Review : Sennheiser HD630VB “นั่งให้สบาย ครอบหูฟัง หลับตา เปิดเพลงสบายๆ แค่นี้ก็พอแล้ว”

สิ่งที่ทุกคนอยากได้ที่สุดเวลาฟังเพลงคือ “เสียงดี” แล้วคำว่า “เสียงดี” ของแต่ละคน ก็มีนิยามที่แตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือ “ความพอใจ” คือความรู้สึกเบื้องต้นของคำว่า “เสียงดี” ที่แต่ละคนฝันถึง หูฟังที่จะมาเขียนเล่ากันในครั้งนี้ เป็นอีกประสบการณ์ที่น่าจดจำในความรู้สึกส่วนตัวของผม เมื่อพูดชื่อ Sennheiser ก็คงพอจะตั้งความคาดหวังในคุณภาพเสียงเมื่อใช้งานได้ในระดับหนึ่งแล้ว ถ้าหูฟังสัญชาติเยอรมันเจ้านี้จะทำหูฟังแบบจัดเต็มทั้งคุณภาพการให้เสียง รวมถึงง่ายในการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ฟังเพลงยุคนี้ ที่ส่วนใหญ่ก็ฟังจาก Smartphone / Tablet หรือเครื่องเล่นเพลงพกพาดิจิตอลต่างๆ

Shennheiser HD630VB_10หูฟังรุ่นที่พูดถึงนี้คือ Sennheiser HD630VB หูฟังทรงครอบหัวที่สร้างจากแนวคิด คุณภาพเสียงดีที่ใช้ร่วมกับอุปกรณ์ยุคใหม่ได้ ตัวหูฟังออกแบบปุ่มควบคุมทั้งหมด ที่สามาถใช้งานร่วมกับ Smartphone / Tablet ทั้ง iOS กับ Android ได้ เพียงแค่ปรับโหมดว่าจะเอาไปใช้กับอุปกรณ์อะไร รวมถึงมีไมค์สนทนาสำหรับใช้คุยโทรศัพท์ได้เมื่อมีสายเข้าหรือต้องการโทรออก และที่สำคัญ หูฟังรุ่นนี้มาพร้อมค่าตัวถึง 22,900 บาท ที่สำหรับหลายคนแล้ว จัดว่าสูงพอสมควรที่จะควักเงินซื้อมาใช้งานกัน

ถ้าเอาราคาเป็นที่ตั้ง ความคาดหวังมันต้องสูงตามราคาแน่ๆ แต่หูฟังทุกอันบนโลกนี้ ไม่ได้เก่งทุกแนวดนตรี หรือฟังได้ครอบจักรวาลไปซะทั้งหมด Sennheiser HD630VB ก็เช่นกัน ที่แน่ๆ เมื่อได้ลองฟังแล้ว มันมีเรื่องที่ต้องเล่า

ส่องรอบตัว

Shennheiser HD630VB_3รูปทรงหลักของ Sennheiser HD630VB เป็นหูฟังทรงครอบหัว (Overhead) โดยโครงสร้างหลักเป็นอลูมิเนียมทั้งตัว ไม่ว่าจะส่วนภายนอกของหูฟัง แกนกลางที่ครอบหัว ตัวหูฟังมีพื้นผิวที่ใช้การชุบสีลงบนผิวอลูมิเนียม และส่วนโค้งต่างๆ ของหูฟังทั้งสองข้าง มีการตัดขอบด้วยการเจียรไนเพื่อลบเหลี่ยมคมออก สำหรับแต่ละส่วนของหูฟังมีดังต่อไปนี้

Shennheiser HD630VB_9ด้านขวาของหูฟังจะมีแป้นควบคุมทุกอย่างอยู่ในจุดนี้ โดยแต่ละปุ่มมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ ปุ่มกลางสุดจะทำหน้าที่ เล่นเพลง / หยุดเพลง / กดสองทีเพื่อข้ามไปเพลงถัดไป / กดสามทีเพื่อถอยกลับไปเริ่มเพลงใหม่ หรือกลับไปเพลงก่อนหน้า / กดค้างเพื่อเรียก Siri ปุ่มที่อยู่วงนอกจากปุ่มกลาง ด้านบนเป็นปรับเพิ่มเสียง ด้านล่างเป็นปรับลดเสียง วงแหวนนอกสุด เป็นวงแหวนปรับ Bass โดยหมุนในทิศตามเข็มนาฬิกาเพื่อเพิ่มความหนักของ Bass หากหมุนในทิศทวนเข็มนาฬิกาจะลดความหนักของ Bass

Shennheiser HD630VB_2ในฝั่งขวาของหูฟัง ด้านล่างจะมีสวิตช์ในการเลือกปรับว่าจะใช้งานกับอุปกรณ์อะไร หากปรับไปที่ตัว i ปุ่มต่างๆ จะรองรับการทำงานกับ iPhone / iPad / iPod แต่ถ้าปรับไปที่ตัว G ปุ่มต่างๆ จะรองรับการทำงานกับ Android
Shennheiser HD630VB_6
ด้านซ้ายของหูฟังจะเรียบๆ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

Shennheiser HD630VB_7ก้านหูฟังขนาดใหญ่ ล้อมด้วยยางแข็ง ฝั่งขวาของก้านหูฟังจะพิมพ์คำว่า Sennheiser แบบตัวนูนสีดำเอาไว้ โดยที่ด้านในของก้านหูฟัง มีฟองน้ำรองศีรษะแบบบุแข็งเล็กน้อย ส่วนสายหูฟังเป็นแบบยึดกับหูฟังตายตัว ตัวสายไม่สามารถดึงออกเปลี่ยนได้เอง สายเป็นทรงกลมผิวด้านนอกพลาสติก และในส่วนฟองน้ำหูฟัง จะเป็นฟองน้ำสีดำกับผ้าบุด้านในเป็นสีแดง งานประกอบหูฟังโดยรวม ทำมาเรียบร้อยมาก

โดยรวมแล้ว หน้าตาของ Sennheiser HD630VB ยังคงเอกลักษณ์ที่ใส่แล้ว เดินผ่านคนที่พอจะติดตามเรื่องหูฟังบ้าง ก็สามารถบอกได้ว่า นี่คือหูฟังจาก Sennheiser จะคาดไว้ที่คอเป็นเครื่องประดับ ก็ดูแตกต่างไม่ซ้ำใคร ความแข็งแรงของหูฟังอยู่ในเกณฑ์ที่มั่นใจได้ แต่จุดที่ต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ระยะยาวอย่างสายหูฟัง สีที่เคลือบตัวหูฟังว่าจะทนทานหรือไม่ ก็คงต้องรอใครที่ซื้อไปใช้ยาวๆ มาเล่าสู่กันฟัง แต่ถ้ากับระยะเวลา 7 วันที่ได้ใช้ ถ้าใช้งานอย่างทนุทะนอม ก็ไม่น่ามีปัญหาเช่นกัน

Shennheiser HD630VB_8ประสบการณ์ใช้งาน

โครงสร้างที่เป็นอลูมิเนียมของหูฟัง ทำมาแน่นมาก การดัดงอของหูฟังตัวนี้ทำได้ไม่มากนัก ใครที่ชอบใส่หูฟัง Overhead แบบแน่นๆ จะชอบการสวมใส่หูฟังตัวนี้มาก เพราะมันปรับแค่นิดเดียว ก็แทบจะพอดีจนไม่ต้องปรับอะไรมาก ในขณะเดียวกัน การสวมใส่ของ Sennheiser HD630VB ที่เป็นหูฟัง Overhead ทำมาได้เบาเกินคาด เมื่อคิดว่านี่คือหูฟังแบบครอบหัวที่ทำจากโลหะ

ฟองน้ำของหูฟังทำมาเต็มใบ ครอบทับหูได้พอดีมาก คนที่ใบหูใหญ่ ก็สามารถเกาะได้พอดีโดยไม่ลื่นง่ายๆ แต่น่าเสียดายที่ฟองน้ำที่อยู่ใต้ก้านหูฟังทำมาแข็งเกินไปนิด ถ้าผู้ชายที่ไว้ผมสั้น ตัดสกินเฮด หรือผู้หญิงที่ผมยาวแล้วรวบผม ฟองน้ำของหูฟังจะแข็งจนสามารถบีบให้รู้สึกเจ็บได้ใน 20 นาทีแรกที่ฟังเอาได้ หากปรับให้นุ่มกว่านี้อีกนิด น่าจะลงตัวมากกว่า ในขณะที่การใช้งานปุ่มต่างๆ ที่อยู่ฝั่งขวาของหูฟัง ตัวปุ่มมีน้ำหนักที่ทำมาได้ดี กดง่าย ไม่ตื้นหรือลึกไป รวมถึงไม่แข็งจนต้องออกแรงกดจนมีเสียงกระแทกของปุ่ม “ปุ๊ๆ” สะท้อนเข้าหูฟังขณะใช้งาน ในขณะที่วงแหวนปรับเบสทำมาให้หมุนได้ง่าย สามารถค่อยๆ หมุนช้าๆ เพื่อหาจุดพอใจการเพิ่มหรือลดเบสขณะฟังเพลงได้ง่าย

Shennheiser HD630VB_5ไมค์สนทนาของหูฟัง ถ้าใช้งานในห้องเงียบ หรือสภาพแวดล้อมที่เสียงไม่ดังมากนัก จะสามารถใข้งานได้อย่างปกติ เสียงสนทนาที่อีกฝ่ายได้ยินจะคมชัด โดยที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องพูดให้ดังหรือตะโกนเพื่อให้อีกฝ่ายได้ยินเสียงเราชัดเจน แต่หากนำไปใช้นอกสถานที่ ถ้ารอบข้างเสียงไม่ดังนัก การพูดแบบปกติยังพอใช้ได้ แต่ถ้ารอบข้างเสียงดัง ผู้ใช้งานควรพูดให้ดังกว่าปกติเล็กน้อย หรือนำไมค์สนทนาที่อยู่ตรงสายหูฟังไปใกล้ปากให้มากขึ้นเพื่อให้คู่สนทนาได้ยิน โดยรวมแล้ว ไมค์สนทนาถือว่าใช้ได้ดี แต่ถ้าอาจเก็บเสียงได้ไม่เต็มที่นักหาสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย

เมื่อไม่ใช้งานแล้ว การคล้องคอเพื่อพกพาหูฟังก็ไม่ใช่เรื่องยาก ตัวหูฟังถึงจะใหญ่ แต่ก็ไม่เกะกะขณะคล้องคอเอาไว้ ไม่ว่าจะหันหน้าหรือก้มหน้าลง ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ อาจติดขัดไปบ้างสำหรับคนที่คอสั้นมากๆ ส่วนน้ำหนักตัวหูฟัง เมื่อนำมาคล้องคอ ถือว่ารับได้อยู่ ไม่ก่ออาการล้าขณะคล้องคอเอาไว้นานๆ รวมถึงพื้นผิวหนังที่หุ้มฟองน้ำส่วนก้านคอที่ไม่ดูดผิว กินขน หรือทำให้รู้สึกคันเมื่อคล้องคอ รวมถึงทำความสะอาดค่อนข้างง่ายเมื่อเปื้อนเหงื่อหรือมีคราบมันจากผิวหนังเช่นกัน

โดยรวมแล้ว Sennheiser HD630VB เป็นหูฟังแบบ Overhead ที่จัดว่าหน้าตาดี โครงสร้างหูฟังแข็งแรง น้ำหนักกำลังดี ไม่เบาหรือหนักจนเกินไป ผิวสัมผัสกับการขึ้นรูปวัสดุในแต่ละจุดที่ทำมาสมราคา การสวมใส่ทำได้ง่าย กระชับกับศีรษะสำหรับคนส่วนใหญ่ ปร้บปรุงแค่ลดความแข็งของฟองน้ำที่รองรับศีรษะส่วนบน ก็จะลงตัวขึ้นแน่นอน

Shennheiser HD630VB_12คุณภาพเสียง

จุดขายสำคัญของ Sennheiser HD630VB คือคุณภาพเสียงกับการใช้งานที่สะดวกกับอุปกรณ์ฟังเพลงสมัยใหม่ ไม่ว่าจะ Smartphone / Tablet รวมถึงเครื่องเล่นเพลงอย่าง iPod ก็ตาม สำหรับไฟล์เพลงที่ใช้ฟังในการทดสอบเป็นเพลงจาก Apple Music จากการทดลองฟังในหลายแนวเพลง พบว่าหูฟังรุ่นนี้ให้เสียงร้องกับเสียงเครื่องดนตรีที่ไม่ใช่ดนตรีสังเคราะห์ชัดเจนมากที่สุด ชัดเจนในระดับที่หากตั้งใจฟังดีๆ จะรู้ได้ว่านักร้องหายใจอย่างไร ออกเสียงอย่างไร การวางเครื่องดนตรีในห้องอัดอยู่ในตำแหน่งไหน เสียงที่ได้ยินใกล้หรือไกลแค่ไหนในการบันทึกเสียง จัดเป็นหนึ่งในหูฟังที่ให้รายละเอียดเสียงได้ดีมาก (ถ้าไม่นับหูฟังแบบสั่งตัดระดับสูงทั้งหลาย)

แต่ถ้าเอาหูฟังรุ่นนี้ไปฟังกับดนตรีสังเคราห์ะ เพลง Pop ที่ผ่านการปรับแต่งเสียงมากๆ เพลงที่ใช้เสียงทุ้มมากๆ (เบส) รวมถึงเพลงเสียงหนักๆ อย่างพวก Rock หรือ Heavy Metal การให้เสียงของหูฟังรุ่นนี้จะธรรมดา ฟังได้แต่ไม่ได้รู้สึกดีเป็นพิเศษนัก ในขณะที่วงแหวนสำหรับเพิ่ม/ลด เบส ก็ไม่ได้ช่วยปรับให้ฟังแล้วดีขึ้น กลายเป็นขาดไม่ก็เกินไปด้วยซ้ำ สำหรับวงแหวนปรับเบสของหูฟัง สามารถแยกความต่างได้ชัดเจนแค่ น้อยสุดกับมากสุด บางครั้งการปรับเพิ่มหรือลดเพียงเล็กน้อย ต่อให้ตั้งใจฟัง ก็สัมผัสไม่ได้ชัดเจนมากนัก

โดยสรุปแล้ว Sennheiser HD630VB เป็นหูฟังที่เหมาะกับคนที่ฟังเพลงแบบเน้นความสมจริง เน้นความสุนทรีย์ในการฟังเพลงสักเพลงที่ตั้งใจฟัง ยิ่งได้ฟังเพลงที่นักร้องร้องดี เครื่องดนตรีที่เล่นได้จังหวะ ได้อารมณ์เพลง ยิ่งบันทึกเสียงมาดีด้วยแล้ว หูฟังรุ่นนี้จะส่งเสริมให้การฟังเพลงเป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ได้เช่นกัน

Shennheiser HD630VB_1สรุป

“คำว่าสุนทรีย์ สัมผัสได้เมื่อเริ่มฟัง ปรับให้ใส่สบายกว่านี้อีกนิดก็จบแล้ว”

สำหรับหลายคนแล้ว การฟังเพลงถือเป็นเวลาที่มีความหมายอย่างยิ่งกับชีวิต การซึมซับความไพเราะของเสียงจากดนตรีที่ชอบ ย่อมต้องการอุปกรณ์ถ่ายทอดเสียงที่สามารถพาไปถึงอารมณ์นั้นได้ครบถ้วนเช่นกัน หูฟังก็คือของอีกชิ้นที่บอกถึงบุคลิกผู้ใช้งานได้อย่างขัดเจน เพราะคำว่า “เสียงดี” ของแต่ละคน มาคู่กับคำว่า “ความพอใจ” ผสมอยู่ในนั้นด้วย

แล้ว Sennheiser HD630VB เป็นหูฟังที่เสียงดีแบบไหนละ? หากจะนิยามถึงมันให้ดีที่สุด นี่คือหูฟังที่เหมือนกับการนั่งโซฟาใหญ่ๆ นิ่มๆ โอบรับร่างกายอย่างอบอุ่น เหยียดขา สบายๆ เปิดแอร์กำลังดี แล้วหลับตาสักครู่ ความผ่อนคลายที่เกิดขึ้น บางทีทำให้เราหลับพักผ่อนสักงีบแล้วตื่นมาสดชื่นแน่นอน นิยามที่เขียนถึงนี้ มันคือนิสัยของ Sennheiser HD630VB ที่เหมาะกับเพลงที่เน้นเครื่องดนตรีจริง ไม่ว่าจะเครื่องดีด สี ตี เป่า ที่จังหวะเบาๆ กลางๆ จะให้รายละเอียดที่ออกมาครบจนแทบแยกตำแหน่งได้ว่า เครื่องดนตรีที่วางไว้ตอนบันทึกเสียง วางไว้ตรงไหนของห้องอัดด้วยซ้ำไป ในขณะเดียวกัน นักร้องที่มีชื่อเรื่องการใช้เสียงขับร้อง เมื่อฟังผ่านหูฟังตัวนี้ จะยิ่งแสดงความสามารถของนักร้องได้มากขึ้น ไม่ว่าจะการออกเสียง การใช้ลมหายใจ ทั้งหมดสามารถรับรู้ได้ผ่านหูฟังตัวนี้ได้ดีมากจนเพลงที่เคยฟังประจำ เพราะขึ้นอย่างสัมผัสได้ทันที

แต่หากเอาหูฟังตัวนี้ไปฟังเพลงที่เป็นดนตรีสังเคราะห์ เพลงที่เน้นเสียงดนตรีดังๆ หนักๆ อย่างเพลง Rock หรือ Heavy Metal หูฟังตัวนี้ อยู่แค่ระดับ “พอฟังได้” ทันที ไม่ต่างอะไรกับการทานส้มตำที่หารสเผ็ดไม่เจอ หรือเผ็ดก็ไม่ถึงใจ ถึงจะมีตัวปรับ Bass มาให้ แต่ก็แทบไม่ช่วยจัดเรียงเสียงทุ้มทุกย่านให้เป็นระเบียบได้ แถมพาลให้เสียงย่านอื่นไม่ชัดเจนหรือหายไปดื้อๆ จนกลายเป็นการเติมพริกมากไปจนไม่อร่อยไปแทน ฉะนั้นแล้ว ถ้าจะเพลงเน้นเอามันส์ Sennheiser HD630VB ไม่ตอบโจทย์ตรงนี้อย่างยิ่ง

สิ่งที่ดีสำหรับหูฟังนี้นอกจากเรื่องบุคลิกเสียงแล้ว นี่คือหูฟังแบบ Overhead ที่ใช้วัสดุหลักเป็นโลหะ แล้วให้สัมผัสในการถือ พกพา ห้อยคอ สวมใส่ แล้วสบายไม่แพ้หูฟังแบบ Overhead ที่ขนาดพอๆ กัน แต่ทำจากพลาสติกหล่อทับโครงโลหะบางยี่ห้อ วงหูฟังที่ครอบค่อนข้างใหญ่ ใส่ให้กระชับได้ดีมาก ในส่วนปุ่มกดที่ใช้ควบคุมหูในฝั่งขวา มีขนาดที่คลำได้ง่าย เรียนรู้ตำแหน่งนิดเดียวก็ใช้งานได้คล่อง น้ำหนักปุ่มกำลังดี ไม่แข็งหรือนิ่มไป รวมถึงความลึกในการกดที่พอดีกับการกดหนึ่งที สองที แล้วไม่ต้องออกแรงกดแรงจนเหมือนมีเสียง “ปุ๊ๆ” กระแทกแทรกเข้ามาในหูของเราขณะฟังเพลง นอกจากนี้ ไมค์สนทนาของหูฟังที่ติดมากับสาย ให้การสนทนาโทรศัพท์ที่ค่อนข้างดี คู่สายที่คุยกับเรา อาจรู้สึกเหมือนเสียงห่างๆ ไปบ้าง เสียงรบกวนแทรกได้เล็กน้อย แต่ก็อยู่ในระดับรับได้ตามแบบไมค์ที่ติดมากับสายหูฟังเช่นกัน

Shennheiser HD630VB_11จุดที่อยากให้ Sennheiser นำไปปรับปรุงในอนาคตมีอยู่ 5 ข้อดังนี้

1. การทำวัสดุหูฟังเป็นโลหะ แต่เลือกการชุบสีที่ผิวเป็นหลัก โอกาสที่สีจะลอกหรือเป็นรอยขีดข่วนก็ตามมาเช่นกัน แน่นอนว่ากลุ่มผู้ใช้ที่ฟังหูรุ่นนี้แบบเดินทางไปมา คงแอบไม่ปลื้มนัก ถ้าหูฟังที่รักจะมีรอยขีดข่วนเด่นไปมาบนพื้นผิวสีเงินจนทำให้หูฟังดูด้อยคุณค่าลงเอาได้

2. ฟองน้ำที่อยู่ตรงก้านหูฟัง ทำมาแข็งเกินไปสำหรับการใส่ฟังยาวๆ ถ้าเป็นผู้ชายที่ไว้ผมตรงกลางหนาๆ ไม่น่ามีปัญหา แต่กับผู้ชายที่ตัดผมสั้น ตัดสกินเฮด หรือผู้หญิงที่ไว้ผมยาวมากๆ ฟองน้ำตรงก้านหูฟังสามารถกดกลางศีรษะให้รู้สึกเจ็บได้ภายใน 20 นาทีแรกที่ฟังได้ ความแข็งตรงนี้ ยังส่งผลต่อการบีบของหูฟังกับคนที่สวมแว่นตา เพราะทำให้หูฟังหนีบกับขาแว่นที่อยู่หลังหูมากไป (เมื่อปรับหูฟังในระดับที่ใส่พอดีแล้ว) หากปรับให้หลวมหน่อย ด้วยความเป็นหูฟัง Overhead ที่ใหญ่ด้วยแล้ว ก็กลายเป็นสวมไม่กระชับมั่นใจไปแทน

3. ฟองน้ำที่ครอบหูถึงจะเต็มหูดีมาก แต่กลับไม่ช่วยเก็บเสียงไม่ให้ลอดออกหูฟังได้ดีนัก เปิดดังนิดเดียว ก็แบ่งปันให้คนรอบข้างฟังได้ หากปรับให้เสียงที่วนในฟองน้ำขณะฟังเพลงไม่ลอดออกด้านนอกก็จะดูดีกับการใช้งานท่ามกลางผู้คนได้เช่นกัน

4.ปรับการให้เสียงในบางย่านให้กว้างมากขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยรับมือกับดนตรีบางแนวที่หูฟังตัวนี้ทำได้ไม่ดีนักให้ดีขึ้น รวมถึงการปรับเบสของหูฟัง ต้องเป็นการเติมความแน่นของเสียงทุ้มมากกว่าที่จะพยายามขับเสียงทุ้มให้เด่นขึ้นมาโดดๆ อย่างที่เป็นอยู่

5.ถึงสายหูฟังที่ติดมากับหูฟัง จะรับประกันซ่อมได้ตลอดอายุของหูฟัง หมดประกันแล้วก็สามารถเข้าเปลี่ยนได้ แต่กับคนฟังเพลงอย่างจริงจังบางคน สายสัญญาณหูฟังที่เปลี่ยนได้ด้วยตัวเอง น่าจะเป็นทางเลือกที่ผู้ใช้งานสบายใจมากกว่าการส่งศูนย์แล้วรอเป็นเวลานานๆ เพื่อซ่อมเปลี่ยนสาย ช่วยให้การพกพาสะดวกขึ้น เมื่อไม่ใช้ ตัวหูฟังก็คล้องคอเป็นเครื่องประดับได้ โดยที่สายไม่เกะกะ รวมถึงหากผู้ใช้งานมีสายสัญญาณที่เพิ่มศักยภาพหูฟังได้ ก็จะทำให้คุณค่าของหูฟังตัวนี้เติมเต็มกับเจ้าของได้เช่นกัน

Shennheiser HD630VB_13สุดท้ายนี้ ผมคงไม่บอกว่า 22,900 บาทกับหูฟังนี้คุ้มไหม เพราะรสนิยมการฟังเพลงเท่านั้นที่จะตอบได้ว่า หูฟังตัวนี้คุ้มหรือไม่คุ้ม แต่สำหรับตัวผมแล้ว เมื่อผมเอา Sennheiser HD630VB ต่อกับ iPhone / iPod ที่ผมใช้อยู่ แล้วเปิดเพลงไฟล์ iTunes / Apple Music ที่เป็นเพลงสบายๆ สัก Playlist นึง ปล่อยอารมณ์เครียดๆ ที่เจอมาในชีวิตทิ้งไปให้มากที่สุด นั่งหลับตา เอนหลังกับเก้าอี้ตัวโปรด ผมก็ได้พบหนึ่งในหูฟังที่สามารถทำให้ผมฟังเพลงอย่างตั้งใจ สงบ และรับรู้ทุกคลื่นเสียงที่กระทบหูจนส่งถึงสมอง และแปลงเป็นความรู้สึกที่ผ่านสายตาและรอยยิ้มของผมเมื่อฟังได้เสมอ

ลองทำตามดูได้ครับ ผมเชื่อว่าใครที่ได้ลองอย่างตั้งใจด้วยอารมณ์ผ่อนคลาย จะได้เจอสิ่งเดียวกับที่ผมเจอแน่นอนครับ : )


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke