[Apple September Event 2016] สรุปฟีเจอร์ใหม่และสเปค iPhone 7/iPhone 7 Plus ฉบับอ่านง่าย จบ ครบในที่เดียว

และแล้วก็เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ iPhone 7 ที่รอบนี้มีการพลิกผันเล็กน้อย เพราะในรอบนี้ iPhone 7 ยังถือเป็นรุ่น Minor Change จาก iPhone 6 อยู่ตามนโยบายการออกดีไซน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ทุก ๆ 3 ปี ที่เพิ่งจะประกาศใช้มาเมื่อไม่นานมานี้ แต่เอาเป็นว่า เรามาไล่ดูกันดีกว่าว่า iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จะมีอะไรที่ทำให้เราตื่นเต้นกว่าเดิมได้บ้าง

 

ดีไซน์ที่(ไม่เชิง)ออกแบบใหม่ทั้งหมด

 

 

Jony Ive เผยว่า iPhone 7 ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ iPhone เครื่องนี้สมบูรณ์ที่สุด และสีพิเศษใหม่อย่างสี Jet Black ก็ได้รับการออกแบบวิธีการผลิตใหม่ยกเครื่อง เพื่อให้ดูมันเงา ในทุกมิติของตัวเครื่อง เริ่มตั้งแต่การขัดอลูมิเนียม การชุบสี และงานชินสุดท้ายของตัวเครื่อง เพื่อให้ได้อลูมิเนียมที่ดูมันเงาที่สุด

ในขณะที่สี Space Gray ก็เปลี่ยนใหม่เป็น Black และปรับให้มีสีที่เข้มขึ้น ในขณะที่สีอื่นๆ อย่าง Champaign Gold/Rose Gold/Silver ก็ได้รับการปรับเฉดสีใหม่ให้ดูสดมากขึ้น

 

ปุ่ม Home แบบใหม่ ทน ถึก แกร่งกว่าเดิม

Screen Shot 2559-09-08 at 01.04.33 (2)

ปุ่ม Home อันเป็นสัญลักษณ์ของ iPhone เกือบทุกรุ่น ใน iPhone 7 ก็ถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเช่นกัน โดยเปลี่ยนโครงสร้างภายในใหม่ ปรับปุ่มให้มีลักษณะที่ตื้นขึ้น และใช้ Taptic Engine เข้ามาช่วยตอบสนองต่อการกด ทำให้ปุ่ม Home ใหม่ มีความสามารถที่เพิ่มมากขึ้นพอสมควร

 

กันน้ำและกันฝุ่น พร้อมลุยทุกสถานการณ์

Screen Shot 2559-09-08 at 01.05.36 (2)

iPhone 7 ได้รับการออกแบบตัวเครื่องใหม่ตามมาตรฐาน IP67 ทำให้ตัวเครื่องสามารถกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง (ลึก 1 เมตร นาน 30 นาที) ผลคือเราก็สามารถเอา iPhone ไปลุยสระน้ำได้ หรือแม้กระทั่ง… ลุยสงกรานต์ ก็ลุยได้โดยที่ไม่ต้องกลัวเปียกเลยทีเดียว

Screen Shot 2559-09-08 at 01.05.49 (2)

ป.ล. แม้จะบอกว่ากันน้ำ แต่ถ้าเครื่องเสียจากอาการน้ำเข้าเครื่อง ก็ไม่ผ่านเงื่อนไขการรับประกันอยู่ดีนะครับ ฮา~

 

กล้องใหม่ ถ่ายชัด เพื่อมือโปร

Screen Shot 2559-09-08 at 04.26.40

 

Screen Shot 2559-09-08 at 01.06.32 (2)

ใน iPhone 7 มีการปรับปรุงกล้องใหม่ทั้งหมด โดยเริ่มจากรุ่นเล็กที่มีการเพิ่มระบบกันสั่นแบบออพติคัลแบบเดียวกับ iPhone 6 Plus และ iPhone 6s Plus เข้ามา ปรับค่ารับแสงเป็น 1.8 สต็อพ เซ็นเซอร์มีขนาดใหญ่ขึ้น แฟลชทูโทนแบบ LED 4 ดวง และปรับเซ็นเซอร์ใหม่ให้ปรับรายละเอียดของภาพดีขึ้น ทั้งสภาพแสง ค่า White Balance ค่า ISO และค่าอื่นๆ ให้สำเร็จภายในเวลาเพียง 0.25 วินาทีเท่านั้น

Screen Shot 2559-09-08 at 01.12.36 (2)

แต่ไฮไลท์จริงๆ อยู่ที่รุ่นใหญ่อย่างรุ่น Plus ที่เปลี่ยนไปใช้กล้องเลนส์คู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล โดยตัวแรกเป็นเลนส์ Wide เพื่อเก็บรายละเอียดองค์รวมของภาพ และอีกตัวเป็นเลนส์เทเล เพื่อเก็บรายละเอียดวัตถุ และจากการใช้เลนส์คู่ ทำให้ iPhone 7 Plus รองรับการซูมแบบออพติคัลที่ 2x และรองรับการซูมแบบดิจิตอลสูงสุด 10x ทำให้ได้ภาพที่มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

Screen Shot 2559-09-08 at 01.11.13 (2)

ส่วนกล้องตัวรองอย่างกล้อง FaceTime HD Camera ก็ได้รับการปรับปรุงรายละเอียดใหม่โดยใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล พร้อมรองรับการถ่ายภาพแบบ Wide-color capture และสามารถกันสั่นได้ในระดับหนึ่ง

Screen Shot 2559-09-08 at 01.14.47 (2)

ในด้านฟีเจอร์ เช่น Live Photo ก็ได้รับการปรับปรุงรายละเอียดใหม่ เพิ่มลูกเล่นใหม่ และรองรับฟีเจอร์ใหม่ของ iPhone 7 อย่างครบถ้วน และแน่นอนว่าสำหรับ iPhone 7 Plus ก็จะได้ลูกเล่นในการถ่ายภาพระดับมืออาชีพเข้ามา สามารถทำภาพโบเก้ หรือหน้าชัดหลังเบลอได้ทั้งระหว่างถ่ายและหลังถ่าย เพิ่มโหมดถ่ายภาพพอร์ทเทรทสำหรับถ่ายบุคคล ทำให้ iPhone 7 Plus เป็นกล้องที่ดีที่สุดจาก Apple ในขณะนี้

 

หน้าจอ Retina HD Display ใหม่ สว่าง สดใสกว่าเดิม

Screen Shot 2559-09-08 at 01.20.08 (2)

ในส่วนของหน้าจอก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ สว่างขึ้น 25% ให้ค่าสีที่กว้างขึ้น รองรับมาตรฐาน Cinema Standard ในการชมภาพยนตร์ และรองรับการเลือกอุณหภูมิของสีบนหน้าจอเช่นเดียวกับบน macOS ได้

 

ลำโพงใหม่ ดังดี สเตอริโอครบถ้วน

Screen Shot 2559-09-08 at 02.15.28

ใน iPhone 7 ยังได้รับการปรับปรุงลำโพงใหม่โดยเปลี่ยนไปใช้ลำโพงแบบสเตอริโอคู่ ให้เสียงดังกว่ารุ่นเดิม 2 เท่า และให้รายละเอียดของเสียงที่ดีขึ้น

 

หูฟังใหม่ ไร้ 3.5 มม. Lightning ลูกเดียว พร้อม Beats ใหม่หมดจด

Screen Shot 2559-09-08 at 01.24.23 (2)

ข่าวร้ายสำหรับคนรักหูฟังอย่างชัดเจน เมื่อ iPhone 7 มีการตัดพอร์ท 3.5 มม. ออก สิ่งที่เปลี่ยนไปคือการใช้พอร์ท Lightning ในการฟังเพลงแทน ซึ่ง Apple ก็เปลี่ยนให้ทั้งสาย EarPods และออกหัวแปลง Lightning to 3.5mm Combo Jack ให้เพิ่มเติมด้วย

Screen Shot 2559-09-08 at 01.24.39 (2)

แต่อย่างไรเสีย Apple ยืนยันชัดเจนว่ามีหูฟังที่ใช้ Lightning ออกจำหน่ายแล้วกว่า 90,000 รายการ ทำให้ลูกค้าสามารถหาซื้อหูฟัง Lightning มาใช้งานได้เลย

Screen Shot 2559-09-08 at 01.28.55 (2)

แต่แค่นี้คงยังไม่พอ เพราะ Apple ยังได้เปิดตัว AirPods เพิ่มเติมด้วย โดยเจ้า AirPods เป็นหูฟัง Bluetooth แบบไร้สายจริงๆ สามารถเชื่อมต่อกับ iPhone/Apple Watch ได้ทันทีที่เปิดกล่องชาร์จ ความพิเศษคือ AirPods สามารถแชร์การตั้งค่าผ่าน iCloud ได้เลย ทำให้สามารถใช้ AirPods ร่วมกับ macOS และ iPad ได้เลยโดยไม่ต้องตั้งค่าใหม่

Screen Shot 2559-09-08 at 01.29.31 (2)

ภายใน AirPods ยังมาพร้อมกับชิปพิเศษ Apple W1 สำหรับช่วยประมวลผลคุณภาพของเสียง เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะ เพื่อใช้ในการ Pair หูฟังทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน และไมโครโฟนที่สามารถตัดเสียงรบกวนได้อย่างครบถ้วน ไม่ขาดตอน

Screen Shot 2559-09-08 at 01.32.37 (2)

นอกจาก AirPods แล้ว Apple ยังได้เปิดตัวหูฟัง Beats รุ่นใหม่ถึงสามตัว คือ Beats Solo 3 Wireless, PowerBeats 3 และ Beats X ซึ่งของใหม่ในสามตัวนี้ คือใช้ชิปพิเศษ Apple W1 เหมือนกันทั้งหมด

Screen Shot 2559-09-08 at 01.33.34 (2) Screen Shot 2559-09-08 at 01.33.43 (2) Screen Shot 2559-09-08 at 01.33.53 (2)

 

Build for JAPAN!

Screen Shot 2559-09-08 at 01.35.11 (2)

ในสิ่งที่เปลี่ยนไปอีกอย่างของ iPhone 7 คือการออกแบบเพื่อคนญี่ปุ่นโดยเฉพาะ (ก็แหม ยอดขาย iPhone ในญี่ปุ่น ทำลายทุกสถิติของประเทศบ้านเกิดแทบทั้งหมด) ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนชิป NFC เป็นเทคโนโลยี Felica เพื่อใช้ร่วมกับ Apple Pay ที่จะเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้ และเพิ่ม Transit Map ในญี่ปุ่น ให้นักท่องเที่ยวสามารถดูแผนที่ญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่

Screen Shot 2559-09-08 at 01.35.25 (2)

 

ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกับ A10 Fusion

Screen Shot 2559-09-08 at 02.14.20

ใน iPhone 7 มีการเปลี่ยนหน่วยประมวลผลใหม่ทั้งหมด และเรียกชื่อใหม่ว่า A10 Fusion โดยที่เจ้า A10 Fusion นั้นประกอบไปด้วยหน่วยประมวลผลย่อยทั้งหมด 4 ตัว (แบบ big.LITTLE) คือหน่วยประสิทธิภาพสูงสองตัวที่ให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า iPhone รุ่นแรกถึง 120 เท่า และอีกสองตัวเป็นตัวใช้พลังงานต่ำ สำหรับใช้ในงานปกติเช่นโทรศัพท์ เช็คอีเมล อ่านปฏิทินเป็นต้น ชิปตัวนี้จะปรับหยัดพลังงานกว่าสองตัวแรกถึง 5 เท่า ทำให้สามารถใช้งานเครื่องได้นานมากขึ้น

Screen Shot 2559-09-08 at 01.36.32 (2) Screen Shot 2559-09-08 at 01.36.40 (2) Screen Shot 2559-09-08 at 01.37.14 (2)

Screen Shot 2559-09-08 at 01.36.57 (2)

ในแง่ของงานกราฟิก ก็ปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่า A8 ถึง 3 เท่า หรือ 240 เท่าเมื่อเทียบกับ iPhone รุ่นแรก สิ่งที่เกิดขึ้นคือ A10 Fusion ทำให้ iPhone 7 สามารถเล่นเกมที่มีภาพสวยระดับเกมคอนโซลได้เลย

Screen Shot 2559-09-08 at 01.37.59 (2) Screen Shot 2559-09-08 at 01.38.06 (2)

และในส่วนของการใช้พลังงาน iPhone 7 ยังใช้พลังงานที่ต่ำมาก ต่ำชนิดที่ว่าสามารถใช้งานได้นานกว่า iPhone 6s ถึงสองชั่วโมง (หนึ่งชั่วโมงเมื่อเทียบระหว่าง iPhone 7 Plus กับ iPhone 6s Plus) เลยทีเดียว

Screen Shot 2559-09-08 at 01.42.28 (2)

 

ราคาและวันจำหน่าย

Screen Shot 2559-09-08 at 01.49.36 (2)

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus มาพร้อมกับความจุใหม่ทั้งหมด เริ่มต้นที่ 32 GB/128 GB และ 256 GB โดยที่สี Jet Black จะมีให้เลือกเฉพาะ 128 GB และ 256 GB เท่านั้น โดยที่ราคาของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้นจะไม่แตกต่างจาก iPhone 6s มากนัก แต่ราคารวมๆ นั้นมีดังนี้ครับ

Screen Shot 2559-09-08 at 01.47.31 (2)

  • iPhone 7
    • 32 GB : 26,900 บาท
    • 128 GB : 31,300 บาท
    • 256 GB : 35,700 บาท

Screen Shot 2559-09-08 at 01.47.51 (2)

  • iPhone 7 Plus
    • 32 GB : 32,000 บาท
    • 128 GB : 36,500 บาท
    • 256 GB : 40,900 บาท

ราคาอ้างอิงจาก Apple Online Store สิงคโปร์ ซึ่งใกล้เคียงประเทศไทยมากที่สุด

โดยจะเริ่มเปิดจองครั้งแรกในวันที่ 9 กันยายนนี้ และรับเครื่องครั้งแรกในวันที่ 16 กันยายนนี้ ซึ่งประเทศไทยก็ต้องรอ กสทช. อนุมัติการวางจำหน่ายก่อนตามระเบียบครับ


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke