Apple ประกาศลงทุนใน Didi Chuxing บริการด้านขนส่งเอกชนจากประเทศจีน

apple

กลายเป็นประเด็นข่าวที่น่าจับตามองขึ้นมาทันทีเมื่อมีการเปิดเผยล่าสุดจากแหล่งข่าวสำนักดังๆ พร้อมกันว่าทาง Apple บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนมากถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ให้กับทาง Didi Chuxing บริษัทเครือข่ายผู้จัดหาบริการขนส่งเอกชนให้บริการคล้ายๆ กับทาง Uber โดยอาจจะนับเป็นก้าวย่างที่แปลกตาของบรรดานักลงทุนในตลาดทุนอยู่ไม่น้อย เพราะ Apple มักจะไม่ค่อยใช้แนวทางดังกล่าวนี้บ่อยนัก

โดยทาง Tim Cook เจ้าหน้าที่ประธานบริหารสูงสุดของ Apple ให้สัมภาษณ์เปิดเผยว่า ความร่วมมือดังกล่าวระหว่าง Apple และ Didi Chuxing ถือเป็นโอกาสที่ดีในการศึกษาทำความเข้าใจในตลาดของประเทศจีน พร้อมทั้งเหตุผลอีกว่า Apple นั้นมีกลยุทธ์ในการเลือกปฏิบัติการลงทุนที่แตกต่างกันไปในหลายๆ เหตุผล และในครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีในการศึกษาวัฒนธรรมการบริโภคในเชิงลึกของลูกค้าแดนมังกร และแน่นอนว่าบริษัทได้มองเห็นถึงโอกาสในการได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเม็ดเงินต่อไปในอนาคตเอาไว้ด้วยเช่นกัน

สำหรับ Didi Chuxing นั้นได้แถลงการณ์ร่วมด้วยว่าการลงทุนของ Apple นั้นเป็นวงเงินมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยได้รับการสนับสนุนมาในครั้งเดียว แม้ว่าก่อนหน้าจะเคยได้รับการระดมทุนมาแล้วหลายพันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐก็ตามที โดยปัจจุบันบริการจัดหาขนส่งเอกชนของ Didi Chuxing นั้นครองส่วนแบ่งตลาดในจีนเอาไว้ได้เกือบจะเบ็ดเสร็จ มีบริการเกิดขึ้นรวมกันกว่า 11 ล้านครั้งต่อวัน และส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 87 เปอร์เซ็นต์ ในตลาดเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ให้บริการในลักษณะเดียวกัน

ด้านของนักวิเคราะห์ Patrick Moorhead จาก Moor Insight & Strategy แสดงทัศนะว่าการประกาศเข้าลงทุนในแดนมังกรของ Apple ในครั้งนี้เป็นผลพวงมาจากยอดขายโทรศัพท์ iPhone ที่เริ่มเกิดความอิ่มตัว จึงทำให้ต้องหันไปเน้นการทำรายได้จากธุรกิจอื่นๆ เข้ามาช่วยหล่อเลี้ยงดุลบัญชีการเงินของบริษัท เช่น Apple Music หรือ Apple Pay ที่กำลังพยายามผลักดันกันอยู่ในเวลานี้ ร่วมไปถึงการประกาศลงทุนกับ Didi Chuxing ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ของการบริการทั้งสิ้น

นักลงทุนอาจจะกำลังคาดหวังให้ Apple กระโจนเข้าไปเปิดตัวในอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น รถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งเกิดการจ้างงานบุคลากรผู้เชี่ยวชาญมาร่วมทีมมากมาย แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่แน่ว่าเป้าหมายจริงๆ ของ Apple อาจจะไม่ใช่การขายรถยนต์ แต่เป็นการสร้างบริการขนส่งเอกชนยุคต่อไป ที่อาจจะสร้างเม็ดเงินได้อย่างยั่งยืนมากกว่า เมื่อมองภาพสะท้อนจากการประกาศลงทุนในจีนครั้งนี้ ก็ถือเป็นสัญญาณที่น่าคิดอยู่ไม่น้อยครับ


ที่มา: Reuters


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke