พันธมิตรวงการ IT ทั้งคู่แข่งและคู่ขา ต่างออกมาสนับสนุนให้ Apple สู้กับศาล แต่ฝั่งรัฐบาลและครอบครัวผู้เสียชีวิตกลับต่อต้าน Apple

CbqcWzvWAAEFM0z

จากคดีใหญ่เรื่อง FBI ฟ้อง Apple เพื่อให้ทำ iOS เวอร์ชันปลดล็อกระบบรักษาความปลอดภัย แต่ Apple ไม่ยอมและประกาศต่อต้านคำสั่งศาล ผ่านมา 5 วัน (นับถึงวันที่เขียนข่าว) ก็มีแนวร่วมออกมาสนับสนุนและต่อต้านความเห็นของ Apple กันอย่างมากมาย แต่จะมีอะไรบ้างนั้นลองไปติดตามกันดูครับ

 

ฝ่ายสนับสนุน (#teamApple)

 

Google

google

Google เป็นบริษัทแรกที่ออกมาสนับสนุนในเรื่องนี้ ด้วยการทวีตของ Sundar Pichai CEO ใหญ่ของบริษัท ซึ่งตัว Pichai กล่าวว่า บุคลากรด้าน IT ทุกบริษัท ต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของลูกค้าอยู่แล้ว และ Tim Cook ก็ทำในเรื่องนี้ออกมาได้ดีมาก คือดีถึงขั้นที่เราต้องทำให้ Android มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเฉกเช่นเดียวกัน

ตอนแรกไม่มีใครเอะใจว่า Google เลือกข้างหรือเปล่า จนกระทั่ง Edward Snowden จับไต๋ได้ว่า เอาล่ะครับ Google เลือกข้างเรียบร้อย ทีนี้ก็ถึงตาของบริษัทอื่นๆ แล้วว่าจะเลือกข้างกันอย่างไร

 

Microsoft

A Microsoft logo is seen on an office building in New York City, July 28, 2015. The global launch of the Microsoft Windows 10 operating system will take place on July 29. REUTERS/Mike Segar  - RTX1M661

แม้ Microsoft จะไม่ได้เป็นคนออกมาพูดเรื่องนี้โดยตรง แต่คนที่ออกมาพูดเรื่องนี้คือ Reform Government Surveillance ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ผู้บริหารส่วนหนึ่งของ Microsoft เป็นคนก่อตั้งขึ้นนั่นเอง

Reform Government Surveillance กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เห็นด้วยกับความต้องการของภาครัฐที่ต้องการเร่งปิดคดีการก่อการร้ายนี้อย่างรวดเร็วเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในชีวิต แต่สิ่งหนึ่งเหนือสิ่งอื่นใด บริษัทด้านเทคโนโลยี ก็ไม่จำเป็นต้องทำการพัฒนา Backdoor ไว้ในผลิตภัณฑ์ของตัวเองเพื่อเป็นการรักษาข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และ Reform Government Surveillance ก็ขอเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนการต่อสู้ทางคดีในครั้งนี้เช่นกัน

http://reformgs.tumblr.com/post/139513553507/reform-government-surveillance-statement

 

The American Civil Liberties Union (ACLU)

ACLU-1250x650

Alex Abdo ตัวแทนสหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน หรือ ACLU กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่า กรณีนี้เป็นเหตุการณ์ของภาครัฐฯ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันไม่มีความยุติธรรม และไม่เคารพกฎหมาย เพราะภาครัฐไม่ควรบังคับให้บริษัททำการแฮคข้อมูลในเครืองของลูกค้า และ Apple ก็มีสิทธิและเสรีภาพในการปกป้องข้อมูลของลูกค้าเช่นกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่า ข้อมูลของพวกเขาจะได้รับการปกป้องอย่างปลอดภัย

และกรณีดังกล่าวนี้ถือเป็นกรณีที่ไม่สมควรอย่างยิ่งเพราะมันจะกลายเป็นเหตุการณ์ที่อันตรายมาก สมมุติว่าถ้า FBI ทำสำเร็จ ก็ลองนึกภาพเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นเองก็แล้วกัน แล้วคุณจะรู้ว่าทำไม Apple ถึงยืนกรานต่อต้านคำสั่งศาลแบบนี้

นอกจากนี้ ACLU ยังได้ออกจดหมายเปิดถึงเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย โดยใจความหลักๆ ก็จะเหมือนกับที่ Alex Abdo ได้กล่าวถึง (เพราะคนเขียนจดหมายนี้คือ Alex Abdo) แต่จะมีเรื่องอื่นๆ แทรกเข้ามาเพิ่มเติมอีกด้วยครับ

 

Amnesty International

Amnesty-International

Sherif Elsayed-Ali, Deputy Director of Global Issues ของ Amnesty International เผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า Apple ทำถูกแล้วที่เลือกต่อต้าน เพราะการปลดล็อกระบบตามคำสั่งศาล และคำสั่งของ FBI ถือเป็นการทำลายระบบรักษาความปลอดภัยอันเลื่องชื่อของ iOS มาโดยตลอด และถือเป็นการสร้างเหตุการณ์สุดอันตรายขึ้นด้วย ลองนึกภาพดูว่าถ้า Backdoor ที่ FBI สร้างขึ้น กลับสร้างผลกระทบต่อผู้ใช้งานและประชาชนทั้งหมด ทั้งในแง่ความเป็นส่วนตัว และโอกาสในการขโมยข้อมูล ในขณะที่รัฐบาลก็สามารถเข้าถึงข้อมูลพวกนี้ได้อย่างเสรี คงไม่ต้องให้บอกซ้ำว่าเราควรทำอย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการใช้อำนาจในทางที่ผิดในครั้งนี้

 

Electronic Frontier Foundation

eff-og-3

ตัวแทนของ EFF กล่าวว่าเราสนับสนุน Apple เพราะ FBI ดันขอให้ Apple ทำในสิ่งที่มันสามารถแก้ไขได้ง่ายมาก (แต่ FBI ก็ไม่เลือกทำ) และนี่เป็นครั้งแรกที่ภาครัฐฯ ขอให้ Apple ทำลายระบบรักษาความปลอดภัยสุดแข็งแกร่งของ iOS ที่คอยปกป้องข้อมูลของผู้ใช้อย่างเราๆ ลง ด้วยเหตุผลที่ระบบดังกล่าว กลับปกป้องข้อมูลของคนผิด และแน่นอนว่าเมื่อมันมีครั้งที่ 1 ก็ย่อมมีครั้งที่ 2 3 4 และครั้งต่อๆ ไปโผล่ออกมาอีก ดังนั้นสู้ด้วยการเอาเวลาในการปลดล็อกระบบ มาต่อสู้คดีเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับลูกค้านับล้าน ย่อมเป็นหนทางที่ดีกว่า

EFF ขอชื่นชม Apple กับความกล้าหาญในครั้งนี้ เพราะด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในเรื่องนี้ของ EFF EFF ก็ย่อมรู้ดีว่าทำไม ถึงต้องเข้าข้าง Apple

 

WhatsApp

Whatsapp

Jan Koum CEO ของ WhatsApp ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ออกมาสนับสนุน Apple ในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุผลที่ว่าการปกป้องข้อมูลของลูกค้า ย่อมสำคัญกว่าการปลดล็อกระบบให้เข้าถึงข้อมูลพวกนี้ได้ และเขาเองก็เห็นด้วยกับข้อความในจดหมายทุกจุด และจะยอมให้เกิดเหตุการณ์สุดอันตรายแบบนี้ขึ้นไม่ได้ 

http://www.apple.com/customer-letter/ – I have always admired Tim Cook for his stance on privacy and Apple’s efforts to…

Posted by Jan Koum on Wednesday, February 17, 2016

 

John McAfee

McAfee_3434297b

อดีตผู้ก่อตั้ง McAfee Inc. (ปัจจุบันเป็นของ Intel) อย่าง John McAfee ก็เป็นอีกหนึ่งเสียงที่ออกมาสนับสนุนพร้อมท้าทาย FBI ไปในตัว โดยเขาระบุว่า FBI ไม่จำเป็นต้องไปฟ้องศาลให้มันเป็นเรื่องใหญ่แบบนี้ แค่มาจ้างให้เขาและลูกน้องของเขาแฮค iPhone เครื่องนั้นให้ก็พอ และ Apple ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเสี่ยงๆ แบบนั้นด้วย

เขายังท้าทายผ่าน Business Insider อีกว่า เขาจะลงทุนซื้อ iPhone เครื่องหนึ่ง เพื่อมาแฮคให้ FBI ดูว่า แม้ไม่ต้องพึ่งมือ Apple เขาก็สามารถเจาะเข้าไปเอาข้อมูลออกมาได้ และถ้าทำไม่ได้ เขาจะ “กินรองเท้า” ให้ดูเป็นขวัญตาเอง

 

Edward Snowden

Edward-Snowden

อดีตเจ้าหน้าที่ NSA อย่าง Edward Snowden ก็ขออกมาอยู่ข้าง Apple ด้วยเช่นกัน (ก่อนหน้านี้เผยไต๋ว่า Google เลือกข้าง) โดยให้เหตุผลว่า Apple ทำถูกแล้วที่ปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ แทนที่จะทำตามที่ FBI ร้องขอมา

 

Facebook

facebook-office-photos-02

Facebook ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ออกมาแถลงในเรื่องนี้โดยตรง โดยบริษัทระบุว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เนื่องจาก Facebook เป็นบริษัทที่เคารพความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และบริษัทก็ทราบดีว่าความละเอียดอ่อนต่อกฎหมายในแต่ละประเทศเป็นอย่างไร Facebook เลยตัดสินใจลุกขึ้นมากสนับสนุน Apple ในการต่อสู้ในครั้งนี้ด้วย

 

Twitter

Inside-Twitter-Office-15

Twitter ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ออกมาสนับสนุนอย่างชัดเจน โดยการทวีตของ Jack Dorsey CEO ของบริษัท ซึ่งตัว Dorsey กล่าวว่า เขาเห็นด้วยกับ Tim Cook ทุกประการ และขอยืนข้างเดียวกัน รวมถึงขอบคุณสำหรับความเป็นผู้นำของ Tim Cook ในครั้งนี้ด้วย

 

ฝ่ายคัดค้าน (#teamFBI)

 

Donald Trump

GettyImages-510727392.0

คนที่ออกมาคัดค้านเป็นคนแรกเลยก็คือ Donald Trump ผู้สมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าด้วยสถานะในปัจจุบัน ยังไง Donald Trump ต้องเข้าข้างรัฐบาลเพื่อรักษาฐานเสียงของตัวเองก่อนอยู่แล้วครับ โดยเขาระบุว่า Tim Cook พูดแบบนั้นก็ไม่ถูก เพราะการขัดคำสั่งศาลถือเป็นการต่อต้านรัฐบาลอย่างชัดเจน และยังพูดท้าทายด้วยว่า “ในเมื่อเขา (Apple) ไม่ยอมให้เข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ (iPhone 5c) ของโจร เขา (Tim Cook/Apple) คิดว่าตัวเองเป็นใคร?”

ล่าสุด Trump ก็ออกมาประกาศเชิญชวนให้ร่วมด้วยช่วยกัน “บอยคอต” สินค้า Apple ทุกชนิด กันซะเลย ด้วยเหตุผลที่ว่า Apple กำลังคิดว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ถึงไม่ยอมทำตามคำสั่งศาลในการเปิดทางให้เข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ ทั้งของโจร และของรัฐบาล เพราะฉะนั้น เรามาร่วมกันบอยคอต จนกว่า Apple จะยอมทำให้ดีกว่า

 

ครอบครัวของผู้เสียชีวิต

lee_2684901b

Ray McClure ลุงของ Lee Rigby นายทหารผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ ได้ติดต่อเข้ามายังสำนักข่าว BBC หลังได้อ่านจดหมายเปิดของ Apple ด้วยความเห็นที่ว่า เขาไม่เห็นด้วยที่ Apple เลือกต่อต้าน เพราะนั่นถือเป็นการปกปิดข้อมูลในโทรศัพท์ของฆาตกร และเลือกที่จะเอาความเป็นส่วนตัวของลูกค้าทั้งหมดมาเป็นตัวประกัน และเขารู้สึกแย่เป็นอย่างมาก หลังจากที่ได้อ่านจดหมายของ Tim Cook แล้ว

 

กระทรวงยุติธรรมแห่งสหรัฐอเมริกา

justicedepartment

ฝั่งกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกาเองก็ตอบสนองในเรื่องนี้ด้วยการเข้ามายื่นฟ้อง Apple ที่ศาลแคลิฟอร์เนียอีกราย โดยคราวนี้เป็นการระบุว่า Apple “ต้องทำ” iOS เวอร์ชันปลดล็อกระบบรักษาความปลอดภัยตามความต้องการของ FBI ที่ศาลอนุมัติไปก่อนหน้านั้นอย่างเป็นทางการ

คำฟ้องในรอบนี้มีความยาว 35 หน้า โดยมีการแนบจดหมายเปิดของ Apple ติดไปด้วย และระบุว่า Apple ต้องการขัดคำสั่งศาลอย่างชัดเจน ทำให้การสืบคดีไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ดังนั้นกระทรวงจึงขอให้ศาลพิจารณาออกคำสั่งให้ Apple ทำโดยไม่มีข้อปฏิเสธ และต้องทำอย่างรวดเร็วโดยไม่ชักช้าและรีรอ

เบื้องต้นฝั่ง Apple เลยสนองกลับไปว่า ถ้า FBI และภาครัฐชนะ บริษัทก็เชื่อว่าเรื่องจะไม่จบแค่นี้แน่นอน และจะต้องมีการร้องขอแบบนี้ในอีกหลายๆ ครั้ง และไม่ใช่แค่การร้องขอในประเทศ แต่ทั่วโลกก็จะทำตาม เพราะมันมีกรณีตัวอย่างออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วนั่นเอง

 

เห็นแบบนี้แล้ว เชื่อว่ามหากาพย์การต่อสู้ระหว่าง Apple และ FBI ยังไม่จบง่ายๆ แน่นอน ซึ่งเราก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า ผลสรุปของคดีนี้จะออกมาในรูปแบบไหนครับ


ที่มา: The Verge, BBC, Business Insider


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke