Apple อัดฉีดเม็ดเงินพัฒนาวิจัยเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ติดต่อกันแล้วสองไตรมาส

apple store ny

ท่ามกลางพายุกระแสข่าวที่โหมรายงานว่ายอดขายเครื่องโทรศัพท์ iPhone ซึ่งเป็นเส้นเลือดหลักในการหล่อเลี้ยงบริษัท Apple นั้นกำลังมาถึงจุดอิ่มตัว ภายหลังจากที่ยอดขายสมาร์ทโฟนนั้นปรับตัวลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 ตั้งแต่เดือนมกราคมเรื่อยมาจนถึงช่วงมิถุนายน ถึงแม้ว่าจะทำยอดขายที่รวมกันกว่า 90 ล้านเครื่องในช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อผลงานที่ออกมาบ่งบอกว่าไม่ดีเท่าเดิมจึงเป็นที่มาของการทายทักจากผู้สันทัดกรณีไปต่างๆ นานา

แต่ในขณะเดียวกันทาง Apple นั้นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะ ในอีกมุมหนึ่งก็มีการเร่งลงทุนอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบการพัฒนาและวิจัยเทคโนโลยีใหม่ๆ ในอนาคต มากยิ่งขึ้นกว่า โดยในไตรมาสปิดเดือนมิถุนายนทาง Apple มีค่าใช้จ่ายในส่วนของพัฒนาและวิจัยเป็นวงเงิน 2.56 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นมากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของขวบปีก่อนที่มีค่าใช้จ่าย 2.03 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือย้อนกลับมาในไตรมาสปิดเดือนมีนาคมทาง Apple เองก็เพิ่มวงเงินในการพัฒนาและวิจัยไปอีก 600 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้แล้ว

ซึ่งเมื่อนับรวมกัน 9 เดือนที่ผ่านมาตามปีปฏิทินการเงินของบริษัท Apple มีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและวิจัยเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมกันไปแล้วกว่า 7.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 5.85 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 28 เปอร์เซ็นต์ โดยมีคาดการณ์ว่าเทคโนโลยีที่ทาง Apple ได้ใช้เม็ดเงินดังกล่าวนี้ในการที่มีความเกี่ยวข้องกับการลงทุนใน Didi Chuxing บริการจัดหารถแท๊กซี่เอกชนในประเทศจีนและ Project Titan ซึ่งถูกกล่าวอ้างว่าเป็นโครงการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์ไร้คนขับ

นอกจากนั้นแล้วยังมีการลงทุนในส่วนของเทคโนโลยี Augmented Reality ซึ่งมีถูกคาดหมายว่าจะมีโอกาสเติบโตทำรายได้อย่างมากในอนาคตสำหรับผู้บริโภคทั่วไป โดยเฉพาะเกี่ยวกับบริการแอปพลิเคชั่นและการพัฒนาตัวแอปพลิเคชั่น ไม่เชิงจะเน้นโฟกัสความสนใจไปที่ตัวฮาร์ดแวร์เหมือน Google หรือ Facebook ที่มีมุมมองในอีกแนวทางหนึ่ง


ที่มา: apple insider


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke