วิธีตรวจรับเครื่อง iPhone 7, 7 Plus แบบง่าย ๆ ก่อนซื้อ พร้อมใบตรวจเครื่องด้วยตัวเอง

18316-16841-7BlacksCamera-lทุกครั้งที่ iPhone รุ่นใหม่เข้ามาขายอย่างเป็นทางการ การตรวจเครื่อง iPhone ก่อนซื้อ เป็นเรื่องที่ทุกคนที่จะซื้อ iPhone เครื่องใหม่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง เพื่อให้ได้ iPhone กลับไปใช้อย่างไม่มีปัญหา ทีมงานจึงร่างวิธีการตรวจเครื่องในจุดหลักๆ เพื่อนำไปตรวจสอบก่อนจ่ายเงินซื้อเครื่องด้วยตัวเอง

ในบทความนี้ ขอไม่เน้นรูป เพื่อให้การเปิดอ่านจากมือถือประกอบระหว่างการตรวจ ทำได้ง่ายและไวขึ้น ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าว ถือเป็นวิธีที่อาจเยอะสักหน่อย แต่ถ้าไล่ตามขั้นตอนทั้ง 3 Step ก็ไม่ยากไปแน่นอนครับ 

 

สารบัญ 

แต่ก่อนจะเข้าเรื่อง ขอเขียนถึงเงื่อนไขการเปลี่ยนเครื่องขณะรับเครื่องไว้ล่วงหน้าสักเล็กน้อย

 


 

***การขอเปลี่ยนเครื่องขณะซื้อ***

เงื่อนไขการเปลี่ยนเครื่องขณะซื้อ หากพบตำหนิภายนอกที่เกี่ยวกับความสวยงาม ถ้าไม่เยินหรือชัดเจนจนน่าเกลียด ทางผู้จำหน่ายสามารถปฎิเสธการแกะกล่องใหม่ให้เลือก (ไม่ให้เปลี่ยนเครื่อง) เนื่องด้วยความสวยงามเหล่านี้ ไม่มีผลต่อการทำงานเครื่องครับ (Apple เรียกกติกาข้อนี้เรียกว่า Cosmetic Condition)

แต่หากพบความบกพร่องที่เกิดจากตัวเครื่อง ตัวอย่างเช่น ลำโพงไม่ดัง โทรแล้วเสียงไม่ชัด จอภาพมีจุดสีเพี้ยนจากปกติมากกว่า 3 จุด กล้องหรือลูกเล่นในเครื่องไม่สามารถทำงานได้ปกติ และรวมถึงทุกอย่างที่บกพร่องจากการใช้งานปกติ ณ เวลานั้น สามารถขอเปลี่ยนเครื่องได้

ในกรณีเรื่องจอเหลืองแล้วไม่พอใจ ก็จัดว่าไม่สามารถเปลี่ยนได้ เพราะจอภาพสามารถแสดงผลได้สมบูรณ์แบบ สีที่ออกโทนเหลือง ฟ้า ขาว ไม่จัดเป็นข้อบกพร่องทางการใช้งานครับ

 


 

Step 1 : ตรวจสอบกล่อง / เช็คความถูกต้องเบื้องต้น

maxresdefault

1.) พลาสติกหุ้มกล่องต้องสมบูรณ์
หากสามารถเปิดกล่องได้โดยไม่มีพลาสติกหุ้ม หรือมีการตัดเปิดมาก่อนแล้ว ให้ปฎิเสธการรับได้ทันที

2.) iPhone ทุกเครื่องที่แกะกล่อง จะมีพลาสติกปิดด้านหน้า / หลัง ในสภาพเรียบร้อย ไม่มีรอยหรือคราบ (พลาสติกที่หุ้ม iPhone 7 / iPhone 7 Plus / iPhone 6s / iPhone 6s Plus / iPhone 6 / iPhone 6 Plus จะต่อเนื่องกันเป็นแผ่นเดียวกันปิดทั้งหน้าและหลัง)

3.) อุปกรณ์ในกล่อง นอกจากเครื่อง จะมีดังต่อไปนี้

  • สายชาร์จแบบ Lightning (หัวรุ่นใหม่ขนาดเล็ก)
  • หัวปลั๊กชาร์จ
  • หูฟังแบบ EarPods พร้อมกล่องใส่ (iPhone 7/iPhone 7 Plus จะให้มาในแบบมัดติดกับกระดาษ ไม่มีกล่องใส ไม่ต้องตกใจไปครับ)
  • หัวแปลง Lightning to 3.5 Combo Jack (ติดอยู่ด้านหลังกระดาษที่มัด EarPods)
  • คู่มือและเข็มจิ้มถาด SIM

4.) ที่หลังเครื่องของ iPhone 6s และ 6s Plus จะมีสัญลักษณ์ S ล้อมกรอบ และ iPhone 7 (PRODUCT)RED จะมีโลโก้ (PRODUCT)RED ใต้คำว่า iPhone ด้วย และในทุกรุ่นจะมีการพิมพ์เลข IMEI (อ่านว่า อีมี่) ประจำเครื่องเอาไว้ที่ด้านหลังตัวเครื่อง ให้เช็คกับใต้กล่องว่าตรงกันหรือไม่ หากไม่ตรงกันสามารถปฎิเสธการรับเครื่องได้ทันที เพราะเวลาเข้ารับบริการ หรือต้องเคลมเครื่อง จะมีปัญหาในภายหลังได้

 


 

Step 2 : ตรวจสอบตัวเครื่อง

maxresdefault-1

การตรวจสอบตัวเครื่อง แนะนำให้ใช้ไฟฉายแบบ LED หรือเอาแฟลชจากโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมของเรา เปิดค้างไว้แล้วส่องประกอบการตรวจเช็ค โดยการตรวจตัวเครื่อง ให้แกะพลาสติกที่หุ้มเครื่องออกให้หมดก่อน จึงค่อยเริ่มตรวจ สิ่งที่ต้องตรวจได้แก่

 

5.) ตรวจสอบความเรียบร้อยในงานประกอบเบื้องต้น
ดูการประกบกันของชิ้นส่วนต่างๆ ว่าประกบสนิทหรือไม่ มีช่องไฟ (ระยะห่าง) ของชิ้นส่วนต่างๆ ที่เท่ากันหรือไม่ โดยการฉายไฟฉายไล่มองตามรอยต่อทั้งเครื่อง งานประกอบควรสม่ำเสมอ เท่ากัน เรียบเสมอกัน และไม่เผยอหรือมีช่องโหว่ออกมาให้เห็น

6.) ตัวเครื่องของ iPhone ที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน ตั้งแต่ iPhone 5s เป็นต้นมา ทำจากอะลูมิเนียม ให้ส่องไฟฉายลงไปที่ส่วนที่เป็นเหล็กทั้งหมด ดูว่าสีของเครื่องทั้งหมด ต้องเรียบสม่ำเสมอเท่ากัน ไม่มีรอยขีด, รอยบุ๋มเล็กๆ, รอยด่างสีที่ดูต่างกับจุดอื่น หรือรอยด่างแบบสีลอก แต่หากพบเพียงจุดเล็กๆ ถือว่ายอมรับได้

7.) กระจกด้านหน้าของเครื่อง ต้องใสและไม่มีตุ่มนูนหรือรอยร้าวให้เห็น หากไม่แน่ใจ ให้เช็ดด้วยผ้าก่อนได้ หากพบตุ่มนูน รอยร้าว สามารถขอเปลี่ยนเครื่องได้ทันที

8.) ส่องดูช่องหูฟังและช่องเสียบสายชาร์จด้านล่างเครื่อง รวมถึงในช่องใส่ถาดซิม ภายในช่องต้องสะอาด ไม่มีฝุ่นเขรอะหรือขังในนั้น เมื่อส่องไฟเข้าไป ต้องมองเห็นภายในช่องได้ครบถ้วน

9.) ปุ่ม Home (ปุ่มกลม ๆ ด้านล่างหน้าจอ) ใน iPhone 5s, iPhone 6, iPhone 6s, iPhone 7 หรือรุ่นใหม่กว่า จะมีวงแหวนโลหะ ล้อมรอบผิวหน้าปุ่มที่เป็นกระจกแซฟไฟร์ วงแหวนต้องมีสีตรงกับสีหลักของเครื่อง ไม่มีรอยด่าง หรือสีรอบวงแหวนไม่สม่ำเสมอ และผิวหน้าปุ่มที่เป็นกระจก ต้องใส ไม่ด่าง ไม่มีรอยขีดข่วน กรณีนี้ให้ยกเว้น iPhone 7 (PRODUCT)RED ที่วงแหวนบริเวณปุ่มโฮม จะเป็นสีเงินเหมือนสี Silver (ไม่ต้องตกใจ)

 


 

Step 3 : เปิดเครื่องตรวจ

iphone-7-new-home-button.png.cf

การเปิดเครื่องตรวจ ขอให้ผ่านขั้นตอนทั้งหมดก่อนหน้าให้เรียบร้อย จากนั้นจึงค่อยให้พนักงานช่วยใส่ซิมการ์ด และเปิดเครื่องทดลองใช้งาน…มาต่อกันเลย

10.) ขณะกดเปิดเครื่อง ให้กวาดสายตาดูการแสดงผลของหน้าจอทั้งหมดว่า พบจุดผิดปกติ สีแดง / ขาว / เขียว / ฟ้า หรือไม่ เพราะหน้าจอเปิดเครื่องที่พื้นหลังดำ สามารถเช็คเบื้องต้นในแง่ของจุดแปลกปลอมบนจอได้ง่าย โดยเข้าไปที่ http://iphonedpt.awardspace.com แล้วกดปุ่มในเว็บให้หน้าจอเปลี่ยนสี

11.) ลองสัมผัสหน้าจอแบบปัดไปมา ถูหน้าจอจากกลางจอลงมาด้านล่างจอเบาๆ เพื่อเรียกลูกเล่นการค้นหา จากนั้นลองแตะแป้นคีย์บอร์ด ดูความแม่นยำ เพื่อเป็นการทดสอบการตอบสนองของหน้าจอ

12.) ทดสอบการทำงานของจอ 3D Touch ด้วยการเข้าไปที่ Settings > General (การตั้งค่า > ทั่วไป) เลือก Acessibility (การช่วยการเข้าถึง) เลือก 3D Touch แล้วทดสอบความไวของ 3D Touch ด้วยการขยี้จอแรงๆ ลงไปบนรูปภาพ (ดังภาพด้านบน) หากมีการตอบสนอง ถือว่าปกติ 

13.) ลองเปิด App อย่าง Safari, Photos หรือ Calendar จากนั้นให้ตะแคงเครื่องไปทางซ้ายหนึ่งรอบ ขวาหนึ่งรอบ เพื่อทดลองการหมุนของจอว่าปกติหรือไม่

14.) ทดลองกดปุ่มปรับเสียง ว่าปุ่มกดง่ายหรือไม่ กดแล้วมีการตอบสนองการปรับเสียงที่หน้าจอหรือไม่

15.) ทดลองสับสวิตซ์ปิดเสียง (ด้านข้างเครื่อง เหนือปุ่มเพิ่มเสียง) เครื่องต้องสั่นตอบรับ 1 ครั้งเป็นการปิดเสียง เมื่อสับกลับ จะขึ้นรูปกระดิ่งเพื่อเปิดเสียงเช่นเดิม

16.) กดปุ่มเปิด/ปิดหน้าจอหนึ่งครั้ง เพื่อดูการตอบสนองการล็อค และเปิด/ปิดหน้าจอ

17.) ทดลองกดปุ่ม Home จากในหน้าจอหลักของเครื่อง โดยเปิดเมนูอะไรก็ได้ขึ้นมาหนึ่งตัว

  • หากกดหนึ่งครั้งต้องกลับมาหน้าจอหลัก
  • กด 2 ครั้งติดกัน ต้องมีรายการ App ที่ใช้ล่าสุดแสดงเต็มจอ
  • หากกดค้าง ต้องขึ้น Voice Control หรือ Siri

สำหรับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ปุ่ม Home จะไม่สามารถกดลงไปได้ แต่จะมีการสั่นตอบสนองกลับมา ให้ตรวจสอบการสั่นตอบรับว่าทำงานได้ตามปกติ

18.) เปิด Settings (การตั้งค่า) เลือกหัวข้อ Sounds (เสียง) แล้วปรับระดับเสียงเรียกเข้าให้ดังเกือบสุด หรือดังจนสุด เพื่อให้ลำโพงทำงาน

ลองแตะเปลี่ยน Ringtone เพื่อทดสอบเสียงจากลำโพงด้านล่างเครื่อง เสียงที่ได้ยินต้องปกติ ไม่แหลมแตก หรือเบาจนเกินไป

19.) ในหัวข้อ Settings เลือก Brightness & Wallpaper (ความสว่างและวอลเปเปอร์) เลือกความสว่างให้สูงสุด เพื่อดูการแสดงผลสี หากพบว่าโทนสีของจออมเหลืองหรืออมฟ้า ถือว่าปกติทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดได้จากการผลิตจอ LCD ทุกประเภท และแนะนำให้กวาดสายตามองอีกครั้ง เพื่อเช็คจุดสีแปลกปลอมทั้งหลาย

20.) ในหน้าจอ Brightness ต่อจากเมื่อครู่ ให้เปิดตัวเลือก Auto Brightness (ปรับสว่างอัตโนมัติ) ไว้ ซึ่งปกติจะเปิดมาอยู่แล้ว จากนั้นทำตามนี้

  • ให้กดปุ่มปิดเครื่อง เพื่อปิดหน้าจอให้ดับลง
  • จากนั้น เอามือกำหัวเครื่อง iPhone ปิดบริเวณเหนือกล้องหน้าไว้ (บริเวณนั้นจะมีเซนเซอร์วัดแสงหน้าจอ)
  • ขณะที่ยังเอามือปิดกล้องหน้าอยู่ ให้เปิดจอขึ้นมาใหม่ จะพบว่าจอมืดลง
  • เมื่อปล่อยมือที่กำออก หากหน้าจอสว่างกลับขึ้นมา แสดงว่าเซนเซอร์ตรวจวัดแสงทำงานปกติ

21.) ทดลองเปิด-ปิด Wi-Fi และ Bluetooth หากค้นหาอุปกรณ์อื่นพบ หรือเชื่อมต่อได้ ถือว่าใช้งานได้ในเบื้องต้น

22.) ทดลองโทรเข้า-โทรออกสั้นๆ เพื่อดูการทำงานของไมค์และลำโพงสนทนา

23.) ในกรณีที่ไม่สามารถโทรออกได้ ให้เปิดลูกเล่น Voice Memos (เสียงบันทึก)

ลองอัดเสียงพูดตัวเองสัก 30 วินาที แล้วลองเปิดฟัง โดยแนบหูที่ลำโพงสนทนา เพื่อเช็คการตอบสนองของลำโพง การเก็บเสียงพูด และการจัดการเสียงรบกวนรอบข้าง

24.) เปิดกล้องถ่ายรูป จากนั้นทดสอบกล้องดังนี้

  • การโฟกัสภาพจะทำงานทันที ถ้าลองถ่ายภาพแล้ว ภาพทั้งหมดมีความชัดเฉลี่ยเท่ากันหมด ถือว่าปกติ หรือหากกล้องขึ้นกรอบสี่เหลี่ยมบนจอเพื่อจับโฟกัส ให้ลองถ่ายรูป แล้วตรวจสอบความชัดดูเช่นกัน
  • ลองแตะหน้าจอเพื่อเปลี่ยนจุดโฟกัสด้วยตัวเอง แล้วกดถ่าย
  • ลองแตะปุ่มชัตเตอร์ถ่ายรูปค้างไว้ ทดสอบลูกเล่น Bust Mode 
  • ลองใช้นิ้ว 2 นิ้ว ถ่าง-หุบหน้าจอเพื่อทดสอบการซูมเข้า-ออก แล้วกดถ่าย (กล้องหน้าจะซูมไม่ได้)
  • สำหรับ iPhone 7 Plus ให้ทดลองกดปุ่ม 2x เพื่อทดสอบการทำงานของกล้อง Telescope และเลือก Portrait เพื่อทดสอบการถ่ายภาพบุคคล ว่าทำงานได้ตามปกติ กรณีทดสอบโหมด Portrait ให้สังเกต Depth Effect ว่าทำงานหรือไม่ (มีคำว่า Depth Effect หรือ เอฟเฟคชัดลึก ขึ้นบริเวณกลางจอ) ถ้าทำงาน เมื่อถ่ายภาพออกมาแล้ว ภาพหน้าชัดหลังเบลอหรือไม่ (ภาพจะมีสองภาพ ภาพแรกเป็นภาพปกติ)
  • ลองถ่ายแบบเปิดแฟลช (แตะเลือกแฟลชที่มุมบนซ้ายของหน้าจอ) ดูการตอบสนองเมื่อยิงแฟลชออก

หากกล้องและหน้าจอตอบสนองปกติ เมื่อถ่ายเสร็จ ให้เข้าไปดูคุณภาพรูปได้ ว่าต้องคมชัดตามที่ควรจะเป็นหรือไม่

25.) ลองถ่ายวีดีโอสั้นๆ สามารถลองแตะเพื่อถ่ายรูปขณะอัดวีดีโอได้

26.) สลับมากล้องหน้าสักเล็กน้อย เพื่อลองถ่ายดู โดยกล้องหน้าสามารถจับโฟกัสในการถ่ายหน้าของผู้ใช้ได้ และใช้ถ่ายวีดีโอได้เช่นกัน

27.) กล้องหน้าของ iPhone 6, 6s, 7, 6 Plus, 6s Plus และ 7 Plus สามารถแตะปุ่มชัตเตอร์ค้างเพื่อถ่ายภาพรัวๆ ได้ เป็นลูกเล่น Burst Mode

 

ขั้นตอนสุดท้าย: ทุกเครือข่ายจะมีกระดาษให้เซ็นชื่อ เพื่อยืนยันการตรวจรับเครื่อง แนะนำให้อ่านเอกสารให้ดี และตรวจเช็คทั้งหมดนี้อย่างแน่ใจก่อน จึงค่อนเซ็นรับเครื่องนะครับ

 


 

ดาวน์โหลดใบรายการตรวจรับเครื่อง

maxresdefault-2

หากใครไม่สะดวกจะเปิดบทความนี้ขณะตรวจรับเครื่องจริงๆ ทีมงานได้ทำใบตรวจเครื่องอย่างง่าย ให้ทุกคนสามารถพิมพ์ติดตัวไปตรวจตามที่ทีมงานแนะนำได้เช่นกัน

โดยดาวน์โหลด “ใบตรวจรับเครื่อง iPhone” ได้ตรงนี้ครับ (ไฟล์ PDF ขนาด 2.1 MB)

iPhone Check List 2015 สามารถโหลดไฟล์เอกสารขนาดเต็มเพื่อพิมพ์ใช้งานได้ที่ >> “ใบตรวจสอบรับเครื่อง iPhone”

 

ทั้งหมดนี้ อาจจะยาวสักนิด แต่อย่างไรแล้ว เพื่อความเรียบร้อยของเครื่อง ให้เวลาในการตรวจตามขั้นตอนเหล่านี้ น่าจะช่วยให้เครื่องที่ได้รับสมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน และท้ายสุดนี้ การรับเครื่อง / ซื้อเครื่อง ช่วงกลางคืน หรือเวลาไหนก็ตาม ขอให้ระมัดระวังมิจฉาชีพ และเดินทางอย่างปลอดภัยครับ

 

อ่านเพิ่มเติม

หากมีข้อสงสัย สามารถพูดคุยและติดตามข่าวสารกับทีมงาน MacStroke.com ได้ที่ Facebook.com/MacStroke หรือ Twitter @MacStroke ทีมงานทุกท่านยินดีตอบทุกคำถามครับ


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke