กระทรวง ICT เห็นด้วยกับ dtac จะทำ 4G บนคลื่น 1800 MHz (ความคืบหน้าฝั่ง dtac อย่างเป็นทางการ)

หลังจากที่ dtac ประกาศแผนจะทำ 4G บนคลื่น 1800 MHz ที่อยู่ในสัญญาสัมปทาน 2G เดิม แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า dtac สามารถทำ 4G บนคลื่น 1800 Mhz ได้หรือไม่ ในงานเปิดตัวโครงการ Internet for all “1 ล้านชั่วโมงเพื่อเด็กไทย” ทั้ง dtac และกระทรวง ICT ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ โดยฝั่งกระทรวง ICT น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ICT กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า dtac สามารถทำ 4G ในคลื่น 1800 MHz บนพื้นฐานสัญญาสัมปทานที่ถืออยู่ได้ ในขณะเดียวกัน ถ้าคลื่นที่ dtac ถืออยู่ ไม่ได้นำไปใช้งานอะไร เจ้าของสัมปทานเอง ก็มีสิทธิจะนำกลับ หรือนำไปพัฒนาต่อได้เช่นกัน ทั้งหมดนี้ ต้องไม่ขัดกับกฎหมายหลัก กสทช. และเจ้าของสัมปทานนั้นคือ CAT

ทางฝั่งคุณจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร dtac กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า dtac มีทางเลือกกับคลื่น 1800 ในส่วนที่ว่างอยู่ 25 MHz ที่ไม่ได้ใช้งาน (ปัจจุบัน dtac ถือคลื่น 1800 MHz อยู่จำนวน 50 MHz ใช้งานอยู่ 25 MHz) สองทางเลือก ทางแรกคือส่งคืนคลื่นดังกล่าว หาก กสทช. สามารถจัดประมูลคลื่น 4G ภายในปีหน้าได้ การส่งคืนนี้ เมื่อรวมกับ 1800 MHz ของ TrueMove เดิม และของ DPC (GSM 1800 ของ AIS)​ จะทำให้การแบ่งสล็อตคลื่นเวลาประมูล อยู่ที่ 15-20 MHz ต่อใบอนุญาต เพียงพอต่อผู้ได้รับใบอนุญาตนำไปใช้งานจริงได้

อีกทางเลือกหนึ่งคือ หากยังไม่มีความแน่นอนในการประมูล 4G ในเร็วๆ นี้ dtac จะนำคลื่น 25 MHz ที่ว่างอยู่ มาให้บริการ 4G ในเชิงพาณิชย์ด้วยตัวเองไปก่อน เพราะ dtac มีมือถือที่ใช้งาน 4G ได้ในเครือข่ายประมาณ 1 ล้านเครื่อง และ 20% ของผู้ใช้งาน data ของ dtac ก็ใช้เครื่อง 4G อยู่ เป็นความต้องการใช้งานที่เพียงพอกับการขอเปิดใช้งาน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ กฎหมายระบุไว้ว่า ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2556 นี้ ส่วนแบ่งรายได้จากสัญญาสัมปทานคลื่นความถี่ ไม่ว่าจะ ต้องส่งเข้าหลวงที่กระทรวงการคลังทั้งหมด ทำให้ dtac ยืนเรื่องถึง กสทช. กับ CAT ในการคิดรูปแบบธุรกิจเพื่อให้ไม่ผิดกฎหมายทั้งฝั่ง กสทช. และ CAT ที่เป็นเจ้าของคลื่น ก็ต้องมีรายได้จากการใช้งานของ dtac ครั้งนี้เช่นกัน

ในตอนนี้ dtac กับ CAT และ กสทช. กำลังทำงานร่วมกัน เพื่อให้มีทางออกเรื่องนี้ร่วมกัน โดย dtac  เอง พร้อมทำตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ไม่ว่าจะคืนคลื่นเพื่อจัดประมูล หรือทำเอง และแบ่งรายได้ให้กับเจ้าของสัมปทาน พร้อมกับส่งรายได้ตามกฎหมายหลักเช่นกัน

จะออกมาในรูปแบบไหน เชื่อว่าเร็ววันนี้ ได้คำตอบแน่นอนครับ^^

Update : ถ้อยแถลงของ dtac อย่างเป็นทางการต่อเรื่องนี้ล่าสุด

3 ตุลาคม 2556 – ดีแทคประกาศวันนี้ว่าดีแทคกำลังเข้าสู่การเจรการกับ กสท เพื่อนำคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ที่ยังไม่ได้ใช้งานจำนวน 24.5 เมกะเฮิรตซ์ มาใช้งานในการให้บริการ 4G LTE โดยการให้บริการจะใช้รูปแบบธุรกิจขายส่งและขายต่อบริการตามแนวทางที่ กสท ได้เคยทำความตกลงกับกลุ่มบริษัทอื่นไปก่อนหน้านี้ ในขณะเดียวกัน หาก กสทช ประสงค์จะนำคลื่นความถี่ดังกล่าวไปประมูล ดีแทคก็ยินดีที่จะคืนคลื่นดังกล่าวเพื่อให้นำไปประมูลในปี 2557 ทั้งนี้ ดีแทคพร้อมที่จะดำเนินการให้บริการในทั้ง 2 แนวทางเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและพัฒนาการที่รวดเร็วของเทคโนโลยี 4 จี ที่เกิดขึ้น

นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า การที่บริษัทเลือกดำเนินการในทั้ง 2 ทางเลือกข้างต้น ก็เพราะดีแทคมีความพร้อมและมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยี 4G LTE ที่ทันสมัยมาสู่ประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ ดีแทคจึงเลือกที่จะดำเนินการทั้ง 2แนวทางไปพร้อมๆ กัน

“ผู้บริหารระดับสูงของดีแทคได้เริ่มต้นเจรจากับทาง กสท แล้ว โดยพิจารณาการใช้รูปแบบธุรกิจแบบขายส่ง-ขายต่อบริการ คล้ายกับสัญญาที่ กสท ได้ลงนามกับกลุ่มบริษัทอื่นไปก่อนหน้านี้ โดยดีแทคจะหารือรูปแบบธุรกิจร่วมกับ กสทและทำงานร่วมกันกับ กสท รวมถึงผู้เกี่ยวข้องต่อไปเพื่อให้ได้ผลสรุปรูปแบบธุรกิจที่นำมาใช้ในการให้บริการ 4 จีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดี การนำคลื่นความถี่ของดีแทคที่ยังไม่ได้ใช้งานดังกล่าวไปประมูลในเดือนกันยายน 2557 ยังคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในระยะยาว ดังนั้น หาก กสทช ประสงค์จะนำคลื่นความถี่ดังกล่าวไปประมูลในเดือนกันยายน 2557 นี้ ดีแทคก็ยินดีและไม่ขัดข้อง  อนึ่งการจัดการประมูลล่วงหน้าก่อนหมดสัญญาสัมปทาน จะยิ่งส่งเสริมเรื่องความโปร่งใสและชัดเจนในการจัดการบริหารคลื่นความถี่จากกสทช. ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการสามารถที่จะวางแผนลงทุนล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้บริการก็สามารถมั่นใจได้ว่าจะได้ใช้บริการอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องมีการกำหนดมาตรการเยียวยาอีก” นายจอน กล่าว

หากเทียบเคียงกับราคาประมูลขั้นต่ำ (Reserve Price) ที่ตั้งไว้สำหรับคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ มูลค่าของคลื่นดีแทคที่ยังไม่ได้ใช้งานน่าจะมีมูลค่ามากกว่า 22,000 ล้านบาท หากรวมคลื่นดังกล่าวกับคลื่น จำนวน 25.2 เมกะเฮิรตซ์ ของทรูมูฟและดีพีซีและคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ของเอไอเอส จำนวน 20 เมกะเฮิรตซ์ และนำคลื่นทั้งหมดมาประมูลพร้อมกันในปี 2557 ก็จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่รัฐได้มากกว่า 62,725 ล้านบาท


ที่มา: dtac


ติดตามเราได้ที่ Facebook.com/MacStroke และ Twitter @MacStroke