เถียงให้รู้เรื่อง ผู้อำนวยการ FBI เรียกร้องให้ทบทวนนโยบายการเข้ารหัสสมาร์ทโฟน

 

fbi comey

ดูเหมือนเรื่องราวความขัดแย้งระหว่าง Apple และทาง FBI หน่วยงานตำรวจสืบสวนกลางของสหรัฐ นั้นจะดูคลี่คลายบางตาลงไปแต่ก็ไม่ใช่ว่าเรื่องต่างๆ จะจบลงตามไปด้วย ซึ่งภายหลังจากที่เป็นโจทก์ร่วมกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐในการยื่นฟ้องร้องหวังบังคับให้ทาง Apple ยอมพัฒนาระบบ Backdoor ในการเจาะระบบปฏิบัติการ iOS บนเครื่องโทรศัพท์ iPhone จากเหตุการณ์กราดยิงในเมือง San Bernardino แต่ไม่เป็นผลเนื่องจากมีกลุ่มแฮ๊คเกอร์สามารถเจาะระบบได้สำเร็จก่อนที่ศาลจะตัดสินคดีนั้น ก็ดูเหมือนเรื่องจะเงียบๆ เข้ากลีบเมฆหายไป

แต่ในรายละเอียดความคืบหน้าล่าสุดจาก James Comey ผู้อำนวยการของ FBI ซึ่งเป็นหนึ่งในวิทยากรที่ขึ้นไปพูดบนเวทีงานสัมมนา International Conference on Cyber Security ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองนิวยอร์ก เมื่อช่วงสัปดาห์ทีผ่านมายังได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นการเข้ารหัสรักษาความปลอดภัยของบรรดาระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนว่า ทางรัฐบาลอาจจะต้องรอไปจนกว่าที่ประธานธิบดีของประเทศสหรัฐคนใหม่จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในช่วงปี 2017 เพื่อเจรจาถกเถียงในประเด็นดังกล่าวนี้ให้ได้ข้อสรุปและความเข้าใจร่วมกันทุกฝ่าย ซึ่งจะต้องจัดการพูดคุยให้ลงตัวก่อนที่จะมีเหตุการณ์ที่เลวร้ายกว่าเกิดขึ้นหลังจากนี้ โดยถ้าเกิดเหตุการ์ไม่พึงประสงค์ขึ้นมาแล้วก็จะทำให้เวลาในการคิดทบทวนประเด็นที่เกี่ยวข้องต่างๆ จะถูกตัดทอนลงเหลือน้อยมาก

ในประเด็นการถกเถียงเรื่องการเข้ารหัสข้อมูลของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ทุกวันนี้นั้นคาดว่าจะมีการเชิญบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ มาทำการเจรจากันในเชิงลับ แต่กระนั้นผู้อำนวยการของ FBI เองก็ยอมรับและเข้าใจว่าทำไม Apple ถึงเลือกใช้นโยบายสายแข็งในการเปิดประเด็นที่อ่อนไหวดังกล่าวนี้ ข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจยังมีเพิ่มเติมด้วยว่า ในช่วงครั้งแรกของปี 2016 กรมตำรวจสืบสวนกลางสหรัฐสามารถยึดของกลางเป็นสมาร์ทโฟนได้จำนวน 4000 เครื่อง ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้อาจจะมีหลักฐานที่สามารถใช้ในการสืบสวนคดีต่อไปได้ แต่ก็มีอุปกรณ์จำนวน 500 เครื่องที่ทาง FBI ไม่สามารถจัดการเจาะระบบได้ด้วยเช่นกัน

แต่สำหรับเครื่องโทรศัพท์ iPhone จากเหตุกราดยิงในเมือง San Bernardino ที่สามารถเจาะระบบได้โดยแฮ๊คเกอร์นั้น ล่วงเลยมาจนถึงเวลานี้ก็ดูเหมือนว่าทาง FBI จะยังไม่พบหลักฐานสำคัญใดๆ ที่จะมีผลต่อการสืบสวนคดีเพิ่มเติมด้วยเหมือนกันครับ


ที่มา: apple insider


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke