ชูสองมือ Intel หนุนผลักดัน USB-C Audio เชื่อมต่อชุดหูฟังยุคใหม่แทนแจ๊ค 3.5mm

iphone 7 lighting audio

โค้งสุดท้ายก่อนที่ทาง Apple นั้นจะเปิดตัวโทรศัพท์ iPhone 7 ก็ยังมีประเด็นให้ได้พูดถึงกันอีกสักเล็กน้อย เมื่อทาง Intel บริษัทผู้ผลิตชิปเซ็ตคอมพิวเตอร์ระดับโลกได้ออกมาขานรับพร้อมชูมือสนับสนุนการผลักดันอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนทั้งหลายเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ด้วยการเลือกใช้พอร์ต USB-C Audio ในการเชื่อมต่อทดแทนการทำงานของแจ๊คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร มาตรฐานการเชื่อมต่อพอร์ตเสียงสู่ชุดหูฟังที่เราต่างคุ้นเคยกันมาหลายปี

โดยในงานสัมมนานักพัฒนา Intel Developer Forum ที่จัดขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้ ในช่วงหนึ่งของงาน Rahman Ismail และ Brad Saunders วิศวกรของยักษ์ใหญ่สีฟ้า ได้มีการนำเสนอโอกาสและข้อได้เปรียบในการผลักดันทางเทคโนโลยีที่ดีขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงใหญ่ดังกล่าวนี้ ซึ่งสรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้

๐ การออกแบบตัวเครื่องที่บางลงจากการเลิกใช้แจ๊คหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
๐ การออกแบบจัดวางชิ้นส่วนภายในเครื่องรุ่นใหม่ที่จะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
๐ ไม่จำเป็นต้องใช้วงจรสำหรับการแปลงสัญญาณเสียงดิจิตอลเป็นอนาล๊อก
๐ การประมวลผลระบบเสียงดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ สร้างสรรค์คุณภาพเสียงที่ดีกว่า
๐ พัฒนาระบบเอฟเฟ็คเสียง เช่น Extra Bass หรือ Concert Hall ได้ดีกว่า
๐ เช่นเดียวกับระบบการทำงานตัดเสียงรบกวนภายนอก Noise Cancelling
๐ โดยสามารถจัดสรรการทำงานระบบเสียงได้เป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมด
๐ หรือเลือกใช้จำกัดการทำงานของ ไมโครโฟนในชุดหูฟัง เมื่อใช้เฉพาะฟังเพลง
๐ ความยืดหยุ่นของ USB-C ทำให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกเป็นมาตรฐานเดียวกัน
๐ สามารถใช้แสดงผลสำหรับการทำงาน Productivity, หรือรับชมภาพยนตร์
๐ สามารถออกแบบระบบยืนยันตัวตนผู้ใช้งานผ่าน USB-C เพื่อความปลอดภัยได้

แต่สิ่งที่อาจจะทำให้ผู้บริโภคเป็นกังวลต่อการผลักดันสู่ก้าวใหม่ของอุตสาหกรรมการประมวลผลเสียงในครั้งนี้ ก็อาจจะมีประเด็นเช่นว่า ผู้ผลิตจะแถมอแดปเตอร์แปลงจาก USB-C สู่แจ๊ค 3.5 มิลลิเมตร เพื่อสนับสนุนกับชุดหูฟังที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ ถ้าหากไม่ก็ต้องเป็นภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมของผู้บริโภคและส่วนต่อขยายดังกล่าวอาจจะมีขนาดเล็กและหล่นหายได้ง่าย และอีกอย่างหนึ่ง คือ ถึงจะออกแบบมาให้เชื่อมต่อได้เหมื่อนๆ กัน แต่ผู้ผลิตหลายๆ รายอาจจะลักไก่ลดต้นทุนออกแบบมาไม่ให้มีคุณสมบัติที่ทัดเทียมเหมือนกันได้ทุกรุ่น


ที่มา: engadget


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke