[Apple March Media Event] สรุปสเปค iPhone SE “5s เครื่องเดิม เพิ่มเติมคือสเปคใหม่”

ไฮไลต์หลักในงานแถลงข่าวรอบนี้คงจะหนีไม่พ้น iPhone SE ซึ่งถือเป็นการกลับมาครั้งใหญ่ของ iPhone จอเล็ก ที่มาพร้อมสเปคใหม่ แต่ความพีครอบนี้คงต้องยกให้กับประโยคที่ว่า “5s เครื่องเดิม เพิ่มเติมคือสเปคใหม่” ตามหัวข่าวนั่นแหละครับ ฮา

iPhone_se_2ทำไม Apple ถึงทำออกมา??

คำถามแรกที่ผุดในหัวคงจะหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า “ทำไมถึงทำออกมา” คำตอบก็คือ เพราะ iPhone รุ่นจอเล็กยังคงขายได้ดี เพราะในปีที่แล้ว Apple ทำยอดขายเฉพาะรุ่นจอ 4 นิ้วไปได้กว่า 30 ล้านเครื่อง ด้วยเหตุผลหลักคือคนกลุ่มนี้ชอบมือถือจอเล็ก และ เป็นผู้ใช้ที่มาจากระบบอื่น (Android, Windows Phone) ที่ขอมาลอง iOS ก่อนเป็นลำดับแรก

ดังนั้นการที่ Apple ยังคงขาย iPhone 5s ด้วยสเปคที่อายุเข้าสองปีแล้วคงจะไม่เหมาะสม ทำให้ต้องมีการออก iPhone SE (ย่อมาจาก Special Edition) ออกมาเพื่อทำให้สเปคเครื่องเป็นปัจจุบัน และดูสดใหม่กว่าเดิม และยังเป็นเรื่องที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่ายอีกด้วย

 

iPhone_se_1งานดีไซน์

งานนี้เรียกว่าตบหน้าทุกข่าวลือทั้งหมดเลย เพราะงานดีไซน์ของ iPhone SE คือใช้บอดี้เดิมของ iPhone 5 ทั้งหมด (เคส iPhone 5 เดิมเอามาใช้ได้ เฮ!!!) โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนงานดีไซน์ ยกเว้นเพิ่มสีใหม่อย่างสี Rose Gold เข้ามาตามรุ่นพี่อย่าง iPhone 6s

 

iPhone_se_3สเปคที่อัพเดทขึ้นมาแทบปัจจุบัน

ในส่วนสเปคเครื่องเรียกว่าอัพเดทขึ้นมาเท่า iPhone 6s พอสมควรเช่นหน่วยประมวลผล Apple A9 และ Apple M9 ที่แรงกว่า iPhone 5s ถึง 3 เท่า พร้อมความสามารถ Siri Always On แบตเตอรี่ที่ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเชื่อมต่อที่ปรับปรุงขึ้นมาจาก iPhone 5s อย่างมาก เช่น LTE-Advanced ความเร็วสูงสุด 150 Mbps (รองรับ Carrier Aggregation 2 เครือข่าย) Wi-Fi 802.11ac และรองรับการใช้งาน Wi-Fi Calling (ในไทย dtac ก็เปิดให้ใช้งานแล้ว แต่ต้องรอ Carrier Update เสียก่อน)

iPhone_se_4 iPhone_se_5ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็มีการอัพเดทให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น เช่น Touch ID ใช้งานคู่กับ NFC, Secure Element สำหรับใช้งานร่วมกับ Apple Pay เป็นต้น

 

iPhone_se_6กล้องถ่ายรูปที่มีชีวิตมากขึ้น

ใน iPhone SE กล้องหลักได้ถูกอัพเกรดขึ้นมาให้เท่า iPhone 6s เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกล้อง iSight ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลพร้อมเซ็นเซอร์ Focus Pixel ใน Apple M9, รองรับการถ่าย Live Photos, พาโนรามาความละเอียดสูงสุด 63 ล้านพิกเซล, และรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K ในขณะที่กล้อง FaceTime Camera ไม่ได้มีการปรับอะไรมาก (ความละเอียดเดิม 1.2 ล้านพิกเซล) แต่เพิ่ม Retina Flash เพื่อทำให้ภาพดูสว่างขึ้นและสวยขึ้นด้วยแฟลชแบบทูโทน

 

iPhone_se_7ราคาและการวางจำหน่าย

สำหรับผังความจุของ iPhone SE นั้นมีเพียงสองรุ่น คือ 16 GB และ 64 GB เท่านั้น โดยมีราคาจำหน่ายที่ราคาดังนี้

  • 16 GB : ประมาณ 17,000 บาท
  • 64 GB : ประมาณ 21,300 บาท

(ราคาจาก Apple Store Online ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งราคาใกล้เคียงกับบ้านเรามากที่สุด)

โดยจะเริ่มเปิดจองตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม และวางขายจริงในวันที่ 31 มีนาคมนี้ และจะวางขายครบทุกประเทศภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้

สำหรับบ้านเรา คงต้องรอดูสัญญาณการส่งอุปกรณ์ตรวจสอบกับสำนักงาน กสทช. เสียก่อน ถึงจะได้รู้ว่า iPhone SE จะเข้ามาจำหน่ายจริงๆ ช่วงใดครับ

 

ป.ล. ถ้าติดปากรุ่นนี้ว่า iPhone 5se กันอยู่ ก็ไม่ต้องแปลกใจนะครับ ทีมงานก็เป็นครับ…ฮาาา

————————————————————

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ให้ไปอ่านกันต่อได้แก่

 

สรุปสเปค iPad Pro 9.7 นิ้ว “เวอร์ชันย่อส่วนของ iPad รุ่นเบิ้ม”

 

เก็บตกจากงาน Apple March Media Event 2016 “เมื่อ Apple ขอสะกิด FBI ก่อนขึ้นศาล”


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke