เตือนภัย! ถ้า iPhone/iPad เสีย อย่าเอาไปซ่อมร้านข้างนอก เพราะ iOS จะทำให้คุณใช้เครื่องไม่ได้ “ตลอดกาล”

เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวใหญ่ที่ระบาดไปทั่วโลกโซเชียลในเวลาข้ามคืน เมื่อผู้ใช้ iPhone บางกลุ่ม ต้องเจอกับปัญหา “เครื่องบริคโดยไร้สาเหตุ” หลังอัพเดท iOS 9.2.1 ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งๆ ที่ เครื่องก็ใช้งานปกติโดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หรือว่างานนี้อาจจะมีเงื่อนงำอะไรซ่อนอยู่ก็เป็นได้

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ มีรายงานจากผู้ใช้ว่าหลังอัพเดท iOS 9.2.1 เสร็จ.. เครื่องก็รีสตาร์ทตัวเองพร้อมโชว์หน้าให้เสียบ iTunes หรือที่เรารู้จักกันทั่วไปว่า iPhone Recovery Mode แต่เมื่อเอาไปเสียบแล้ว กลับพบว่า iTunes ฟ้อง “Error 53:” ขึ้นมาโดยไม่มีข้อความอื่นๆ ระบุถึงสาเหตุ หรือแนวทางแก้ไขปัญหา ทำให้เกิดความสงสัยว่า Apple วางยาอะไรใส่ iOS ไว้กันแน่

แต่… เมื่อนึกไปนึกมาก็ถึงบางอ้อ เพราะเครื่องที่มีโอกาสเจอข้อความนี้ทั้งหมด “ล้วนเป็นเครื่องที่เอาไปซ่อมร้านข้างนอกมาแทบทั้งสิ้น” ดังนั้นเลยทำให้สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเกิดจาก iOS เจออะไรเข้าให้ถึงได้ปิดกั้นระบบทั้งหมดและทำลายเครื่องด้วยตัวมันเอง เพราะนอกจากเครื่องใช้งานไม่ได้แล้ว The Guardian ยังรายงานว่า “ข้อมูลที่อยู่ในเครื่องก็โดนทำลายไปด้วย ทำให้กู้กลับมาไม่ได้อีก”

iFixit คาดว่าปัญหาทั้งหมด น่าจะเกิดจากการเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในเครื่อง เช่นปุ่ม Touch ID หรือสายพานต่างๆ และใน iOS เวอร์ชันล่าสุด ก็มีการใส่โค้ดที่สามารถตรวจสอบชิ้นส่วนภายในเครื่องได้เข้ามา ดังนั้นเมื่อมีการอัพเดทเสร็จ และ iOS ตรวจพบว่า มีชิ้นส่วนแปลกปลอมที่ผิดแปลกไปจากค่าที่ตั้งมาจากโรงงานเข้า เพื่อความปลอดภัย iOS จึงตัดตัวเองเข้าโหมดรักษาความปลอดภัยสมบูรณ์แบบ ทำให้เครื่องไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป

ตัวแทนของ Apple อธิบายว่าการทำแบบนี้ก็เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยในชิ้นส่วนลายนิ้วมือ เพราะการเปลี่ยนชิ้นส่วน Touch ID โดยไม่ได้รับมาตรฐานจาก Apple ก็ย่อมมีความเสี่ยงในการถูกโจรกรรมข้อมูลมากขึ้นเช่นกัน ทั้งข้อมูลลายนิ้วมือ รวมถึงข้อมูล Apple Pay ด้วย ดังนั้นทางแก้คือผู้ใช้ iPhone 5s ขึ้นไป ถ้าเครื่องเสีย ต้องส่งเคลมที่ผู้ให้บริการ หรือตัวแทนบริการที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้องต่อไปจะดีกว่า เพราะการซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนภายใน ศูนย์บริการจะต้องจับคู่ชิ้นส่วนกับระบบใหม่ทั้งหมด ไม่เช่นนั้นก็จะเจอข้อความ Error 53 เหมือนกรณีนี้

คนที่โดนเล่นงานคนแรก และประกาศไปทั่วโลกโซเชียล ก็คือ Antonio Olmos ช่างภาพฟรีแลนซ์ โดยเขาอธิบายว่าเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ระหว่างเดินทางถ่ายรูปที่มาซิโดเนีย iPhone 6 ของเขาเกิดอาการปุ่ม Home พัง จึงได้ส่งซ่อมที่ร้านแถวๆ นั้น และใช้งานตามปกติจนถึงวันที่ปล่อย iOS 9.2.1 เขาก็กดอัพเดทเครื่องตามปกติ แล้วก็…เครื่องบริคโดยสมบูรณ์ โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ทำให้เขาไม่พอใจมากว่าทำไมไม่มีการแจ้งเตือนอะไรล่วงหน้า พอเขาเข้าศูนย์บริการของ Apple ทางศูนย์จึงแจ้งเข้าเป็นเคส Replacement หรือการเปลี่ยนเครื่องให้ โดยต้องชำระค่าเปลี่ยนเครื่องที่ราคา 270 ยูโรสำหรับค่าบริการในครั้งนี้

สำหรับประเทศไทยขอเน้นย้ำเลยว่า ศูนย์บริการแต่งตั้งหรือ AASP ในประเทศไทย รวมถึงเครือข่ายทุกเจ้า (AIS/True/DTAC) ไม่รับเคลมเครื่องที่ผ่านการแกะโดยช่างนอกศูนย์บริการ Apple ทุกกรณี ดังนั้นถ้าเครื่องเสีย ส่งเคลมที่ศูนย์บริการจะดีกว่า โดยรายชื่อศูนย์บริการขอรีรันซ้ำดังต่อไปนี้ครับ

  • iPhone 6s/iPhone 6s Plus
    • ให้ส่งที่ศูนย์บริการแต่งตั้ง หรือ AASP เท่านั้น! (ตรวจสอบรายชื่อศูนย์ได้จาก https://locate.apple.com/th/th/) เครือข่ายไม่รับเคลม (คือหน้าร้านรับเครื่องไว้ให้ได้ แต่ส่งต่อให้ AASP เหมือนกัน)
  • iPhone 6/iPhone 6 Plus/iPhone 5s
    • เครื่อง AIS ส่งได้ที่ AIS Shop ทุกสาขา
    • เครื่อง DTAC
      • ในกรุงเทพมหานคร แนะนำให้ส่งที่ DTAC Service Hall ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน (ตั้งอยู่หน้า Power Mall เยื้องๆ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา/ธนาคารทหารไทย) จะเร็วที่สุด
      • ต่างจังหวัด ส่งได้ที่ ศูนย์บริการ DTAC Hall/DTAC Service Center ทุกสาขา
    • เครื่อง True ส่งได้ที่ True Shop ทุกสาขา
    • เครื่องจากตัวแทนจำหน่าย (iStudio/.Life/Jaymart/TG Fone/Power Buy/Power Mall) ให้ตรวจสอบว่าเป็นเครื่องของศูนย์อะไร (ดูได้จากใบเสร็จรับเงิน หรือโทรตรวจสอบได้ที่ Apple South Asia Call Center 001-800-65-6957 โทรฟรีมีคนไทยรับสาย)
    • เครื่องจาก Apple Online Store ส่งได้ที่ศูนย์บริการแต่งตั้ง หรือ AASP
  • iPad Air 2/iPad mini 3/iPad mini 4/iPad Pro
    • ให้ส่งที่ศูนย์บริการแต่งตั้ง หรือ AASP เท่านั้น

ป.ล. การส่งซ่อมกรณีนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนเครื่องภายในเงื่อนไขการรับประกัน หากเป็นเครื่องนอกประกัน มีค่าเปลี่ยนเครื่องตามที่ศูนย์บริการกำหนดครับ


ที่มา: Android Authority


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke