือข่ายอื่นทำ มีเยอะจนทำให้ลูกค้า dtac รู้สึกว่า “จ่ายเงินแล้ว ไม่ได้อะไรกลับมา” มาวันนี้ dtac จริงจังก้บเรื่อง Rewards อย่างชัดเจน โดยเริ่มจาก dtac Reward กับ dtac Reward xtra และต่อยอดมาที่ Blue Member กับลูกค้าระดับบนสุด เพื่อให้ชัดเจนและจดจำง่ายขึ้น จึงเปลี่ยนเป็น Silver Member / Gold Member และ Blue Member

dtac (43 of 48)เมื่อถามลูกค้า dtac ว่า คิดถึงสิทธิพิเศษอันไหนที่ dtac ให้มากที่สุด คำตอบที่ได้คือ “ส่วนลดบัตรชมภาพยนตร์” ทำให้ปีนี้ dtac ขยายสิทธิบัตรชมภาพยนตร์จาก 600,000 ที่นั่ง เป็น 2 ล้านที่นั่ง โดยรวมกับ SF และเครือ Major Cineplex รวมถึงเพิ่มร้านค้าพันธมิตรที่ dtac จะมอบ Rewards ให้ลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเรื่องกิน / การเดินทาง / การช็อปปิ้ง จากที่เริ่มต้น 5,000 ร้าน เป็น 15,000 ร้านเมื่อสิ้นปี 2016 ที่ผ่านมา และภายในครึ่งปีแรกของปี 2017 จะขยายให้ถึง 20,000 ร้านให้ได้

dtac (28 of 48)ยังสบายดีและเดินตามแผนที่วางไว้อยู่

ความกังวลที่ทุกคนมองมาที่ dtac ตอนนี้ คงเป็นเรื่องคลื่น 1800 ที่จะหมดสัมปทานในปี 2561 ที่จะถึงนี้ เรื่องนี้ dtac มองว่าเพื่อนร่วมวงการก็ผ่านจุดนี้มาก่อนแล้ว dtac เองก็อยู่ในสถาณการณ์เดียวกับเพื่อนร่วมวงการก่อนประมูลคลื่นในรอบที่ผ่านมา แต่ที่ดีกว่าเพื่อนร่วมวงการคือ dtac ได้เห็นแผนงานของ กสทช. แล้วว่าจะหยิบคลื่นไหนออกมาประมูลบ้าง รวมถึงการเจรจากับ TOT เพื่อนำคลื่น 2300 MHz ออกมาใช้งาน

แต่สิ่งที่ dtac ย้ำสุดคือ “ยังคงลงทุน” กับทุกอย่างที่จำเป็น ทั้งเรื่องการขยายเครือข่าย การทำตลาด และพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกดีกับ dtac ต่อไปเหมือนเดิม

dtac (15 of 48)ส่งท้าย

อารมณ์ของทุกคนที่ติดตามข่าว จะมอง dtac กลายเป็นเบอร์ 3 เต็มตัวมานานสักพักแล้ว ในขณะเดียวกัน การตลาด dtac ที่ผ่านมา มักสวนทางกับคุณภาพการใช้งานจริง การปิดจุดอ่อนให้แน่น เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่ dtac พยายามทำ โปรโมชั่นใหม่ที่ออกมาในแนว “เข้าใจง่าย” “ตรงความต้องการผุ้ใช้” เป็นสิ่งที่ dtac ทำถูกในแนวตัวเองแล้ว ภาพของคนใจดี ไว้ใจได้ ดูมีความสุข ในแบบอดีตที่เคยเป็น ดูหายไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเลือกสโลแกนเป็น  “แค่พลิก ชีวิตก็เปลี่ยน” เหมือนจะเป็นข้อความที่ย้ำให้ตัว dtac เองมากกว่าสื่อสารให้ลูกค้าว่า “อย่าลืมว่าตัวเองต้องทำอะไร”

ถ้าเพื่อนในวงการจะไปทาง Convergence กันหมด แต่ dtac จะทำ Mobile ล้วน ทีมงานก็ขอให้ dtac ทำให้แน่นทั้งคุณภาพสัญญาณ โปรโมชั่น และการดูแลลูกค้า บางทีแล้ว เรื่องเรียบง่ายแบบที่ dtac พยายามพลิกกลับมาเป็น อาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ทำให้ dtac กลับมาเป็นเบอร์ 2 ที่แข็งแกร่งเหมือนเดิมก็เป็นได้

จับตาดูกันไปยาว ๆ เช่นเดิมครับ….


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke