อดีตพนักงาน Verizon เครือข่ายสหรัฐ พัวพันนำข้อมูลลูกค้าปล่อยขายนักสืบเอกชน

detective investigator

ในขณะที่ทางประเทศสหรัฐกำลังเดินหน้าแคมเปญรณรงค์เลือกตั้งระดับชาติกันอย่างแข็งขันอยู่ในเวลานี้ ก็เป็นช่วงเดียวกันกับที่มีข่าวอื้อฉาวชิ้นล่าสุดได้ถูกนำออกมาเปิดเผยผ่านสำนักข่าวใหญ่อย่าง Associated Press ซึ่งเป็นจังหวะตั้งคำถามที่น่าสนใจจาก Marc Rotenberg ประธานมูลนิธิที่ทำงานด้านการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้บริโภค (Electronic Privacy Information Center) ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตุว่า การรักษาข้อมูลเหล่านี้แทบจะเป็นประเด็นที่ผู้ลงรับสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในสมัยต่อไปนั้น ดูจะไม่ให้น้ำหนักความสนใจมากนัก

โดยรายงานข่าวชิ้นต่อไปนี้เปิดเผยในประเด็นของ Daniel Eugene Traeger อดีตช่างเทคนิคของบริษัท Verizon ผู้ให้บริการเครือข่ายอันดับหนึ่งในสหรัฐ ผู้ทำงานอยู่ในเมืองเบอร์มิงแฮม มลรัฐอลาบาม่า นั้นได้ถูกตั้งข้อกล่าวหาระบุว่ามีส่วนพัวพันกับการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ภายในสำนักงานบริษัทเพื่อเข้าถึงและเก็บข้อมูลการใช้งานของลูกค้าที่บอกรับบริการกับทาง Verizon ไม่ว่าจะเป็นจำนวนหรือรูปแบบการใช้งาน เช่นเดียวกับการระบุตำแหน่งของลูกค้า โดยได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปปล่อยขายต่อให้กับนักสืบเอกชน ซึ่งการพฤติกรรมลักลอบดังกล่าวนี้เกิดขึ้นมาเป็นเวลามากกว่า 4 ปี ระหว่าง เมษายน 2009 ถึง มกราคม 2014

ในรายงานของศาลชิ้นดังกล่าวนี้ยังระบุต่อไปด้วยว่า Traeger ได้ยอมรับผิดต่อข้อกล่าวหา ซึ่งตัวเขาได้ล๊อกอินเข้าไปในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของบริษัท Verizon ในการเก็บข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า (Call Records) นอกจากนั้นยังใช้งาน Real Time Tool เป็นเครื่องมือโปรแกรมในการระบุตำแหน่งของอุปกรณ์เหล่านั้น ก่อนที่จะรวบรวมข้อมูลต่างๆ ลงในโปรแกรมตารางข้อมูล (Spreadsheet) และดำเนินการส่งขายแลกกับค่าตอบแทน ซึ่งช่วงเริ่มต้นนั้นได้เงินเดือนละ 50 เหรียญสหรัฐ จนกระทั่งในปี 2013 นั้นทำเงินได้ 750 เหรียญสหรัฐต่อเดือน ซึ่งรวมกันทั้งหมดแล้วมากกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐ เป็นการแลกเปลี่ยนต่อการลักลอบนำข้อมูลออกมา

การตัดสินคดีในครั้งนี้ศาลได้สั่งลงโทษผู้กระทำผิดเป็นการจำคุก 5 ปี แต่ทางอัยการเสนอว่าอาจจะพิจารณาลดหย่อนโทษลง เพราะทาง Traeger ยอมรับต่อข้อกล่าวหา ส่วนทางด้านของ Verizon นั้นไม่ได้มีการตอบรับต่อการสอบถามของ Associated Press ว่าเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลในครั้งนี้มีขอบเขตความเสียหายมากน้อยเพียงใด


ที่มา: Associated Press


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke