Apple ถูกฟ้องร้องคดีมหาชน เหตุละเลยปล่อย iPhone ใช้ได้ระหว่างขับรถ

smartphone car

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการเปิดเผยระบุถึงการเปิดคดีมหาชนยื่นฟ้องร้องต่อ Apple ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อหวังบังคับให้ผู้ผลิตโทรศัพท์ iPhone เอาจริงจังกับการบังคับห้ามใช้งานสมาร์ทโฟนในระหว่างการขับขี่รถยนต์บนท้องถนน ซึ่งการฟ้องร้องครั้งนี้ยังกล่าวหาด้วยว่า Apple มุ่งเน้นในการหากำไรมากกว่าที่จะสนใจความปลอดภัยของผู้บริโภค

การยื่นฟ้องร้องคดีมหาชนต่อ Apple ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นที่ศาลชั้นต้นในเมือง Los Angeles โดยการแต่งตั้งให้กลุ่ม MLG Automotive Law เป็นผู้ดำเนินการในการยืนฟ้องร้องแบบกลุ่มในครั้งนี้ โดยอ้างอิงว่าทาง Apple นั้นได้ยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตรเทคโนโลยีสำหรับห้ามการใช้งานโทรศัพท์ระหว่างการสัญจรบนท้องถนนมาตั้งแต่ปี 2008 และได้รับอนุมัติการถือครองมาตั้งแต่ปี 2014 แต่กลับยังไม่ยอมบังคับใช้อย่างจริงจังด้วยเกรงว่าอาจจะเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับคู่แข่งที่ไม่ทำตาม

นอกจากนั้นแล้วยังอ้างอิงต่อไปข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลการคมนาคมขนส่งแห่งสหรัฐ ต่อไปว่ามีผู้ใช้งานอย่างน้อยจำนวน 1.5 ล้านคน นั้นมีการใช้งานสมาร์ทโฟนไปด้วยระหว่างอยู่หลังพวงมาลัยรถบนถนนสาธารณะ ซึ่งการสำรวจเองก็พบว่าการเล่นมือถือระหว่างขับรถอันตรายมากกว่าเมาแล้วขับถึง 6 เท่าตัว และจากการเปิดเผยตำรวจทางหลวงประจำรัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ใช้งานโทรศัพท์ iPhone กว่า 52,000 เครื่องเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เฉลี่ยแล้วมีผู้เสียชีวิตกว่า 312 รายทุกปี

โดย Jonathan Michaels ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม MLG นั้นระบุการแถลงเปิดคดีว่า การเล่นแชทโทรศัพท์ระหว่างขับรถนั้นได้กลายเป็นปัญหาอย่างจริงจังที่เราต้องเผชิญหน้าด้วยในทุกวันนี้ การบังคับใช้กฏหมายนั้นดูจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา ผู้บริโภคมีความใกล้ชิดกับโทรศัพท์มากเกินไปและเล็ดลอดสายตาของการบังคับใช้กฏหมาย การแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมคือการสร้างระบบล๊อคฝังตัวเมื่ออยู่หลังพวงมาลัยรถเท่านั้น และในช่วงไล่เลี่ยกันเมื่อปลายปี 2016 ก็มีการฟ้องร้องในมลรัฐ Texas มาแล้วเช่นกัน (ข่าว)


ที่มา: apple insider


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke