[WWDC 2016] iOS 10 การอัพเดทครั้งใหญ่ของระบบปฏิบัติการที่ทุกคนคุ้นเคย

Screen Shot 2559-06-14 at 09.15.35

นอกจาก watchOS tvOS และ macOS แล้ว อีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญที่ขาดไม่ได้คงจะหนีไม่พ้น iOS ที่รอบนี้กลับมาพร้อมอัพเดทที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมากับ iOS 10 ซึ่งรายละเอียดของตัว iOS 10 จะมีอะไรบ้างนั้น เราสรุปไว้ให้แล้วที่นี่ครับ 

iOS 10 จะแบ่งของใหม่ออกเป็นทั้งหมด 10 แกน ดังต่อไปนี้

 

[1] User Experience ปรับ UI และ UX ให้ใช้ง่ายขึ้น ละเอียดมากขึ้น

 

ในส่วนของ User Experience (UX) มีการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่การใช้เครื่อง เพียงแค่ยกเครื่องขึ้นมา หน้าจอก็ติดพร้อมใช้งาน รวมถึงตัว Lock Screen ก็มีการปรับปรุงใหม่ รองรับการใช้งานร่วมกับ Widget อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมลดความซับซ้อนของหน้าจอด้วยการย้ายกล้อง จากเดิมที่อยู่มุมซ้ายล่างไปอยู่ทางขวาของหน้า Lock Screen และเพิ่มหน้า Widget เข้ามาทางซ้ายของหน้า Lock Screen

IMG_5436 IMG_5437 IMG_5438

หน้าหลักของ Lock Screen ยังคงเป็น Notification Center เช่นเคย แต่รอบนี้มาเหนือกว่าด้วยการเปลี่ยนลักษณะของ Notification ให้เป็นแบบกล่องโต้ตอบ Quick Response สามารถ Peek เพื่อดูรายละเอียดแบบเต็ม และตอบกลับข้อความได้จากหน้า Lock Screen ได้ทันที

IMG_5440

เมื่อปลดล็อกเข้ามาแล้วเราจะเห็นรายการแอปฯ เหมือนเช่นทุกๆ iOS ที่ผ่านมา แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ Quick Menu ของ iPhone 6s จะมีการเพิ่ม Widget ขึ้นมาเป็นรายแอปพลิเคชัน และสามารถสั่งเพิ่ม Widget เข้าไปใน Notification Center ได้ทันที และความพิเศษของ Widget คือรองรับการแสดงผลแบบ Live Action ทำให้เราไม่พลาดกับเหตุการณ์สำคัญๆ ได้อีกด้วย

IMG_5419

IMG_5420

IMG_5422

จุดต่อมาที่มีการเปลี่ยนคือ Notification Center โดยจากเดิมเราจะไม่สามารถล้าง Notification ทั้งหมดแบบทีเดียวได้ แต่ใน iOS 10 จะสามารถทำได้กับจอ 3D Touch คือกดหนักบริเวณปุ่ม Clear เพื่อเรียก Sub-menu ขึ้นมา จากนั้นก็กดล้างไปได้เลย

IMG_5439

จุดสุดท้ายที่เปลี่ยนอย่างหนัก คือ Control Center โดยเปลี่ยนเป็นรูปแบบ Card Style มีรายละเอียดทั้งหมด 3 หน้า คือหน้าตั้งค่าเครื่อง หน้าเครื่องเล่นเพลงซึ่งปรับปรุงให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และหน้าจัดการอุปกรณ์ HomeKit ภายในบ้านเป็นต้น

IMG_5441 IMG_5442

 

[2] Siri กับความเป็นมิตร(ต่อนักพัฒนา)ที่เพิ่มมากขึ้น

 

IMG_5424

ใน iOS 10 Siri มีการปรับปรุงเพียงเล็กน้อย แต่เรียกว่ายิ่งใหญ่มากสำหรับนักพัฒนา นั่นก็คือ Siri สามารถเข้าถึง 3rd party App ได้แล้ว โดย Apple จะมี SiriKit API ให้นักพัฒนานำไปใช้งานได้ ตัวอย่างการนำ Siri ไปใช้ คือให้ Siri ตอบกลับข้อความใน WeChat/WhatsApp/Slack, ให้ Siri เรียกรถ Uber/Lyft/Didi Dache (ในจีน), ให้ Siri ค้นหารูปภาพจาก Google Photo/Facebook/Flickr/Imgur เป็นต้น

IMG_5430 IMG_5428 IMG_5426 IMG_5429

 

[3] QuickType ที่รอบรู้มากขึ้น

 

IMG_5499

QuickType ใน iOS 10 จะมีการปรับปรุงในส่วนของคีย์บอร์ดให้มีความสามารถในการคาดเดาการพิมพ์ข้อความของเราเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการคาดเดาว่าเราจะพิมพ์หมายปฏิทินโดยอ้างอิงจากอีเมล คาดเดาข้อความที่เราจะพิมพ์ต่อไป หรือแม้กระทั่งสามารถสร้างตารางงานให้เสร็จสรรพได้อย่างรวดเร็ว

ที่สำคัญคือโหมดพิมพ์ด้วยเสียง สามารถแยกภาษาที่พิมพ์ได้แล้ว เช่นสั่งพิมพ์ภาษาอังกฤษ พร้อมภาษาไทย (อารมณ์ประมาณไทยคำอังกฤษคำ) ได้เลยโดยที่ไม่ต้องออกไปเปลี่ยนภาษาของคีย์บอร์ดอีกต่อไป

IMG_5433 IMG_5432 IMG_5431 IMG_5434

 

[4] Photo ที่ชาญฉลาดและเข้าใจสร้างความคิด

 

IMG_5435

สำหรับ Photo ก็มีการเปลี่ยนแปลงแบบยกเครื่องพอสมควร โดยมีการเพิ่ม Memories ให้ iOS สามารถจำแนกรายละเอียดของภาพ วัตถุ บุคคล สถานที่ หรือกิจกรรม แล้วนำมาสร้างเป็นอัลบั้มภาพสำเร็จรูปออกมาได้ ที่สำคัญคือเราสามารถปรับแต่งอัลบั้มภาพได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไปซ้ำซ้อนกับคนอื่นหรือไม่

Apple-WWDC-2016-iOS10-Photos26-630x354 wwdc-2016-photos-face-recognition

IMG_5508 IMG_5509 IMG_5510

 

[5] Maps ที่คล่องตัวมากขั้น

 

IMG_5443 IMG_5445 IMG_5447

Apple Maps เองก็มีการปรับปรุงใหญ่แบบยกเครื่องเช่นกัน โดยใน iOS 10 Apple Maps จะถูกเรียกว่า Proactive Maps ซึ่งมีจุดสำคัญอยู่สองประการ คือปรับหน้าตาตัวแอปฯ ใหม่ และ ระบบนำทางรูปแบบใหม่ที่สามารถให้รายละเอียดได้ลึกขึ้น ที่สำคัญยังมี Maps Extension ให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปที่สามารถผูกกับสถานที่ได้ เช่นแอปฯ ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน หรือโรงแรม หรือแม้กระทั่งเรียกรถทั้ง Uber/Lyft และสั่งจ่ายเงินผ่าน Apple Pay ก็ได้

นอกจากการปรับปรุงจากตัว iOS แล้ว ในส่วนของ CarPlay ก็มีการปรับปรุงใหม่แบบยกเครื่องเช่นกัน โดย Maps บน CarPlay จะได้ฟีเจอร์ที่เหมือนกับบน iOS 10 ทั้งหมด และยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบคอนโซลบนรถยนต์ เพื่อแจ้งการนำทางผ่านตัวคอนโซลหลักได้อีกด้วย

 

[6] Music รูปแบบใหม่ ใช้ง่าย สนุก เป็นกันเอง

 

IMG_5448 IMG_5449 IMG_5451

แอปฯ Music เองก็มีการปรับหน้าตากันใหม่อีกครั้ง หลังจากปรับใหญ่เมื่อครั้งเปิดตัว Apple Music พร้อม iOS 8.4 โดยใน iOS 10 จะมีการปรับหน้าตาให้มีความเป็นกันเองมากขึ้น จัดลำดับแถบเมนูใหม่ ย้าย Library ของผู้ใช้มาอยู่หน้าแรก เพิ่มหมวด Downloaded Music สำหรับแสดงรายการเพลงที่อยู่ในเครื่อง และปรับให้ Now Playing เป็นเมนูแบบ Flyover ขึ้นมา

IMG_5452 IMG_5453

ในส่วนของ Today ก็เปลี่ยนเป็น Browse โดยจะมีการแนะนำเพลย์ลิสต์เด่นๆ จาก Apple Music เอง และยังสามารถค้นหาเพลงทั้งหมดได้จากแท็บ Search ตามปกติ ส่วนแท็บ For You ก็มีการเพิ่มรายละเอียดให้ตรงตามความต้องการมากขึ้น รวมถึงเพิ่ม Discovery Mix สำหรับใช้มิกซ์เพลงจาก Apple Music ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ และเพิ่ม Day List สำหรับให้ Apple Music จัดรายการเพลงประจำวันให้ฟังได้เป็นต้น

IMG_5450

 

[7] News รูปแบบใหม่ รายงานฉับไว อ่านง่าย แชร์คล่อง!

 

IMG_5472

แอปฯ อ่านข่าว News ที่เปิดตัวใน iOS 9 ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ยกแผงใน iOS 10 โดยมีการปรับลักษณะของส่วนติดต่อผู้ใช้ใหม่ทั้งหมด (คล้ายๆ Apple Music) เพิ่มหมวด Suggest Topic สำหรับแสดงข่าวที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ให้ความสนใจ และ Topic สำหรับแสดงข่าวที่ตัวผู้ใช้เองสนใจเป็นพิเศษ โดยไม่จำกัดสำนักพิมพ์ หรือบริการต่างๆ เป็นต้น

IMG_5466 IMG_5469 IMG_5467

นอกจากนี้ News ยังปรับให้รองรับกับ Subscription News ได้ โดยผู้ใช้สามารถลงชื่อสมัครรับข่าวสารกับสำนักข่าวที่สนใจได้ทันที และข้อดีอีกอย่างของฟีเจอร์นี้ คือสำนักข่าวเองก็สามารถส่งข่าวด่วนเข้ามาเป็น Notification ได้อีกด้วย เช่นกรณีการก่อการร้ายเป็นต้น

IMG_5470 IMG_5471

 

[8] Home ดูแลบ้านง่ายๆ ด้วย iPhone ในมือคุณ

 

IMG_5461

เมื่อตอน iOS 8 เราเห็น Apple เปิดตัว HomeKit สำหรับใช้พัฒนาอุปกรณ์แนว Smart Home ออกมา และใน iOS 10 HomeKit มีการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ทั้งระดับ API และตัวแอปฯ โดยฝั่ง App จะมีการเพิ่มแอปฯ Home สำหรับใช้ควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟ เครื่องปรับอากาศ พัดลม เซ็นเซอร์ ประตูบ้าน กล้องวงจรปิด ประตูโรงเก็บรถ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ และรองรับ HomeKit เป็นต้น

แอป Home ยังรองรับการใช้งานร่วมกับ Siri ทำให้ Siri สามาารถจัดการรายละเอียดภายในบ้านได้ เช่นสั่งให้ Siri จัดการอุปกรณ์ภายในบ้านได้อย่างลงตัว และที่สำคัญ iOS 10 ยังสามารถบอกได้ว่าใครมาที่บ้านเรา โดยอาศัยกล้องวงจรปิด และอุปกรณ์ต่างๆ เมื่อเรามั่นใจแล้ว เราสามารถสั่งเปิดประตูจากในแอปฯ ได้เลย

IMG_5456 IMG_5458 IMG_5459 IMG_5460

 

[9] Phone นิยามใหม่ของโทรศัพท์สำหรับทุกคน เพื่อทุกคน

 

IMG_5500

สำหรับแอปฯ หลักของ iPhone อย่าง Phone ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ยกเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มฟังก์ชัน VoIP Full Call โดยปรับให้แอปฯ VoIP ทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น Skype, Line, WhatsApp, Facebook Messenger, WeChat และอื่นๆ ที่รองรับ VoIP มาใช้ Full Screen Calling แบบสายโทรศัพท์ปกติ เหมือนกันทุกแอปฯ ตัวอย่างเช่นจากเดิมเพื่อน Call Line มาหา เราจะเห็นเป็น Notification แจ้งให้เข้าไปเปิดแอปฯ เพื่อรับสาย แต่ใน iOS 10 Call Line จะถูกเปลี่ยนมาใช้แอปฯ Phone ของ iOS และมีการแจ้งข้อความบริการเหมือนกับ FaceTime Voice ทั้งหมดเป็นต้น

IMG_5464 IMG_5465

และในส่วนของ Contacts ก็มีการปรับรูปแบบหน้าตาใหม่ สามารถผูกบริการ 3rd Party เข้าไปรวมใน Contact ได้ และสามารถแปลงข้อความเสียงให้กลายเป็นตัวอักษรเพื่อความสะดวกในการอ่านอีกด้วย ที่สำคัญคือมี Phone Extension ตัวใหม่ที่สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลเบอร์แปลกปลอม (เช่น Line Whoscall, Tencent Security Caller ID) แล้วนำเบอร์ในฐานข้อมูลขึ้นมาแสดงได้เลย

IMG_5502 IMG_5503

IMG_5462

IMG_5463

และนอกจากฟีเจอร์ข้างต้นแล้ว iOS 10 จะยังรองรับการใช้งาน iPhone ร่วมกับ VoIP Enterprise Calling เต็มตัว สามารถใช้ iPhone ผูกเข้าไปในเครือข่ายโทรศัพท์ได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Cisco Enterprise VoIP Network ที่ Admin สามารถผูก iPhone เข้าไปในเครือข่ายเพื่อใช้งานร่วมกันได้ และเมื่อผูกไปแล้วองค์กรจะสามารถใช้ iPhone เป็นโหนดลูกของระบบโทรศัพท์ภายในองค์กรได้เลย

 

[10] iMessage โฉมใหม่ ตื่นเต้น เร้าใจ มันส์ และ ครบเครื่องกว่าเดิม

 

Screen Shot 2559-06-14 at 19.39.27

Apple เปิดตัว iMessage เพื่อใช้งานแทน SMS มาตั้งแต่ iOS 5 แต่ใน iOS 10 iMessage จะไม่ใช่แอปฯ แบบส่ง SMS อีกต่อไป เพราะใน iOS 10 แอปฯ จะถูกแปลงให้คล้ายกับบริการ Instant Messaging มากขึ้น โดยฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมด มีดังต่อไปนี้

  • รองรับข้อความแบบ Rich Text เช่น ปะลิงค์ระบบจะดึงข้อมูลคร่าวๆ ออกมาแสดง

IMG_5473

  • สามารถส่งภาพ/ถ่ายภาพจากในแอปฯ ได้โดยตรง โดยไม่ต้องไปเลือกไฟล์จาก Camera Roll หรือ แอปฯ อื่นๆ อีกต่อไป

IMG_5474

  • ปรับรูปแบบของ Emoji ใหม่ทั้งหมด เช่น ขยายให้ใหญ่ขึ้น 3 เท่าเมื่อส่งแต่ Emoji, เพิ่มระบบกรองข้อความเพื่อแปลงเป็น Emoji แบบอัตโนมัติ

IMG_5475 IMG_5476

IMG_5505 

ภาษาไทยก็ใช้ได้นะ~

ภาษาไทยก็ใช้ได้นะ~

  • เพิ่มรูปแบบของกล่องข้อความ เพื่อให้สามารถสื่ออารมณ์ได้ดีมากขึ้น (ขึ้นอยู่กับข้อความ/ผู้ใช้เลือกเอง)

IMG_5480

  • เพิ่มเอฟเฟคแบบ Full Screen เพื่อให้ข้อความบางข้อความตื่นเต้นได้มากขึ้น (ขึ้นกับข้อความ/ผู้ใช้เลือกเอง)

IMG_5482 IMG_5481

  • เพิ่ม Invisible Ink สำหรับใช้ซ่อนข้อความที่เป็นความลับ ปลายทางสามารถอ่านข้อความได้ด้วยการปาดนิ้วไปบนข้อความเพื่อลบ Invisible Ink ออก และจะถูกซ่อนกลับเมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่ง

IMG_5485 IMG_5486 IMG_5487

  • เพิ่ม Tapback ให้ผู้ใช้อื่นๆ (หรือเรา) สามารถแสดงอารมณ์ต่อข้อความดังกล่าวได้ เช่น กด Like ที่ข้อความที่ถูกใจ โดยไม่ต้องใช้ Emoji แสดงอารมณ์

IMG_5483 IMG_5484

  • สามารถแสดงผลข้อความแบบ Handwriting แบบ Realtime ได้ ทำให้ผู้รับข้อความเห็นสดๆ ว่ากำลังเขียนข้อความอะไรอยู่

IMG_5491

  • เพิ่มความสามารถ Digital Touch ให้ iOS จากเดิมที่จำกัดเฉพาะบน Apple Watch และมีความสามารถที่เหนือกว่าด้วยการรองรับการถ่ายภาพ หรือแทรกภาพเข้าไปในข้อความ Digital Touch โดยตรง

IMG_5488

และนอกจากฟีเจอร์เหล่านี้แล้ว iMessage ยังมีฟีเจอร์ใหญ่อีกหนึ่งฟีเจอร์ คือ iMessage App ทำให้ผู้ใช้สามารถแทรกแอปฯ ต่างๆ เข้าไปใน iMessage เพื่อทำให้การส่งข้อความสนุกมากขึ้นไปด้วย ตัวอย่างเช่น ติดตั้งแอปฯ Sticker เพื่อส่งสติ๊กเกอร์ใน iMessage ติดตั้งแอปฯ จองร้านอาหารเพื่อจองร้านอาหารและส่งให้ผู้รับในห้องรับทราบทั่วกัน ติดตั้งแอปฯ โอนเงิน เพื่อโอนเงินหากันผ่าน iMessage ได้โดยตรงเป็นต้น

IMG_5495 IMG_5493 IMG_5496

และไม่ใช่แค่ iOS เท่านั้นที่ได้ iMessage รูปแบบใหม่ .. iMessage บน macOS Sierra และ watchOS 3 จะได้ความสามารถข้างต้นทั้งหมดนี้ไปด้วย

 

[11] ฟังก์ชันอื่นๆ ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

นอกจาก 10 ฟังก์ชันหลักแล้ว iOS 10 ยังมีฟังก์ชันอื่นๆ ที่ไม่ได้ยกเป็นฟังก์ชันหลักเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งฟังก์ชันเหล่านั้นประกอบไปด้วย

  • Notes collaboration : แก้ไขโน้ตเดียวกัน แบบพร้อมกันหลายบุคคลทั้งบน iOS และ macOS

IMG_5414

  • Conversation view : แสดงผลอีเมลหัวข้อเดียวกันหลายๆ ข้อความภายใต้หัวข้อเดียวกัน เป็นข้อความเดียว และแสดงเนื้อหาคล้ายๆ การสนทนา

IMG_5415

  • Live Photos editing : แก้ไขภาพ Live Photos แบบวิดีโอทั้งปรับสี ความสว่าง ความคมชัด

IMG_5416

  • Safari Split View (iPad) : ปรับให้ Safari บน iPad สามารถแสดงผลสองเว็บไซต์ในหน้าจอเดียวกันได้ (อิงความสามารถตามเงื่อนไขการใช้ Split View ของ iOS 9)

IMG_5417

 

[12] อุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้

ios-10-device-compatibility-list-1

ต้องบอกว่าเป็นข่าวดีปนข่าวร้าย เพราะ iOS 10 มีการตัดการรองรับอุปกรณ์ไปอีก 5 ตัว ขอแสดงความเสียใจกับ iPhone 4S, iPad 2, iPad 3, iPad mini และ iPod touch 5th Generation ที่คุณไม่ได้ไปต่อมา ณ ที่นี้ สำหรับอุปกรณ์ที่ได้ไปต่อมีดังต่อไปนี้ครับ

  • iPhone 5 / 5s / 5c / SE / 6 / 6 Plus / 6s / 6s Plus
  • iPad 4th / Air / Air 2 / mini 2 / mini 3 / mini 4 / Pro 9.7 / Pro 12.4
  • iPod touch 6th Generation

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นรายละเอียดเบื้องต้นของ iOS 10 ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่นี้แน่นอน เชื่อว่าในงานเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ เราน่าจะได้เห็นความสามารถของ iOS 10 เพิ่มเติมแน่นอน อดใจรอกันอีกสักพัก ไม่เกินรอแน่นอนครับ 😀

maxresdefault


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke