Review : Jabra Sport Coach “เทรนเนอร์ส่วนตัวในราคาไม่ถึงหมื่น”



ปัจจุบันเทรนด์การออกกำลังกายยังคงเป็นที่นิยมในกลุ่มคนหลากหลายวัยพอสมควร แต่การจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ คงต้องเป็นเรื่องของเงินทุ่มกันพอสมควร แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำแบบนั้นได้เพราะค่าโค้นหรือเทรนเนอร์ก็แพงสาหัสเอาการอยู่สำหรับใครหลายคน แต่ถ้ามีเทรนเนอร์ดีๆ ราคาถูกๆ แบบนี้ก็น่าสนใจอยู่พอสมควร และนั่นจึงเป็นที่มาของของที่หยิบมาเล่าให้ฟังกันในครั้งนี้ นั่นก็คือ Jabra Sport Coach หูฟังบลูทูธสุดเท่ห์อันนี้นี่เอง

 

รูปร่างและลักษณะ

coach-2

รูปร่างและลักษณะของ Jabra Sport Coach ก็จะเหมือนกับตัว Jabra Sport Pulse เลย เพียงแต่ตัว Coach จะเปลี่ยนสายเป็นสีเทาอ่อน และเล่นสีสันตรงขั้วล็อกใบหูแทน ส่วนประกอบอื่นๆ ก็คล้ายๆ กัน แตกต่างกันแค่ตัว Coach จะไม่มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจเหมือนกับ Pulse

coach-3

ส่วนประกอบที่มองเห็นได้ก็จะประกอบไปด้วยปุ่มควบคุมหลักสามปุ่ม ปุ่มตรงกลางไว้ใช้ในการเปิด/ปิดหูฟัง, เข้าโหมด Connect, เรียก Siri, แทนคำสั่ง Play/Pause ปุ่ม + / – ใช้ในการเพิ่มเสียง/ลดเสียง, แทนคำสั่ง Forward/Backward, เวลาไม่ได้เปิดอะไร กดหนึ่งครั้งเพื่อเช็คแบตเตอรี่คงเหลือได้

coach-9

ปุ่มสีเทาตรงบริเวณหูข้างซ้าย จะใช้ในการควบคุมแอปฯ Jabra Sport ทั้งหมด โดยถ้ายังไม่มีการบันทึกการออกกำลังกาย กดหนึ่งครั้งเพื่อเรียก Jabra Sport และเมื่อเข้าโหมดออกกำลังกายแล้ว กด 1 ครั้งเพื่อเรียกฟังข้อมูลในปัจจุบัน, กดสองครั้งติดๆ กันเพื่อเปิด/ปิด On the go report, กดค้างเพื่อหยุดพัก/เริ่มการออกกำลังกายต่อ

 

วิธีการใช้งานเบื้องต้น

coach-10

วิธีการใช้งานก็ง่ายมาก เพียงแค่กดค้างไว้ 1 วินาทีเพื่อเปิดโหมด Connection แล้วเราก็เข้าไปเลือก Jabra Sport Coach ในเมนู Bluetooth ได้เลย เมื่อการเชื่อมต่อสำเร็จก็จะพร้อมใช้งานทันทีโดยไม่ต้องไปเซ็ตอะไรที่ตัวแอปฯ

แต่ถ้าต้องการใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Personal Trainer เราก็ต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน Jabra Sport Life ลงใน iPhone ของเราด้วย แอปพลิเคชันตัวนี้จะเปิดขึ้นมาเองทุกครั้งเมื่อมีการกดเรียกผ่านปุ่มที่อยู่ตรงหูฟังข้างซ้าย

Jabra Sport Life

Jabra Sport Life

ราคา: ฟรี
ขนาด : 156.92 MB (ต้องดาวน์โหลดผ่าน Wi-Fi เท่านั้น)
อุปกรณ์ที่รองรับ :

 

คุณภาพของเสียง

coach-4

ในส่วนคุณภาพของเสียงก็ไม่ได้ดี หรือแย่เหมือนกับหูฟังพวก Sport Gear ทั่วๆ ไป คือเป็นแนวฟังสนุก เสียงร้องชัดเจน มีเบสให้ตื่นเต้นเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่หนักหน่วงแบบ Heavy Metal ติดที่เสียงอาจจะเบาไปหน่อยสำหรับใครหลายคนที่ชอบฟังเพลงดังๆ แต่ด้วยคุณภาพเสียงระดับนี้เมื่อเทียบกับกิจกรรมที่ทำระหว่างฟังเพลงแล้ว ถือว่าเป็นหูฟังที่ให้คุณภาพเสียงเก่งกาจพอสมควร

แต่ในความเป็นจริง Jabra Sport Coach มีสิทธิ์ในการใช้แอปพลิเคชัน Jabra Sound ติดมาให้ด้วย ซึ่งในแอปฯ ตัวนี้จะสามารถตั้ง Equalizer เพิ่มเติมได้ หรือจะเลือกเปิด Dolby Audio สำหรับเพิ่มเติมในเรื่องของเสียงแบบเซอร์ราวด์รอบทิศทางเพิ่มเติมได้ อันจะเป็นการเพิ่มคุณภาพของเสียงกับการฟังเพลงให้โดยตรง

coach-8

ในส่วนของเสียงโทรศัพท์ถือว่าทำได้ดีพอสมควร แม้ว่าความเป็น Sport Gear จะทำให้เกิดการพะวงว่า เมื่อไมโครโฟนห้อยไปทางด้านหลัง จะก่อให้เกิดเสียงที่เบาลงหรือไม่ คำตอบก็คือไม่ครับ และปลายทางยังสามารถฟังเสียงสนทนาได้ชัดเจน

 

ฟีเจอร์เด่นๆ
coach-17

พูดถึงเรื่องของฟีเจอร์ใน Sport Coach เรียกว่าจัดหนักจัดเต็มกันแบบพอสมควรสำหรับเรื่อง Workout เพราะนอกจาก Track กิจกรรมได้แล้ว มันยังแปลงร่างเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้เราได้ด้วยเช่นกัน!

ถามว่าแปลงร่างยังไง คำตอบก็อยู่ในแอปฯ Jabra Sport Life นั่นแหละครับ เพราะในนี้เราสามารถตั้งค่าให้ Jabra Sport Coach สามารถออกคำสั่งอะไรให้เราฟังได้เรื่อยๆ เช่นถ้าวันนี้เราต้องการทำ Circuit Training เราสามารถเลือกตารางสำเร็จรูปได้ว่าจะเลือกกิจกรรมในรูปแบบไหน หรือถ้าไม่พอใจ เราก็สามารถตั้งตารางกิจกรรมของเราเองได้เลย ซึ่งละเอียดขนาดที่สามารถกำหนดจำนวน Set และ Rest Time ระหว่างกิจกรรม หรือระหว่างเซ็ตได้เลย

และช่วงที่เรากำลังดำเนินการตามกิจกรรม Jabra Sport ก็จะแสดงภาพของกิจกรรมที่ถูกต้องให้เราได้เห็นด้วยว่าควรจะเคลื่อนไหวแบบไหน หรือต้องตั้งท่าอย่างไร และเมื่ออยู่ในระหว่างพัก ก็จะมีข้อมูลของกิจกรรมต่อไปขึ้นมาให้ได้เห็นกันเลย

coach-6 coach-1 coach-4

coach-3 coach-7 coach-8

นอกจากการเป็น Trainer แล้ว เจ้าตัวนี้ยังสามารถเก็บกิจกรรมที่เราทำได้ เช่นวิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน หรือปีนเขา และยังสามารถลงลึกได้ว่าเราจะเลือกกิจกรรมแบบกลางแจ้ง หรืออุปกรณ์ในอาคาร ตามแต่ที่เราสะดวก

coach-5

ความน่าสนใจคือ Jabra Sport Coach สามารถเก็บรายละเอียดการวิ่งบน Treadmill ได้แม่นยำกว่าตัวหน้าจอจริงๆ ด้วยเซ็นเซอร์พิเศษที่ทาง Jabra เรียกว่า TrackFit Motion Sensor ซึ่งสามารถรายงานอัตราความเร็วในการเคลื่อนไหวที่แท้จริง และในระหว่างการทำกิจกรรม เช่น วิ่งก็จะมีการเตือนด้วยเสียงทุกๆ 10 นาทีว่าเราวิ่งได้ระยะทางเท่าไหร่ ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่ เฉลี่ยแล้วเราใช้เวลากี่นาทีต่อกิโลเมตร ซึ่งนับเป็นฟีเจอร์ที่สะดวกมาก เพราะเราจะได้ตั้งสติอยู่กับการวิ่งโดยไม่สนใจ iPhone แม้แต่น้อย

coach-9 coach-10 coach-16

และเมื่อกิจกรรมเสร็จสิ้นก็จะมีการสรุปรายละเอียดกิจกรรมให้ฟัง พร้อมทั้งสามารถถ่ายรูปตัวเองแล้วเก็บบันทึกเป็นประวัติการทำกิจกรรมของตัวเองได้เลย นับว่าเป็นฟังก์ชันที่สะดวกมากสำหรับคนที่ชอบบันทึกกิจกรรมที่เราทำตลอดเวลา

coach-11 coach-14

 

Wrap-up

coach-6

นับว่า Jabra Sport Coach เป็น Sport Gear ที่น่าสนใจพอสมควรตัวหนึ่ง ด้วยความสามารถที่แทบไม่ต้องไปจ้างโค้ชหรือเทรนเนอร์ แค่รักษาวินัย จัดตารางให้เหมาะสม และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ Jabra Coach จัดการ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือคุณจะได้ดีเจที่เป็นทั้งเทรนเนอร์ และคนเก็บกิจกรรมโดยที่คุณไม่ต้องเสียเงินกับเรื่องพวกนี้สักบาทเลยทีเดียว

แต่ข้อด้อยของ Sport Coach ก็มีอยู่พอสมควร ด้วยความที่มันเป็น Sport Gear มันจึงไม่ค่อยเหมาะที่จะเอามาใส่ฟังเล่นระหว่างเดินทางเท่าไหร่นัก แม้ว่าตัวหูจะเป็น In-ear แต่ติ่งที่ข้างหนึ่งเป็นพอร์ต Micro USB สำหรับชาร์จและอัปเกรดเฟิร์มแวร์นั้น ก็ทำให้หูเราต้องรับภาระพอสมควร บางคนอาจใส่แล้วรู้สึกเจ็บ หรืออาจเกิดการเสียดสีจนมีสิวขึ้นบริเวณช่องหูก็ได้ ซึ่งเราก็ควรต้องระมัดระหว่างในเรื่องการนำไปใช้งานให้ดีพอสมควร

ด้วยราคาที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับ Jabra Sport Pulse (ราคาจำหน่ายของ Jabra Sport Coach อยู่ที่ 5,490 บาท) แต่ได้ลูกเล่นเท่ากันยกเว้นการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ เชื่อว่า Jabra Sport Coach ตัวนี้ ก็นับเป็นอีกหนึ่ง Sport Gear ที่นักออกกำลังกายทั้งมือโปรและมือสมัครเล่นไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke