Review : ฟิล์มกันรอยหน้าจอ Hagu GLEXIBLE Nano Glass 9H “ได้(เกือบ)ทุกอย่าง ไม่ต้องเสียสักอย่าง”

ถ้าถามถึงอุปกรณ์เสริมชิ้นแรก หลังจากซื้อ iPhone / iPad / iPod touch มาแล้ว เชื่อว่าเกือบทุกคนต้องตอบว่า “ฟิล์มกันรอยหน้าจอ​” ทุกวันนี้ ฟิล์มกันรอยหน้าจอที่มีในตลาดตอนนี้ ถ้าอยากได้บางๆ ใสๆ มองสวยๆ ก็เลอะง่าย เช็ดบ่อย ถ้าเอาแบบเลอะยาก เช็ดไม่บ่อย ก็ดูจอแล้วไม่สวย ไม่ใส และถ้าอยากสวย ใส เลอะยาก ทนทาน ก็ได้ฟิล์มหนาๆ หนักๆ เรียกว่าอยากได้ให้ครบความต้องการในแผ่นเดียว เป็นเรื่องได้อย่างเสียอย่างเลยทีเดียว

แล้วฟิล์มอะไรละ? ที่ทำลายข้อจำกัดเหล่านี้ ได้ทั้งความทน ใส สบายตา ส่วนตัวผมเองที่ใช้ Smartphone จอสัมผัสมาตั้งแต่ยุคก่อน iPhone จนใช้ iPhone และ Smartphone มาหลายรุ่น ติดฟิล์มที ก็ต้องยอมรับในข้อจำกัดต่างๆ มาโดยตลอด แต่วันนี้ ผมได้พบฟิล์มที่คิดว่า ทน ใส สบายตา และราคาเหมาะสมกับคุณภาพแล้ว นั้นคือฟิล์มกันรอยหน้าจอยี่ห้อ Hagu (ฮักจุ) รุ่น GLEXIBLE Nano Glass 9H ที่แข็งแรงเหมือนฟิล์มกระจกหนาๆ ให้ภาพที่ใสเหมือนไม่ติดฟิล์ม และบางเบาแบบฟิล์มพลาสติกทั่วไป คุณสมบัติเป็นอย่างไร ใช้งานจริงเป็นอย่างไร มาชมกันได้เลยครับ

คุณสมบัติของ Hagu GLEXIBLE Nano Glass 9H

โดยปกติ ฟิล์มกันรอยมือถือทั่วไปที่เป็นพลาสติก ไม่ว่าจะแบบใส ขุ่น กระจก ฯลฯ จะเป็นพลาสติกแบบ PET (เนื้อเดียวกับที่ทำขวดน้ำพลาสติก) ฟิล์มแบบนี้ได้เรื่องความบาง แต่ไม่แข็งแรง ไม่ทนต่อการกระแทก เสียรูปง่าย และให้มุมมองหน้าจอที่เพี้ยนไปจากความจริง

หลังจากนั้นไม่นาน ฟิล์มแบบกระจก Temper Glass เกิดขึ้น เพื่อแก้ปัญหาเรื่องหน้าจอแตก โดยฟิล์มแบบกระจก มีความหนาอยู่ที่ 0.4 ถึง 0.6 mm. (ในขณะที่ฟิล์มหน้าจอแบบปกติอยู่ที่ 0.1-0.2 mm) ฟิล์มแบบ Temper Glass ให้ความใสเหมือนดูกระจกจริง ป้องกันหน้าจอได้ดี แต่เวลาแตก จะเป็นเม็ดแบบกระจกจริง หากไม่เปลี่ยน จะบาดนิ้วได้ รวมถึงน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก ระยะความหนาของฟิล์ม อาจทำให้เวลากดปุ่ม Home ของ iPhone รู้สึกจมมากกว่าปกติเช่นกัน

เมื่อฟิล์มแบบปกติบางไป ส่วนฟิล์มแบบ Temper Glass ก็หนาและหนักไป จึงเกิดฟิล์มกันรอย Temper Glass ที่ลดความบางลงไป โดยเนื้อเป็นแบบพลาสติกแข็ง บางกว่า Temper Glass แบบปกติ แต่ปัญหาของฟิล์มประเภทนี้คือ ตัวฟิล์มเป็นแบบพลาสติกแข็ง ทำให้ขาดความหยืดหยุ่นในการเกาะหน้าจอ เมื่อใช้งานไประยะหนึ่ง ฟิล์มจะมีการงอตัวและเสียรูปถาวรได้

Hagu GLEXIBLE Nano Glass 9H เป็นฟิล์มกันรอยที่เอาคุณสมบัติฟิล์มพลาสติกแบบปกติที่บาง เบา มาผสานกับคุณสมบัติของฟิล์มกันรอยแบบกระจก Temper Glass เข้าไว้ด้วยกัน ฟิล์ม Hagu GLEXIBLE มีความหนาแค่ 0.2 mm ติดลงหน้าจอง่ายแบบฟิล์มพลาสติกทั่วไป มีความทนทานที่ทดสอบด้วยการนำหัวดินสอแข็งระดับ 9H ขูดแล้วไม่เป็นรอย (แข็งแรงที่สุดในการทดสอบพลาสติก)

ผิวด้านหน้าของฟิล์มเคลือบกระจก ทำให้มุมมองการใช้งานเหมือนดูหน้าจอจริง และแข็งแรงแบบกระจก แต่ความแตกต่างคือ ฟิล์มแบบกระจก Temper Glass จะแตกเป็นเม็ด ทำให้บาดนิ้วได้ แต่ Hagu Nano Glass 9H จะแตกเป็นผงจุดเล็กๆ ไม่บาดนิ้วและกระทบกับมุมมองใช้งานหากยังไม่สามารถเปลี่ยนฟิล์มได้

ใช้งานจริงเป็นอย่างไร? 

Hagu GLEXIBLE Nano Glass 9H เป็นฟิล์มที่ดูติดตั้งไม่ยาก ถ้าคุณผู้อ่านชอบติดฟิล์มกันรอยมือถือเป็นประจำด้วยตัวเอง เป็นฟิล์มที่ติดไม่ยาก เพราะเช็ดหน้าจอให้สะอาด ไร้ฝุ่น และวางฟิล์มลงไปให้ตรงๆ ใช้เทปใสยกมาจัดนิดหน่อย รีดด้วยบัตรพลาสติกสักนิด ก็พร้อมใช้งานทันที

สัมผัสแรกหลังติดคือ ฟิล์มไม่หนาจนเกินพอดี สังเกตได้จากการกดปุ่ม Home ของ iPhone ที่ถึงจะไม่เนียนเท่าฟิล์มพลาสติกแบบทั่วไป แต่ก็ไม่หนาจนดูเป็นคนละเรื่องแบบฟิล์ม Temper Glass ความหนาอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ ไม่หนาจนให้ความรู้สึกปุ่มจมลึกแน่นอน

ฟิล์มให้ความใสที่ดีมาก ถ้าเคยใช้ฟิล์มใสยี่ห้อดีๆ ไม่ว่าจะ Power Support หรือ SGP มาก่อน จะพบว่า Hagu GLEXIBLE Nano Glass 9H ใสกว่าฟิล์มใสพลาสติกทั่วไป เมื่อมองเทียบกับ iPhone เครื่องที่ไม่ได้ติดฟิล์มหน้าจอ ตัวฟิล์ม Hagu GLEXIBLE Nano Glass 9H ให้ความใสเรียกว่ามองกับ iPhone ที่ไม่ได้ติดฟิล์มแล้ว แยกกันไม่ออกเลยทีเดียว และอีกจุดที่น่าชมอย่างยิ่งคือ ตัวฟิล์มช่วยลดการสะท้อนเวลาใช้งานกลางแดด หรือใช้กลางแจ้งได้ค่อนข้างดี มองชัดและยังดูสีของหน้าจอได้ในระดับใช้งานได้ดีทีเดียว

หลังจากลองใช้งานมา 1 เดือนเต็มๆ ใช้งานแบบ หน้ามัน มือมัน ไม่เช็ดไม่ยุ่ง บางทีก็ถูด้วยเสื้อ ถูกับซอง ถูกกับกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่ใส รวมถึงเล่นเกมที่ต้องใช้การถู ลาก มากๆ เพื่อสร้างรอยกับฟิล์มให้มากที่สุด ผลที่ได้หลังใช้ไปหนึ่งเดือนคือ ตัวกระจกหน้ามีรอยขนแมวขีดข่วนบ้าง มีทั้งรอยเล็กๆ และรอยขีดหนักๆ ยาวๆ

แต่ในการใช้งานจริง ต่อให้ตัวฟิล์มจะมัน จะเลอะ หรือมีรอยขีดข่วนหนักๆ เต็มฟิล์มแล้วก็ตาม ความใสในการแสดงผลยังอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ถึงเวลาใช้งานจะมีคราบมันให้เห็นเมื่อกระทบกับไฟหน้าจอ แต่ความใสของฟิล์ม ดูไม่ขุ่นเหลืองแบบฟิล์มพลาสติกปกติ ถ้าอยากดูใสๆแบบทันที เช็ดกับเสื้อสองสามที ก็สะอาดพอสำหรับใช้งานต่อได้ ตัวฟิล์มค่อนข้างเช็ดง่าย เช็ดแบบรีบๆ หรือจะตั้งใจเช็ด ก็ออกมาค่อนข้างสะอาด โดยรวมถึงจะยังติดข้อจำกัดความเป็นฟิล์มใสที่เก็บคราบมันได้ แต่ Hagu GLEXIBLE Nano Glass 9H ถือว่าทำได้ดีกว่าฟิล์มแบบใสที่เป็นพลาสติกปกติ

การตอบสนองในการแตะ สัมผัส ฟิล์มพลาสติกแบบบาง รวมถึง ฟิล์มแบบ Temper Glass บางยี่ห้อ บางรุ่น ทำให้การสัมผัสเพี้ยน สัมผัสไม่ติด สัมผัสช้าลง แต่ Hagu GLEXIBLE Nano Glass 9H เป็นฟิล์มอีกรุ่นที่ไม่ทำให้สัมผัสหน้าจอเพี้ยนไปจากเดิม ไม่ว่าจะใช้งานทั่วไปแบบการลาก ถ่าง ป้ัดหน้าจอ พิมพ์ หรือการใช้งานหนักอย่างการเล่นเกม ก็ยังให้การสัมผัสที่แม่นยำตามปกติเช่นเดิม

สรุป

“ถ้าได้อย่าง ต้องเสียอย่าง นี่คือฟิล์มที่ ได้(เกือบ)ทุกอย่าง ไม่ต้องเสียสักอย่าง”

โดยรสนิยมส่วนตัวผมแล้ว ผมจะเลือกฟิล์มกันรอยที่บาง ใส เน้นการมองให้คมชัดตลอด เลอะเมื่อไหร่ เช็ดกับเสื้อครู่เดียวก็พอจะใช้งานต่อได้แล้ว แต่ข้อจำกัดของฟิล์มแบบใส คืออายุการใช้งานค่อนข้างสั้น และไม่ช่วยป้องกันหน้าจอในเหตุสุดวิสัยต่างๆ เช่นของหนักหล่นทับ หรือทำเครื่องหล่นพื้น แต่ถ้าจะให้ซื้อฟิล์มแบบ Temper Glass ก็ไม่ตอบโจทย์เรื่องน้ำหนักเครื่องที่เพิ่มขึ้นจากความหนา และระยะปุ่ม Home ที่จมลึกเกินไปเช่นกัน

Hagu GLEXIBLE Nano Glass 9H ถือเป็นฟิล์มที่ตอบโจทย์ทั้งคนที่อยากได้ความบาง ใส หรือคนที่อยากได้ความแข็งแรงแต่ต้องไม่หนาและหนักจนเกินไป ครบเครื่องทั้งเรื่องความใสของการมองจอ มุมมองการใช้งานในแต่ละสภาพแวดล้อมที่ทำได้ดีมาก การสัมผัสที่ไม่เพี้ยน ไม่หนาเกินไป ไม่ทำให้เครื่อง iPhone หนักขึ้นหลังการติดตั้ง รวมถึงแข็งแรงพอกับการรับมือเหตุไม่คาดฝันได้ เรียกว่าได้ทุกอย่าง ไม่ต้องเสียสักอย่างจริงๆ 

แต่ Hagu GLEXIBLE Nano Glass 9H ก็ยังมีจุดที่ดูน่าพัฒนาต่อไปได้ อย่างแรกคือ ตัวฟิล์มเคลือบผงกระจกแท้ก็จริง แต่ริ้วรอยจากการใช้งานยังเยอะไม่แพ้ฟิล์มพลาสติกปกติ ถึงริ้วรอยเหล่านั้น จะไม่สร้างความรำคาญหรือลดประสิทธิภาพใช้งาน แต่มองกับผู้บริโภคแล้ว อาจรู้สึกไม่มั่นใจได้ว่า ฟิล์มตัวนี้ทนจริงหรือไม่ คงต้องให้ Hagu ลองปรับปรุงการเคลือบผิวบนสุดให้ทนทานกว่านี้เช่นกัน

โดยสรุป Hagu GLEXIBLE Nano Glass 9H เหมาะกับคนที่มองหาฟิล์มกันรอยที่ครบเครื่อง สมบูรณ์แบบ ถึงจะไม่บางสุดๆ แบบฟิล์มพลาสติกทั่วไป แต่ก็บางสุดๆ สำหรับการเป็นฟิล์มที่ช่วยกันเหตุไม่คาดฝันกับหน้าจอได้ สำหรับราคาขาย 700 บาทต่อชุด ถ้าเทียบกับฟิล์มพลาสติกใสยี่ห้อดังๆ แผ่นละ 300 บาท และฟิล์ม Temper Glass ยี่ห้อดังๆ แผ่นละ 900 ถึง 1500 บาท ถือว่า Hagu GLEXIBLE Nano Glass 9H ไม่แพงจนเกินไป และดูน่าคุ้มค่ากับการใช้งานแน่นอน

สุดท้ายนี้ อยากให้ลองซื้อมาใช้งานสักครั้ง แล้วจะสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของฟิล์มที่น่าติดใจเหมือนผมเช่นกันครับ

ขอบคุณร้าน AnyCase By XPhone ชั้น 4 MBK ที่เอื้อเฟื้อการทดสอบครั้งนี้


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke