7 เหตุผล ”ที่” iPhone 7 Plus คู่ควรกับตำแหน่งสมาร์ทโฟนยอดเยี่ยมแห่งปี 2016

iphone 7 display

ก้าวจังหวะปี 2016 ที่ผ่านพ้นไปนั้นก็เป็นอีกห้วงเวลาของการแข่งขันในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน ที่เกิดการขับเคี่ยวอย่างดุเดือดตลอดสิบสองเดือน แต่ละบริษัทยกระดับการแข่งขันขึ้นมาทำให้การรักษาฐานลูกค้าของ Apple เป็นไปได้ยากตามไปด้วย และก็อาจจะเป็นช่วงเวลาที่่เราจะมาพูดถึงการมอบรางวัลสมาร์ทโฟนแห่งปีด้วยเช่นกัน ซึ่งพูดกันอย่างตรงไปตรงมาแล้วหนึ่งในตัวเก็งที่เหมาะสมย่อมรวมไปถึง iPhone 7 Plus ด้วยเป็นผลผลิตจากการเดินหน้ากล้าที่จะแบกรับความเสี่ยงในการผลักดันนวัตกรรมก้าวสู่ยุคใหม่ ผสมผสานเข้าด้วยกับความกลมกล่อมจากการวางรากฐานทางเทคโนโลยีที่หล่อหลอมเข้าด้วยกันทีละน้อย ไม่ใช่แค่ความโหยหาในสิ่งที่ตื่นเต้นวูบไหวขึ้นมาเพียงชั่วครู่ยาม

ประการแรกสุดว่าด้วยหัวใจหลักขับเคลื่อนชิปเซ็ต Apple A10 Fusion นั้นอาจจะเรียกได้ว่าเป็นไฮเปอร์คาร์แห่งวงการสมาร์ทโฟน ด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมผสานเข้าเป็นเนื้อเดียวกันเดียวเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้า เกิดเป็นความลงตัวอย่างที่สุดในการใช้งานไปแล้ว โดยเฉพาะเมื่อจัดลำดับคะแนนทดสอบด้วย GeekBench ออกมาแล้วก็ไม่เป็นที่แปลกใจ เมื่อมีประสิทธิภาพอยู่ในระดับกลุ่มเดียวกับ MacBook Pro โมเดลต้นปี 2013 อย่างไม่เคอะเขิน นอกจากนั้นแชมป์ผลการทดสอบ AnTuTu ที่ครองแชมป์ประจำปี 2016 ได้แบบขาดลอยเกินหมื่นคะแนนก็คงเป็นเครื่องยืนยันที่ดีอีกชิ้นหนึ่งด้วย ซึ่งความยอดเยี่ยมของ Apple ทำให้สามารถฉีกตัวเองหนีจากคู่แข่งในตลาดได้อย่างน้อยหนึ่งปี

iphone 7 chipset

ต่อไปเป็นความกล้าของ Apple ที่แบกรับความเสี่ยงในความพยายามผลักดันนวัตกรรมกล้องสู่ยุคต่อไป แม้ว่าจะมีรอบการทำตลาดโทรศัพท์ iPhone เพียงหนึ่งครั้งต่อปี นั่นหมายถึงว่าแทบจะไม่เหลือช่องว่างให้กับความผิดพลาดได้เลย แต่ด้วยการเตรียมตัวที่ดีนั้นได้ช่วยให้เกิดการผลักดันเทคโนโลยีกล้องเซ็นเซอร์คู่ เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนที่ผนึกเอาเลนส์ไวด์และเลนส์เทเลโฟโต้เข้าเป็นฮาร์ดแวร์กล้องชุดเดียวกัน เมื่อประกอบเข้ากับการออกแบบเทคโนโลยีประมวลผลเบื้องหลังอีกจำนวนไม่น้อยที่ทำให้เกิดการใช้งานได้อย่างราบรื่น ซึ่งสำหรับเราแล้วคุณภาพจากกล้องก็สำคัญแต่คงไม่สำคัญไปกว่าความกล้าหาญที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ออกสู่ท้องตลาดเช่นกัน

ตามมาด้วยอีกหนึ่งความกล้าในการก้าวออกมาแบกรับความเสี่ยงจาก Apple ซึ่งก็เรียกว่ามีผลกระทบต่อผู้ใช้งานไปบ้างในช่วงแรก เมื่อมีการนำเอาชิปโมเด็ม Intel 4G มาเปิดตัวใช้งานบนเครื่องโทรศัพท์ของบริษัทเป็นครั้งแรก จากเดิมที่สัมปทานเป็นของ Qualcomm ทั้งหมด ซึ่งถ้าหากไม่ใช่ Apple แล้วก็คงไม่มีบริษัทรายไหนที่สามารถยืนหยัดในการผลักดันให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมเกิดการแข่งขันอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งก็เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าไม่ต้องการฝากตัวเอาไว้กับการที่ถูกผูกขาดเทคโนโลยีเพียงจากผู้ผลิตรายเดียว ทำให้การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จาก Apple ในปีนี้ก็เปรียบได้กับการแสดงออกจากผู้บริโภคที่ร่วมกันส่งเสียงสนับสนุนให้เกิดการแข่งขันในการผลักดันนวัตกรรมขึ้นระหว่างผู้ผลิตด้วยกัน

iphone 7 camera

เมื่อเทคโนโลยีมาถึงจุดจุดหนึ่งย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงสู่ก้าวต่อไปและในปีที่ผ่านมา Apple ก็เป็นผู้ประทับตราสวนกระแสเสียงวิจารณ์ด้วยการตัดพอร์ตหูฟังแจ็ค 3.5 มิลลิเมตร ออกจากเครื่อง iPhone 7 และ 7 Plus ด้วยการเดินหน้าบอกโลกให้ เตรียมพร้อมต่อการผลักดันอุตสาหกรรมก้าวสู่ยุคของเทคโนโลยีไร้สาย ที่กำลังจะก้าวขึ้นมารับช่วงถัดต่อไปจากนี้ถือเป็นก้าวที่เด็ดเดี่ยวเพราะถ้าไม่ใช่อิทธิพลของ Apple แล้วการก้าวผ่านกรอบมิติของการใช้งานบนพื้นฐานเทคโนโลยีอนาล๊อกย่อมยากที่จะเดินหน้าไปได้ โดยเฉพาะในอนาคตที่ยังจะเกิดการต่อยอดทางเทคโนโลยีไปจากจุดนี้ได้อีกมากในแบบที่เทคโนโลยีเก่าไม่สามารถอำนวยความสะดวกได้เทียบเท่า

หนึ่งในนวัตกรรมที่ Apple ได้ปูรากฐานเอาไว้กับ iPhone 7 และ 7 Plus ซึ่งอาจจะไม่เห็นประโยชน์ในระยะสั้น แต่เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมการผลิตสื่อให้ก้าวสู่ยุคต่อไป คือ เทคโนโลยีหน้าจอ Wide Colors ที่รองรับการแสดงผลเฉดสีสันได้กว้างและละเอียดสมจริงมากขึ้นกว่าปกติ และถือได้ว่า Apple นั้นได้อัพเกรดฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ห้สนับสนุนการแสดงผลรูปแบบใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ iMac 5K, iPad Pro 9.7′, iPhone 7, และ MacBook Pro with Touch Bar ซึ่งเมื่อทุกอย่างถูกพัฒนาขึ้นเป็นรูปร่างก็จะเกิดเป็นมาตรฐานใหม่สู่ยุคต่อไป และในปัจจุบันแอปพลิเคชั่นยอดนิยมเช่น Instagram หรือ Camera+ ก็เริ่มนำขบวนเปิดตัวการสนับสนุนเทคโนโลยีใหม่ดังกล่าวนี้ไปบ้างแล้ว

iphone 7 duo

การสื่อสารไร้สายนั้นเปรียบได้เสมือนกับหัวใจหลักในยุคนี้และ iPhone 7 Plus ก็มีเหตุผลสำคัญที่ทำให้เป็นตัวเลือกแบบจบในที่เดียว เพราะไม่ว่าจะเดินทางเพื่อธุรกิจหรือการพักผ่อน ก็สามารถที่จะสนุกกับการใช้งานเทคโนโลยี 4G ได้อย่างเต็มรูปแบบไร้รอยต่อทั้งในและต่างประเทศ โดยกล่าวคือการสนับสนุนคลื่นความถี่ที่มีให้บริการอยู่ทั่วโลกได้มากถึง 23 คลื่น เอาไว้ในเครื่องเดียว ยิ่งเฉพาะกับผู้ที่มีความประสงค์ที่จะสัมผัสกับประสบการณ์เครือข่าย 4G ในแต่ละท้องถิ่น ก็ทำได้อย่างครบถ้วนด้วยมาตรฐานการเชื่อมต่อล่าสุดของปี 2016 โดยภูมิภาคสำคัญของโลกที่มีการเปิดให้บริการเครือข่าย 4G ประเภทเติมเงินหรือซิมนักท่องเที่ยว เช่นปลายทางยอดนิยมประเทศญี่ปุ่น เรียกว่าตอบโจทย์ความต้องการใช้งานพื้นฐานเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน

สุดท้ายแล้วส่วนเติมเต็มสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้เลยคือระบบปฏิบัติการ iOS ที่ขับเคลื่อนทำงานสอดประสานเข้ากับระบบฮาร์ดแวร์อย่างลงตัวมากที่สุด ซึ่งถือเป็นจุดขายสำคัญของ Apple ที่สามารถมอบประสบการณ์ใช้งานล่าสุดได้อย่างมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพดีที่สุดเอาไว้ได้อย่างน้อยสองปีต่อการซื้อหนึ่งครั้ง มากกว่านั้นอาจจะมีอัพเดทให้แต่ทว่าลื่นไหลในการใช้งานอาจจะทำไม่ไดีดีเท่าเดิมนั้นเป็นเพราะข้อแตกต่างที่เริ่มมีช่องว่างมากขึ้น นอกจากนั้นแล้วระบบการป้องกันรักษาความปลอดภัยนั้นจุดแข็งที่ได้รับความไว้วางใจจากทั้งผู้ใช้งานในการทำธุรกรรมการเงิน หรือหน่วยงานรัฐบาลในประเทศชั้นนำที่เลือกใช้อยู่เสมอมา ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยต่างๆ ที่สอดประสานกันอย่างไร้รอยต่อทำให้ iPhone 7 Plus เป็นคำตอบตัวเลือกสุดท้ายของโทรศัพท์สมาร์ทโฟนแห่งปี 2016 จากเราเว็บไซต์ MacStroke ครับ

iphone 7 bgr

 

iFury at MacStroke Original Content ©


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke