[PR News] HD 800 S – ขยับให้ใกล้ขึ้นอีกก้าวกับประสบการณ์เสียงแบบไร้ที่ติ เซนไฮเซอร์เปิดตัวหูฟัง HD 800 เวอร์ชั่นใหม่ มาพร้อมศักยภาพในการให้เสียงกลางและเสียงเบสที่ดียิ่งขึ้น

HD_800S_black_mood_05_RGB

กรุงเทพฯ, 15 กุมภาพันธ์ 2559 – เซนไฮเซอร์ HD 800 เป็นหูฟังรุ่นที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้รักเสียงเพลงทั่วโลก ด้วยความสามารถในการถ่ายทอดคลื่นเสียงที่น่าทึ่งและเกิดเป็นห้วงจังหวะที่น่าประทับใจ ทำให้หูฟังรุ่นถัดมาอย่าง HD 800 S เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงได้นำเสนอประสบการณ์ฟังเสียงที่ดีกว่าเดิม โดยยังจะมีเทคโนโลยีแปลงสัญญาณเสียงที่ได้รับการรับรองและนวัตกรรมของส่วนครอบหูฟังเทียบเท่ากับรุ่น HD 800 เช่นเดิม ขณะที่ระบบถ่ายทอดคลื่นเสียงได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการเล่นช่วงความถี่กลางและต่ำได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ เซนไฮเซอร์ยังได้ยกระดับอุปกรณ์ในรุ่นHD 800 S นี้ด้วยเคเบิล XLR4 ที่สมมาตรกัน และมีการเปลี่ยนแปลงสีจากเดิมเล็กน้อย โดยครอบหูฟังรุ่นใหม่ถูกออกแบบให้มีความพรีเมี่ยมด้วย พื้นผิวสีดำด้าน

ทั้งนี้ HD 800 ถือเป็นหูฟังที่ผู้รักเสียงเพลงและผู้ที่นิยมเสียงแบบออดิโอไฟล์ทั้งหลายโปรดปรานมาตั้งแต่วันเปิดตัว ด้วยความสามารถในการเล่นทั้งเสียงสูงและเสียงต่ำได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังคมชัดในช่วงความถี่ตั้งแต่ 4 ถึง 51,000 เฮิรตซ์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นอย่างยิ่งของหูฟังที่ชนะเลิศมาหลายรางวัลอย่าง HD 800

เมื่อมาถึงรุ่น HD 800 S แน่นอนว่าจะต้องเพิ่มศักยภาพการถ่ายทอดเสียงให้เหนือระดับ ไปยิ่งกว่ามาตรฐานเดิมที่ HD 800 ทำไว้ ซึ่งก็สามารถทำให้เป็นจริงได้โดยเทคโนโลยี ดูดซับเสียงสุดล้ำ ที่เคยใช้กับรุ่น IE 800 เป็นครั้งแรก โดยเทคโนโลยีที่ว่าได้รับ การจดสิทธิบัตรรับรอง การตัดเสียงรบกวน ที่จะมาลดทอนคุณภาพเสียงลงได้

ทั้งนี้ เสียงรบกวนดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อหูของมนุษย์ไม่สามารถรับสัญญาณเสียงสูงที่เบาเกินไป และเสียงที่ดังในช่วงความถี่ที่ต่ำได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีดูดซับเสียงล่าสุดนี้ พลังงานจากเสียงสะท้อนเหล่านั้นจะถูกดูดซับไว้ทั้งหมด จึงจะไม่ทำให้เกิดเสียงที่ไม่ต้องการได้ และการันตีได้ว่าผู้ฟังจะสามารถรับฟังทุกเส้นเสียง ได้ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นเส้นเสียงที่เบาบางเพียงใดก็ตาม

 

ประสบการณ์ในเรื่องเสียงที่น่าประทับใจและเทคโนโลยีอันโดดเด่น

คุณภาพเสียงออดิโอของรุ่น HD 800 S ได้รับการยกระดับจากมาตรฐานเดิมของหูฟังรุ่นในตำนาน อย่าง HD 800 โดยได้พัฒนาจากเทคโนโลยีชั้นสูงของ HD 800 โดยเฉพาะในด้านระบบแปลงสัญญาณเสียงที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นตัวการันตีว่าเสี่ยงที่ออกมานั้นมีความละเอียดคมชัด ไร้ที่ติ โดยมีค่าวัดการแปลงสัญญาณเสียงที่ 56 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นค่าที่มากที่สุดที่สามารถพบได้ในเซ็ตของหูฟังแบบไดนามิคนี้ การแปลงสัญญาณในรูปแบบนี้มีไดอะแฟรมที่ได้รับจดสิทธิบัตร พร้อมนวัตกรรมการออกแบบวงแหวนที่ช่วยลดความเพี๊ยนใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ความถี่สูง  ทำให้โอกาสเกิดความเพี้ยนโดยรวมของสัญญาณ ฮาร์มอนิก (Total Harmonic Distortion) มีน้อยกว่าร้อยละ 0.02 นอกจากนี้ การออกแบบครอบหูฟังยังเป็นไปอย่างพิถีพิถัน ให้คลื่นเสียงเดินทางสู่หูของผู้ฟังในมุมที่พอเหมาะพอดี เกิดเป็นประสบการณ์การสัมผัสเสียงที่เป็นธรรมชาติที่สุดอย่างแท้จริง

ในการที่จะสร้างสรรค์ประสบการณ์ฟังเสียงที่คุณภาพดียิ่งกว่าที่เคยมีมาด้วยอุปกรณ์แบบสมมาตร เช่นเดียวกับเซนไฮเซอร์ HDVD 800 นั้น รุ่น HD 800 S นี้ ที่มาพร้อมกับเคเบิล XLR4 แบบสมมาตร

 

วัสดุที่เยี่ยมยอด สู่หูฟังที่ยอดเยี่ยม

มร.มัวริซ การ์เคร่ ผู้อำนวยการธุรกิจผลิตภัณฑ์เล่นและบันทึกเสียงของเซนไฮเซอร์ กล่าวว่า “หูฟัง HD 800 ก็โดดเด่นจากหูฟังอื่นๆ โดยระหว่างกระบวนการพัฒนานั้น เราใส่ใจในทุกรายละเอียด” ซึ่งความพิถีพิถันนี้ก็เกิดขึ้นกับรุ่น HD 800 S เช่นกัน และก็เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า ที่วัสดุที่ใช้ผลิตหูฟังชั้นสูงก็ต้องเป็นวัสดุชั้นสูงสำหรับให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงตัวจริงใช้ ยกตัวอย่างเช่น ระบบแปลงสัญญาณก็ถูกห่อหุ้มด้วยตาข่ายสเตนเลสสตีลสั่งทำพิเศษ ขณะที่ส่วนของเฮดแบนด์ก็ทำจากพลาสติกลดแรงดันเสียงและสเตนเลสสตีลซ้อนกันหลายชั้น ส่วนตัวคอนเนคเตอร์ก็เป็นโลหะชุบทอง เพื่อให้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด โดยครอบหูฟังก็ทำจากพลาสติกลดแรงดันเสียงคุณภาพสูงที่ใช้ในอุตสาหกรรมวิศวกรรมการบินแทนโลหะ ทั้งหมดนี้ประกอบขึ้นเป็น HD 800 S ที่มีพื้นผิวสีดำด้าน สลับความเงางามแบบแพรไหม เกิดเป็นลุคที่ไม่ซ้ำใคร หรูหราและน่าใช้ เรียกได้ว่าลักษณะภายนอกของ HD 800 S นี้เป็นส่วนผสมที่ไร้ที่ติ ซึ่งสอดคล้องกับความสามารถด้านคุณภาพเสียงภายในอย่างยิ่ง

 

เช่นเดียวกับ HD 800 – HD 800 S ทุกชิ้นผลิตด้วยมือในสำนักงานใหญ่ของเซนไฮเซอร์ ที่เมืองเวเดมาร์ก ในประเทศเยอรมนี ราคาจำหน่าย 71,990 บาท และมีสินค้าในชมแล้วที่ร้านมั่นคง แก็ดเจ็ต – สยามพารากอน


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke